เปิดตู้เต้าหู้ดี 4 เจ้า ที่จะทำให้การกินเจไม่จำเจอีกต่อไป


อีกแค่แป๊บเดียวก็จะสิ้นปี แต่ก่อนจะฉลองปีใหม่ ก็ต้องมาฉลองเทศกาลกินเจกันก่อน เทศกาลที่มีสโลแกนประจำตัวอย่าง ถือศีล กินผัก รักเต้าหู้ ประโยคหลังนี้เราเติมให้ด้วยเสน่หา เพราะนอกจากเต้าหู้จะเป็นวัตถุดิบครองมงในตำแหน่งเจ้าแห่งเทศกาลกินเจแล้ว ยังได้รับสายสะพายเจ้าหญิงแห่งวงการกินมังสวิรัติอีกด้วย

ก็วัตถุดิบเจ้าเก่าเจ้าเดิมอย่างเต้าหู้นั้นเป็นถึงแหล่งโปรตีนที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำ ทั้งยังมีคาร์โบไฮเดรต กรดอะมิโน ฟอสฟอรัส เส้นใยอาหาร เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง แถมยังป้องกันสารพัดโรคได้อีกด้วย

และเพื่อไม่ให้การกินเจนั้นจำเจอีกต่อไป Greenery. เลยขอเปิดตู้เต้าหู้ดี ที่เราไปคัดมาแล้วว่าดีต่อสุขภาพจริง แถมยังสร้างสรรค์ต่อได้อีกหลากหลายเมนู

ตะลุยกินให้ครบ 4 เต้าหู้แล้ว จะเข้าใจประโยคที่ว่า วงการเต้าหู้ เข้าแล้วออกยาก


เต้าหู้ดอย

เต้าหู้ที่ประกอบไปด้วยถั่วเหลืองผ่าซีก​คัด​พิเศษ เกลือ และผงฟู ​ปลอดสารเคมี ไม่ผ่านกระบวนการดัดแปรพันธุกรรม ไม่มีส่วนผสมของไข่ และไม่มีวัตถุกันเสีย

นี่คือเต้าหู้ที่เหมาะกับมือใหม่หัดกินเต้าหู้อย่างที่สุด เพราะเขาปรุงโดยใส่เกลือมาให้นิดหน่อยแล้ว รสชาติเลยกินง่าย ที่น่ารักคือ 1 แพ็กมีถึง 20 ก้อนเล็กที่ให้เราแบ่งออกมากินสะดวก เก็บเข้าตู้เย็นแช่ต่อก็ง่าย

รสสัมผัสของเต้าหู้ดอยจะหนึบๆ เค็มนิดหน่อย (นิดเดียวจริงๆ) อย่างที่บอกว่ากินง่าย ง่ายแบบที่แค่ไปย่างให้สวยแล้วจิ้มกับน้ำจิ้มเจคือจบเลยในขั้นตอนเดียว นึกว่ายืนรอกินลูกชิ้นปิ้งรถเข็นอย่างไรอย่างนั้น หรือจะเอามาทำสลัดเต้าหู้ย่างก็เด็ดขาดเช่นกัน เต้าหู้ดอยจะเอามานึ่ง ย่าง ต้ม หรือผัดก็ย่อมได้ แต่ที่บอกว่าเหมาะกับการย่าง เพราะเต้าหู้ชิ้นเล็ก ขนาดกำลังดี แบบที่เราจะได้ขอบกรอบอร่อยโดยรอบ แต่เนื้อด้านในยังนิ่มหนึบอยู่

รายละเอียด: www.facebook.com/Tofudoi

เต้าหู้ขาวแข็งออร์แกนิก เส่งเฮง

เต้าหู้ขาวแข็งหรือเต้าหู้กระดาน (ที่ใช้คำว่ากระดานเพราะในสมัยก่อนพ่อค้าแม่ขายจะวางขายเต้าหู้ประเภทนี้กันบนไม้กระดาน) ที่มีความไฮแคลเซียมและโนโซเดียมเป็นจุดขาย เต้าหู้นี้เลยเหมาะกับคนที่ต้องการลดโซเดียมสุดๆ เพราะมีส่วนประกอบหนึ่งเดียวคือถั่วเหลืองปลอดสารพิษที่ไม่ผ่านกระบวนการดัดแปรพันธุกรรม

ในซองจะมีให้ 2 ก้อน เป็นลักษณะสี่เหลี่ยมขอบมนอย่างที่เราทุกคนคุ้นเคย เนื้อจะแน่นละเอียด เอาไปย่างแล้วโรยเกลือนิดหน่อยก็กินได้แล้ว จะเอามาจิ้มซีอิ๊วขาว หรือโชยุก็ยิ่งดีใหญ่ แต่ถ้าใครรู้สึกว่ากินยากไปหน่อย ให้ลองเอาไปใส่ต้มจับฉ่าย ใส่ข้าวต้มเห็ดหอม หรือใส่ในราดหน้าดู เพราะรสเต้าหู้ที่จืดสนิทนั้นปรับตัวเก่ง พอไปต้มกับวัตถุดิบอื่นแล้วจะพอดิบพอดีเข้ากับเขาได้หมด

อ้อ เต้าหู้ขาวแข็งนี้เป็นเต้าหู้ชนิดเดียวในลิสต์ที่ต้องล้างก่อนเอามาปรุงนะ อย่าลืมล้างก่อนด้วยล่ะ

รายละเอียด: www.facebook.com/SenghengTofu

เต้าหู้ผสมเห็ดหอม โมคิ

เต้าหู้ผสมเห็ดหอมนี้ประกอบด้วยน้ำถึง 55% โปรตีนถั่วเหลือง 34.8% เกลือ 0.4% ส่วนเห็ดหอมนั้นมีแค่ 0.2%

อ่านส่วนประกอบก็พอเดาได้ว่าน่าจะกินง่าย ซึ่งพอเราเอาไปนึ่งปุ๊บก็พบว่ากินง่ายจริงด้วย เพราะเขาปรุงมาให้ในรสที่กำลังดี ไม่รสจัดไปทางใดทางหนึ่ง ไม่เค็มจัด กลิ่นเห็ดหอมก็ไม่ฉุนจัด รสสัมผัสจะหนึบๆ เด้งๆ แถมกินได้สะดวกเพราะผ่าแบ่งเป็น 2 แท่งให้แล้ว ใช้แท่งเดียวแล้วเก็บอีกแท่งแช่ตู้เย็นต่อได้เลย

จะย่างหรือนึ่งกินแบบไม่ต้องปรุงรสแบบเราก็ได้ หรือจะเอาไปผัด นึ่ง ตุ๋น ยำ ก็จะเพิ่มรสชาติได้ดี แค่ใส่ในสุกี้ก็ได้มีอะไรหนึบๆ ให้เคี้ยวแถมมีประโยชน์แล้ว และด้วยความที่หนึบและเด้งก็จะให้ความรู้สึกจะคล้ายๆ หมูยอแต่หนึบกว่า  เพราะฉะนั้นเอาไปใส่ในก๋วยจั๊บญวนเจแทนที่หมูยอได้สบายเลย

รายละเอียด: www.facebook.com/moki2548

เทมเป้ชิคพีผสมควินัว Happy Mate

ชิ้นสุดท้ายไม่ใช่เต้าหู้ แต่ทำมาจากถั่วเหลืองเช่นกัน นั่นก็คือเทมเป้

เทมเป้เป็นอาหารพื้นเมืองของชาวอินโดนีเซีย ทำจากถั่วเหลืองที่ผ่านการหมักด้วยวิธีธรรมชาติจนได้ออกมาเป็นแผ่น แต่ความอลังการของเทมเป้ชิ้นนี้นอกจากการมีโพรไบโอติกส์ และพรีไบโอติกส์แล้ว ยังมีถั่วชิคพีและควินัวเป็นดาวเด่นอีก

เมื่อมีทั้งชิกพีที่มีโปรตีนสูง ไฟเบอร์สูง วิตามินแร่ธาตุ ไม่มีคอเรสเตอรอล ช่วยเรื่องขับถ่าย กับควินัวที่มีโปรตีนสูง ไฟเบอร์สูง กลูเตนฟรี มีสารฟลาโวนอยด์ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ แล้วไหนยังจะได้วิตามิน B12 ที่เกิดจากการหมักอีก รวมๆ กันทั้งหมดแค่แผ่นเดียวก็อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารสุดๆ แบบไม่แนะนำไม่ได้แล้ว

ถ้ากินเดี่ยวๆ แบบหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วเอาไปย่างก็จะกินมันกินเพลินเหมือนเคี้ยวธัญพืชหมักเล่น แต่ด้วยความที่ปริมาณถั่วชิคพีจะเยอะกว่าควินัวหน่อย ก็เลยจะให้รสสัมผัสของถั่วที่ชัดกว่า แต่ไม่ใช่แบบกรอบๆ มันๆ นะ จะให้รสสัมผัสที่ค่อนไปทางนิ่มมากกว่า แถมตบท้ายที่ความกรุบกรึบของควินัวที่ปลายลิ้น

แต่ถ้าใครไม่ชอบอาหารหมัก แนะนำว่าวิธีการจัดการคือจะหั่นเป็นชิ้นๆ เป็นแผ่นบางๆ หรือเอาไปบดแล้วใช้แทนเนื้อสัตว์ก็ได้ ทีนี้ก็เอาไปผัด ไปย่าง หรือต้มใส่ในแกงเพื่อลดทอนรสชาติหมัก แค่นี้แหละ รับรองเลยว่าเมนูอาหารเจก็จะไม่จำเจอีกต่อไป

รายละเอียด: www.facebook.com/happymateofficial

ภาพถ่าย: เอกพล ภารุณ


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *