เรียนรู้ที่จะอยู่กับ ‘นกพิราบ’ เจ้าปัญหา


อูกกกก อูกกกกก อู๊กกกกกกก
เสียงรัวๆ ในลำคอของนกพิราบดังพอที่จะปลุกให้ฉันตื่นจากเตียงทุกเช้า

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ประมาณ 2 เดือน ฉันพบลูกนกตัวสีเหลืองน่ารัก 2 ตัวอยู่ด้านหลังตู้แอร์ถัดออกไปทางนอกหน้าต่างห้องของตัวเอง ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าคือลูกนกพิราบ แต่ก็ไม่กล้าเอามันไปทิ้งหรือกำจัด จนมันโตตัวใหญ่ ไม่น่ารักอีกต่อไป และมูลสีขาวปนน้ำตาลเข้มของมันก็ทำให้ฉันรำคาญใจไม่น้อย ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ฉันอาจจะเลือกเอาเจ้านกไปทิ้งที่อื่นเสียแต่แรก

ปัญหานกพิราบไม่ได้เกิดกับฉันคนเดียว มันเพิ่งกลายเป็นข่าวโด่งดังเร็วๆ นี้พอดี น่าแปลกที่นกพิราบอยู่คู่กับสังคมไทยมาชั่วนาตาปีแต่กลับเพิ่งสร้างปัญหาจนกลายเป็นข่าวโด่งดังให้ต้องจับไปกำจัดออก กลายเป็นตัวร้ายสร้างความรำคาญและนำเชื้อโรคมากมายสู่คนในชั่วข้ามคืน

ว่าแต่นกพิราบเจ้าปัญหาที่เราพบเจอทั่วไปในเมือง มีที่มาจากไหน

นกพิราบจากเขาหินและถิ่นทุรกันดาร

เท้าความไปตั้งแต่ต้นกำเนิดของนกพิราบที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ (Feral Pigeon) มาจากบรรพบุรุษที่ชื่อว่า Rock Pigeon ซึ่งอาศัยอยู่ที่เทือกเขาหินปูนแถบยุโรป ตอนเหนือของแอฟริกาและตะวันออกกลาง ในระบบนิเวศที่แห้งแล้งและยากต่อการหาอาหาร

แทบไม่น่าเชื่อว่านกพิราบ เป็นนกชนิดแรกที่คนเราเอามาเลี้ยง และกินมันก่อนที่เราจะหันมากินไก่เสียอีก ต่อมา เมื่อมนุษย์พบกว่าไก่เลี้ยงง่ายและให้ผลผลิตมากกว่า การเลี้ยงนกพิราบจึงลดลง ​แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น นกพิราบก็แพร่กระจายไปหลายประเทศทั่วโลกซะแล้ว

นกพิราบปรับตัวได้ดีกับตึกรามบ้านช่อง ซอกอาคาร ระแนงต่างที่ อาจเพราะมันคล้ายกับแง่งหินตามถิ่นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมของมัน แถมอาหารที่มากมายทำให้นกพิราบเพิ่มจำนวนและพบได้ทุกเมืองบนโลกใบนี้ ยกเว้นเพียงขั้วโลกเหนือและใต้ที่ยังไม่มีชุมชนนกพิราบไปอาศัย

เจ้าของฉายา หนูที่มีปีก

นกพิราบเมือง ถูกเรียกว่าเป็น ‘หนูที่มีปีก’ เลยทีเดียว เพราะพวกมันสามารถทำรังวางไข่ได้ถึง 3-4 รอบต่อปี หรือบางพื้นที่อาจจะมีลูกบ่อยถึง 6 ครั้งต่อปี มีลูกครั้งละ 2 ตัว ดังนั้น ไม่ต้องจินตนาการเลยว่าในแต่ละปีจะมีจำนวนประชากรนกพิราบเพิ่มขึ้นขนาดไหน แถมนกพิราบยังมาพร้อมเชื้อโรคมากมายที่อาจแพร่สู่คนจนอาจก่อโรคได้ เช่น โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปอดอักเสบ หรือโรคที่เกิดจากไรนกและพยาธิต่างๆ

​ที่อเมริกาประกาศให้นกพิราบเป็นสัตว์ต่างถิ่นรุกราน และสามารถกำจัดได้โดยไม่ผิดกฎหมาย หรือเมืองเวนิส อิตาลี ก็มีโทษปรับคนที่ให้อาหารนกพิราบ เพราะเกรงว่าจะทำให้แหล่งท่องเที่ยวอันเป็นโบราณสถานผุพังและเสื่อมโทรมลงในที่สุด และแม้กระทั่งประเทศไทยของเราเอง ก็เพิ่งมีการประกาศโทษปรับ แต่เป็นเพียงบางพื้นที่เท่านั้น

นกพิราบกับบุฟเฟต์เมืองใหญ่

นอกจากถิ่นที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมแล้ว เราปฎิเสธไม่ได้เลยว่าการให้อาหาร มีผลอย่างมากต่อการเพิ่มจำนวนของนกพิราบ ทำให้นกพิราบทำรังวางไข่ได้มากขึ้น รวมทั้งทำให้ลูกๆ ของมันอยู่รอดและขยายพันธุ์ได้ง่ายขึ้นด้วย แต่คนให้อาหารนกพิราบ มักคิดว่าเป็นการทำบุญ แต่อีกนัยหนึ่งคือเรากำลังทำให้นกเสียนิสัยไม่ยอมหากินเองตามธรรมชาติ

บางคนอาจจะบอกว่าเราไม่เคยให้อาหารนกเลย ปัญหานกพิราบไม่เกี่ยวกับฉัน…แต่ความจริงแล้ว อาหารเหลือของมนุษย์ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเพราะวางทิ้งไว้ ทำหกบนพื้น หรือแม้กระทั่งอาหารที่ไปวางไหว้บูชาและมีนกมากินก็มีส่วนในการเพิ่มการอยู่รอดและการขยายพันธุ์ของนกอย่างผิดธรรมชาติทั้งสิ้น

อยู่กับนกพิราบยังไงดี

แน่นอนว่าคนพยายามกันหลากหลายวิธีในการกำจัดนกพิราบ หลายคนอาจจะเคยลองวางขวดน้ำหรือแผ่นซีดี ซึ่งแทบจะทำอะไรนกยุคไฮเทคไม่ได้เลย การยิงทำให้เกิดการรวมฝูงใหญ่ขึ้นและเพิ่มจำนวนมากขึ้น การวางยาเบื่อก็อาจจะทำให้สิ่งมีชีวิตอื่นโดนหางเลขไปด้วย

หลายเมืองใหญ่ในต่างประเทศ มีการทำคอนโดนกพิราบให้นกมาอยู่รวมกันเป็นที่เป็นทาง จะได้ไม่ไปรบกวนสถานที่อื่น บางเมืองเก็บไข่หรือทำลายรังของมันเฉพาะในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ บางเมืองถึงขั้นทำโรงแรมนกพิราบ (Dovecote) สร้างขึ้นมาเพื่อให้นกพิราบมาอยู่รวมกัน และเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการ เช่น การเก็บไข่ออกไปเพื่อควบคุมประชากร หรือสะดวกเก็บขี้นกเพื่อใช้เป็นปุ๋ยด้วย

แม้ว่าบ้านเรายังไม่มีมาตรการหรือโครงการแก้ปัญหาที่ชัดเจนแบบนั้น ในฐานะประชาชนเมืองคนหนึ่ง ฉันคิดว่าสิ่งที่เราพอจะทำได้ง่ายๆ เลยคือการไม่ให้อาหารนก (รวมถึงสัตว์อื่นๆ) ไม่กิน และไม่ทิ้งเศษอาหารเรี่ยราด บุญกุศลนี้อาจจะไม่เห็นผลทันตา แต่ในระยะยาวจำนวนนกก็จะปรับตัวเหลือน้อยลง และสร้างโรคหรือความรำคาญให้เราน้อยลงด้วย

ภาพถ่าย: สุภัชญา เตชะชูเชิด