Greenery Market @ สวนผึ้ง ราชบุรี ตลาดกินดี กรีนดี ท่ามกลางขุนเขา

หลังจากยึดหัวหาดกรุงเทพฯ สื่อสารกับคนเมืองเรื่องการกินอยู่ปลอดภัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อมผ่านตลาดกินดี กรีนดี มาเกือบสองปี เมื่อ 24 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกที่ Greenery Market ยกตลาดมาไว้ในงานวิ่ง Allianz Ayudhya World Run Thailand Series 2018 ณ The Scenery Vintage Farm สวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ทุกคนยิ่ง ‘healthy’ และยิ่ง ‘green’ มากขึ้น!

ในบรรยากาศเย็นสบายใต้ต้นไม้ใหญ่ที่รายล้อมด้วยขุนเขาและอากาศบริสุทธิ์ ตลาดสุดพิเศษนัดนี้ ชวนทุกคนมาชิมเมนูอร่อยปลอดภัยจากวัตถุดิบออร์แกนิกและปลอดเคมี เลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ดีทั้งสุขภาพเราและสุขภาพโลก อีกทั้งยังปลูกฝังแนวคิดเรื่อง zero waste และไลฟ์สไตล์ที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ผ่านกิจกรรมมากมายที่ชวนให้เห็นผลลัพธ์น่าชื่นใจไม่น้อยไปกว่าอากาศดีๆ ในวันนั้นเลย

ของดีราชบุรี ที่ Greenery Market

ส่วนผสมของร้านค้าในตลาดครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะนอกจากร้านค้าเจ้าประจำที่แฟนๆ ประจำตลาดคุ้นเคยกันแล้ว ยังมีร้านค้าหน้าใหม่ส่งตรงจากท้องถิ่นมาเพิ่มรสชาติและสีสันน่าสนใจให้ตลาดหลากหลายมากยิ่งขึ้น แต่ที่น่ารักก็คือหลายๆ ร้านเจ้าประจำก็เลือกใช้วัตถุดิบออร์แกนิกจากเมืองราชบุรีมาแต่เดิม ไม่ว่าจะเป็น สวนดินคานาอัน เจ้าของพัฟย่างที่ทุกคนติดใจ นอกจากไส้มันม่วงยอดฮิต ยังมีไส้หมูหลุมเพสโต้ที่เลือกใช้หมูหลุมออร์แกนิกจากราชบุรี ชีวาเฮิร์บ เจ้าของยาหม่องสมุนไพรเคี่ยวเอง ก็เฉลยว่า น้ำมันมะพร้าวที่ใช้เคี่ยวยาหม่องและน้ำยารีดเส้น (ที่ดีต่อนักวิ่งในงานนี้มากๆ) ก็เป็นน้ำมันมะพร้าวเกรดออร์แกนิกสุดพรีเมียมจากราชบุรีนี่เอง และเจ้าประจำที่เป็นเจ้าบ้านด้วยเพราะบ้านอยู่ราชบุรีอย่าง วสช บ้านพระพร นอกจากต้นอ่อนผักบุ้งสดๆ กรอบๆ แล้ว ยังมีน้ำสับปะรดสกัดเย็นที่ใช้สับปะรดพันธุ์บ้านคา ราชบุรี ทั้งหวานและฉ่ำจนไม่ต้องพึ่งน้ำตาลให้เกินพิกัดเลย

ร้านค้าท้องถิ่นยิ่งตอบโจทย์ local food เข้าไปใหญ่ เพราะต่างขนของดีของเด่นจากราชบุรีมาให้เลือกซื้อเลือกชิมกันอย่างไม่น้อยหน้า ทั้ง บ้านไร่เหลือกิน เจ้าของสโลแกน ‘เหลือกินจึงแบ่งปัน’ ที่มีผลผลิตจากไร่อินทรีย์ทั้งกล้วยหักมุก มะละกอ และส้มโอราชบุรีที่เนื้อแห้งกรอบไม่ฉ่ำน้ำแบบส้มโอนครชัยศรีที่หลายคนคุ้นเคย แต่ก็เป็นตัวแทนในการแนะนำตัวได้อย่างไม่น้อยหน้า เช่นเดียวกับ ไร่ไออุ่นขุนเขา ที่พักเชิงเกษตรอินทรีย์ที่นำหม่อนอินทรีย์ปลูกเองมาเสิร์​ฟผ่านน้ำหม่อน แยมหม่อน และชาใบหม่อนเรียกความสดชื่น ไร่สุขพ่วง เจ้าของน้ำอ้อยออร์แกนิกแสนหวาน สวนประภัสสร ที่มีของเด่นเป็นข้าวหลามมะพร้าวที่อยู่ในลูกมะพร้าวทั้งลูกให้กลิ่นหอมฟุ้งเกินใคร ไร่สุขเปรม ที่เน้น ข้าวโพดทับทิมสยาม กินดิบๆ ได้หวานอร่อย แถมยังเสิร์ฟน้ำนมข้าวโพดทับทิมสยามที่ให้รสนุ่มนัวจากธรรมชาติ ได้สารแอนโธไซยานินกันแบบเต็มๆ ไร่กัญญาภัทร เจ้าของสับปะรดบ้านคาที่แจกความหวานฉ่ำไปทั่วงาน สวนโชคสมบูรณ์ ที่เสิร์ฟฝรั่งอินทรีย์หอมหวานจนหลายคนซื้อแล้วซื้ออีก ไปจนถึงนมแพะรสมันจาก เมฆลอยฟาร์ม ที่มาพร้อมโยเกิร์ตและไอศกรีมที่อร่อยไม่น้อยหน้ากัน

มาที่เมนูแปรรูป Gardener House กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนสวนมะพร้าวน้ำหอมให้ออร์แกนิก คิดค้นวิธีดูแลตามธรรมชาติ และนำผลผลิตที่ได้มาแปรรูปเป็นพุดดิ้งมะพร้าวอ่อนรสหอม และวุ้นมะพร้าวกำลังหวาน ใครได้คุยกับร้านนี้จะเห็นดีเทลน่ารักว่าเขาเลือกใช้เนื้อมะพร้าวแต่ละส่วนในลูกให้เหมาะกับเมนูที่ต่างกัน เนื้อส่วนหัวที่แข็งสู้ฟันนำมาทำวุ้น ส่วนเนื้อนุ่มละมุนลิ้น ถูกนำมาใช้ในพุดดิ้งที่ใครไ้ดกินเป็นต้องติดใจ มะหาด-ไทธารา ก็มาเสิร์ฟขนมเค้กน่าสนใจในวัตถุดิบ ทั้งขนมเค้กฟักทองสมุนไพร มัฟฟินขนุนเมล็ดเจีย และมัฟฟินกล้วยหินอะโวคาโด ที่ใช้ความมันของเจ้าอะโวคาโดแทนเนยมากไขมัน แถมทุกเมนูยังรับประกันว่ามาจากวัตถุดิบปลอดภัย ไร้ไขมันทรานส์ด้วยนะ นอกจากนี้ ยังมีเมนูท้องถิ่นอย่างกระบองจ่อของชาวไทยใหญ่ เป็นมะละกอและแฟงขูดเป็นเส้นแล้วนำไปทอดจนกรอบ จิ้มคู่กับน้ำพริกพื้นเมืองรสจัดจ้าน จาก ไร่รวงข้าวภูตะวัน ปลาโสร่งจากร้าน ปลาดาด้า ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อร้อนๆ โปะหมูหลุมราชบุรี ที่ ร้านพงษ์พิณ ที่ใครได้กินต้องได้ฟินไปกับความอร่อย!

รสอร่อยจากท้องถิ่นเหล่านี้ ย้ำกับเรา-ในฐานะผู้บริโภคว่า การรู้ที่มาของอาหารไม่เพียงแค่ทำให้เรามั่นใจในความปลอดภัยของวัตถุดิบเท่านั้น แต่คือสายสัมพันธ์ที่เราได้ผูกปิ่นโตสนับสนุนกันอย่างนี้ต่อไปผ่านการกินอยู่อย่างรู้ที่มา

เผยแพร่อุดมกรีน

อย่างที่เคยเป็นมา Greenery Market ยังคงคอนเซปต์ตลาดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่พยายายามลดการสร้างขยะให้มากที่สุด หลีกเลี่ยงพลาสติก single-use ทั้งในฟากฝั่งคนซื้อและคนขาย ซึ่งนอกจากร้านประจำจาก Greenery Market ที่ยังคงเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ลดปัญหา มีนโยบายคืนขวดเพื่อนำมาใช้ซ้ำแล้วคืนสตางค์ให้คนซื้อ ฯลฯ ร้านท้องถิ่นก็ไม่น้อยหน้า พยายามสร้างสรรค์การขายที่ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน เป็นอีกเครื่องยืนยันว่าหากทุกคนตั้งใจและตระหนักถึงปัญหานี้อย่างจริงจัง การเปลี่ยนพฤติกรรมย่อมเกิดขึ้นตามมา

ส่วนในฝั่งคนซื้อ Greenery Market ได้เชิญชวนให้นักช้อปพกถุงผ้า ขวด หรือแก้วน้ำมาเองแล้วมารับของที่ระลึกได้ภายในงาน และโครงการ #GiveMeBags ขนถุงผ้าสภาพดี (ทำความสะอาดแล้ว) ที่ได้รับบริจาคมาจำหน่ายให้กับผู้ที่ไม่ได้พกถุงมาเอง เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งภายในตลาด ซึ่งรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย มอบให้มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (www.sathai.org) เพื่อใช้ในกิจกรรมการพัฒนาองค์ความรู้ด้านเกษตรกรรมและสร้างความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งเป็นอีกจุดที่คึกคักไม่น้อย ถุงผ้ากว่า 200 ใบที่ได้รับบริจาคมาได้รับการอุดหนุนจนหมดอย่างรวดเร็ว เลยรวมไปถึงการตั้งถังคัดแยกขยะอย่างจริงจังพร้อม infographic อธิบายอย่างละเอียด รวมทั้งยังมีอาสาสมัครมาให้คำแนะนำเพื่อทิ้งให้ถูกถังอีกด้วย

ของฝากนักวิ่ง

อีกหนึ่งความพิเศษในครั้งนี้ของ Greenery Market คือการตอบโจทย์ตอบใจนักวิ่งในงาน Allianz Ayudhya World Run Thailand Series 2018 ไม่ว่าจะเป็นร้านรวงต่างๆ ที่เตรียมเมนูพิเศษมาให้นักวิ่งโดยเฉพาะ ทั้งข้าวต้มมัดไว้สำหรับโหลดคาร์บ น้ำผัก cold-pressed ที่ดีต่อกล้ามเนื้อ น้ำแกนสับปะรดสกัดเย็นที่ดีต่อข้อเข่าเป็นพิเศษ กล้วยหอมออร์แกนิกที่เพิ่มพลังได้อย่างรวดเร็ว และอีกหลายๆ เมนูที่นักวิ่งสายสตรองต้องรีบอุดหนุนไว้ นอกจากนี้ นักวิ่งที่มีแต้มจาก Healthy Living จาก Allianz Ayudhya ยังสามารถนำแต้มที่สะสมจากการออกกำลังกายมาแลกของได้จาก 7 ร้านค้า ‘ร้านนี้ใช้แต้มแลกของได้ฟรี’ เป็นอีกวิธีที่ทำให้การออกกำลังกายเห็นดอกผลชื่นใจไปในคราวเดียวกัน

นอกจากนี้ Greenery ยังเห็นความตั้งใจและความจริงจังในการลดขยะภายในงานของผู้จัด ผ่านการประชาสัมพันธ์ให้นักวิ่งทุกคนพกกระบอกน้ำ แก้วน้ำ ส่วนตัวมาร่วมงานเพื่อลดการใช้แก้วน้ำพลาสติก ไปจนถึงการชวนนักวิ่งใช้แก้วน้ำใบเดียวตลอดเส้นทางอย่างจริงจัง และเมื่อนักวิ่งเข้าเส้นชัย นอกจากจะได้รับเหรียญกับคูปองอาหาร ยังได้รับช้อนสเตนเลส 1 คันเพื่อใช้ในซุ้มต่างๆ เพื่อลดการใช้ช้อนพลาสติก และเมื่อนำมาคืนที่จุดแยกขยะ ก็จะนำช้อนนี้ไปใช้ซ้ำด้วยการทำความสะอาดก่อนบริจาคให้วัดและโรงเรียนในพื้นที่อีกด้วย

ความจริงจังในการแยกขยะก็เช่นเดียวกัน ในงานจะมีจุดแยกขยะเศษอาหาร ขยะทั่วไป กระดาษ ขวดแก้ว และพลาสติก โดยมีอาสาสมัครจากกลุ่มเยาวชนรักษ์เก้าโจนในชุดพื้นเมืองน่ารัก ช่วยแนะนำพี่ๆ ถึงวิธีการแยกขยะอย่างถูกต้องด้วยนะ

สำหรับใครที่พลาดการช้อปท่ามกลางขุนเขาในครั้งนี้ไม่ต้องเสียดาย (แม้จะน่าเสียดายก็ตาม) เพราะทุกสัปดาห์ที่สองของทุกเดือน Greenery Market ยังคงประจำการส่งมอบวิถีกินอยู่ปลอดภัยที่ Greenery Market ณ park@siam ตามเดิม

ภาพถ่าย: ยสินทร์ เวชวิทยา