ทฤษฎีตกหลุมรักของนักออกกำลังกาย


การออกกำลังกายนั้นทำให้เราสุขภาพแข็งแรง รูปร่างดี แต่ถ้าสวยหล่อขนาดนี้ยังอยู่โสดเดียวดาย อาจจะต้องลองไปออกกำลังกายแบบที่พบปะผู้คนดู ซึ่งคำแนะนำนี้อาจจะฟังดูธรรมดา เพราะการไปในที่สาธารณะก็เป็นการเปิดโอกาสให้ได้เจอใครใหม่ๆ แต่แน่นอนว่า ไม่ใช่ทุกที่จะเหมาะกับการได้มีโอกาสพบคนรู้ใจ

สถานที่ที่เปิดโอกาสให้คนตกหลุมรักได้มากที่สุด หนีไม่พ้นสถานที่เที่ยวกลางคืน เพราะบรรยากาศต่างๆ ทั้งแสง สี เสียง จะกระตุ้นให้เรารู้สึกตกหลุมรักใครสักคนได้ง่ายขึ้น โดยมีทฤษฎีหนึ่งอธิบายถึงปรากฏการณ์ที่เราชอบใครสักคนหนึ่งมากๆ ตอนเจอกันที่ผับ แต่ปรากฏว่าในวันต่อๆ มาเราอาจจะไม่เข้าใจตัวเองว่า เรารู้สึกชอบคนคนนี้ไปได้ยังไง

Excitation-Transfer Effect เป็นทฤษฎีที่ว่าถึงผลของความรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจ ที่ถูกถ่ายโยงไปถึงเรื่องอื่นๆ

เช่น เหตุการณ์อาละวาดของแฟนบอล เพราะไม่ใช่แค่ทีมที่แพ้เท่านั้นที่จะอาละวาด บางครั้งกลุ่มกองเชียร์ของทีมที่ชนะก็อาละวาดด้วยเช่นกัน สาเหตุหนึ่งเพราะในขณะที่เชียร์กีฬา เราจะตื่นเต้นมาก หัวใจเต้นแรง หายใจเร็ว กล้ามเนื้อเกร็งตัวสั่น ฮอร์โมนต่างๆ พลุ่งพล่าน ดังนั้นเมื่อเกมจบแล้วไปเจอสิ่งเร้าอะไร ก็จะทำให้เกิดการขยายให้รุนแรงมากขึ้น โดยเคยมีการทดลองที่ให้ผู้เข้าร่วมการทดลองออกกำลังกายแล้วให้ขับรถออกไปซื้อของ โดยทีมงานจะแกล้งขับรถย้อนศรมาแย่งที่จอดรถ ผลปรากฏว่ากลุ่มที่เพิ่งออกกำลังกายจะเกิดอาการโกรธมากและรุนแรงกว่า หรือการแค่ได้เห็นหรือจับอาวุธ ก็สามารถทำให้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนพุ่งสูงขึ้น ซึ่งฮอร์โมนนี้เป็นฮอร์โมนเพศชายที่ทำให้เกิดอาการก้าวร้าวได้ง่าย

ซึ่งอารมณ์พลุ่งพล่านเหล่านี้เกิดได้หลายกรณี ไม่ว่าจะหลังจากดูหนังที่น่ากลัว ตื่นเต้น ทำกิจกรรมที่หวาดเสียวเช่น เล่นรถไฟเหาะ เดินบนที่สูง เหล่านี้เลยอาจจะเป็นที่มาของพฤติกรรมที่หนุ่มสาวชอบชวนคนที่จีบไปดูหนัง ไปสวนสนุก เพราะปฏิกิริยาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกาย หลายๆ อารมณ์มีจุดร่วมด้วยกัน เช่น ไม่ว่าจะตกหลุมรักหรือจะโกรธ หัวใจเราก็จะเต้นแรง เป็นต้น ซึ่งทำให้บางครั้งเมื่อพึ่งผ่านบางเหตุการณ์มาเราจะมองบางเรื่องเปลี่ยนไป เช่น รู้สึกดีหรือโกรธใครได้ง่ายขึ้น

โดยมีอีกการทดลองหนึ่ง ทำการแบ่งคนเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกวิ่งบนลู่วิ่ง 2 นาที (เหนื่อยหน่อย) อีกกลุ่มหนึ่งวิ่งบนลู่วิ่งแค่ 15 วินาที (ยังไม่ทันเหนื่อย) แน่นอนว่ากลุ่มแรกย่อมเกิดความตื่นตัว ถูกเร้าอารมณ์มากกว่า เมื่อวิ่งเสร็จแล้วก็จะทำการดูวิดีโอเทปของสาวๆ ที่จะได้เจอกัน ซึ่งวิดีโอที่ให้ดูก็ถูกแบ่งเป็นสองแบบอีก คือแบบแรกแต่งหน้าแต่งตัวให้สวยเป็นพิเศษ ส่วนอีกแบบแต่งแบบธรรมดาไม่ค่อยน่าสนใจ เสร็จแล้วผู้เข้าร่วมการทดลองต้องให้คะแนนว่า ตนเองน่าจะชอบคนในวิดีโอมากเท่าไร

ผลปรากฏว่ากลุ่มที่วิ่งนานนั้นจะให้คะแนนวิดีโอที่แต่งตัวสวยสูงมาก และให้คะแนนวิดีโอที่แต่งตัวธรรมดาน้อยกว่าอีกกลุ่มอย่างชัดเจน

เช่น ปกติเราอาจจะให้คะแนนที่แต่งตัวสวยสัก 7 ไม่แต่งตัวสัก 4 คะแนน แต่ถ้าเราไปวิ่งมาเหนื่อยๆ ฮอร์โมนอะดรีนาลินอาจจะกระตุ้นให้เราให้คะแนนคนแต่งตัวสวยสัก 9 ไม่แต่งตัวเหลือแค่ 2 คะแนน เป็นต้น ซึ่งอีกตัวอย่างของ Excitation-Transfer Effect ที่ถูกยกขึ้นมาก็คือ หลายๆ คู่จะร่วมรักกันหลังจากที่เพิ่งทะเลาะกันอย่างรุนแรง

ซึ่งข้อสรุปจากทฤษฎีเหล่านี้ เราก็ควรทบทวนตัวเองก่อนทุกครั้งเวลาจะตัดสินว่าจะรู้สึกกับใครอย่างไร และถ้าต้องการเพิ่มความประทับใจแรกพบ (หลังจากนั้นค่อยไปทำคะแนน ทำความดีเพิ่ม) ก็ควรเลือกจังหวะไปพบไปทักทายในขณะที่อีกฝ่ายกำลังเหนื่อยหรือหลังออกกำลังกาย แต่แน่นอนว่าถ้าเขาไม่รู้สึกประทับใจเรา คะแนนเราก็อาจจะติดลบมากกว่าปกติเช่นเดียวกัน

แต่สุดท้ายเราต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริงว่า ถ้าเขาจะรักยืนเฉยๆ เขาก็รัก ดังนั้นถ้าไปชอบใครแล้วเขาไม่สนใจ ก็ลองเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้ตัวเอง ด้วยการไปพบคนใหม่ๆ ในสถานออกกำลังกายบ้างนะครับ

ภาพประกอบ: missingkk


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *