โตไปอาจไม่โต ถ้าฝืนฝึกกีฬาหนักเกินไป



แม้ปัญหาหลักตอนนี้ คือเยาวชนทั้งหลายขาดการเคลื่อนไหวร่างกาย จนส่งผลให้กลายเป็นเด็กที่รูปร่างท้วมด้วยน้ำหนักตัวมากเกินพอดี และกลายเป็นปัญหาระดับชาติ แต่ในอีกมุมหนึ่ง เด็กๆ บางคนกลับถูกวางกิจกรรมให้ฝึกกีฬาหนักเกินไปจนส่งผลเสียต่อตนเอง

เนื่องจากในปัจจุบันพ่อแม่พร้อมผลักดันให้ลูกเป็นนักกีฬามากขึ้น จากที่สมัยก่อนเด็กคนไหนอยากเป็นนักกีฬาพ่อแม่ส่วนมากก็มีแต่กีดกันเพราะกังวลว่าจะเอาอะไรกิน แต่หลังจากที่มีนักกีฬาทำรายได้ประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ หลายกีฬาก็เป็นอาชีพสามารถสร้างรายได้มหาศาลแล้ว ทำให้พ่อแม่บางคนเอาความฝันไปยัดเยียดให้ลูกกันมากขึ้น

ในอดีตเด็กบางคนโดนที่บ้านกดดันต้องเป็นหมอเป็นวิศวะ ต้องเรียนพิเศษหนักหน่วงอย่างไร พ่อแม่ที่จะให้ลูกเป็นนักกีฬา ก็อัดตารางซ้อมตารางแข่งจนเกินความพอดีอย่างนั้นเช่นเดียวกัน

ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ จนต้องมีหน่วยงานต่างๆ ออกมาเตือนและให้คำแนะนำในการฝึกกีฬาในเยาวชน

โดยวงการกีฬาบ้านเราน่าจะคุ้นชินกับคำถามว่า ทำไมโตไปไม่เก่ง เพราะหลายกีฬาในระดับเยาวชนเราทำได้ดีในระดับโลก แต่พอโตขึ้นมาระดับอาชีพ เด็กจากชาติต่างๆ ที่เคยแพ้เรากลับกลายมาถล่มเราไปกันหมด

ถ้าให้สรุปสั้นๆ ก็คือ เด็กๆ บ้านเรา ถูกฝึกแบบพีรามิดกลับหัว คือ ตอนเล็กๆ แทนที่จะเน้นพื้นฐาน ทักษะ เทคนิค ความเข้าใจเกม จินตนาการ แต่เราไปเน้นสมรรถภาพทางกาย ซ้อมหนักซ้อมนาน ดังนั้นเมื่อเวลาไปแข่งระดับเยาวชน เราก็เร็วกว่า อึดกว่า มีประสบการณ์มากกว่า ก็เลยพอจะชนะได้

แต่พอโตมาเด็กๆ ชาติอื่นที่ได้รับการฝึกอย่างเหมาะสม มีทักษะ เทคนิค ความเข้าใจเกม เมื่อถึงวัยที่ร่างกายพร้อมก็ค่อยมาฝึกความแข็งแรงที่ถูกออกแบบอย่างเป็นระบบ ก็ทำให้สามารถพัฒนาอย่างก้าวกระโดด แต่กับเด็กไทยที่ถูกดันเรื่องสมรรถภาพแบบไม่เหมาะสมจนตันไปแล้ว

เมื่อเอ็นและข้อต่อถูกใช้งานหนักตั้งแต่ยังไม่พร้อม ก็เริ่มมีอาการบาดเจ็บรบกวนตั้งแต่ต้นอาชีพ

แล้วพอจะกลับมาเน้นทักษะ เทคนิค ความเข้าใจเกม จินตนาการ การเล่นก็ไม่พัฒนาเท่าที่ควร

เหมือนการศึกษาบ้านเรา อย่างเช่นวิชาภาษาอังกฤษ ตามธรรมชาติของมนุษย์ เด็กเกิดมาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ก็เริ่มจากการฟังการพูดก่อน โตมาเขาก็ใช้ชีวิตประจำวันได้ สื่อสารดี แต่บ้านเราพอมาเน้นอ่านเขียนแกรมม่าก่อน พอจะให้เด็กมาหัดพูดเด็กก็กลัวก็กังวล หลายคนก็ไม่ประสบความสำเร็จในการเรียน สื่อสารไม่ได้ จริงๆ แค่เรียนให้สื่อสารได้ ก็สามารถสร้างงานสร้างอาชีพให้ประเทศได้อย่างมหาศาล

หรือแค่ในระดับอนุบาล เป็นวัยที่ต้องเริ่มพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่จากการเคลื่อนไหว วิ่งเล่น ปีนป่าย เพื่อพัฒนาสมอง ฝึกจินตนาการระบายสี เต้น ร้องเพลง กีฬา แต่บ้านเรากลับจับเด็กมานั่งเรียน บังคับอ่าน จำ บังคับเขียนใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก เด็กอ่านออกเขียนได้เร็วก็รีบไปภูมิใจ แต่ความจริงแล้วการกระทำแบบนั้นอาจจะเป็นการจำกัดศักยภาพในตัวเด็กโดยที่พ่อแม่ไม่รู้ตัว

ต้นไม้ใส่ปุ๋ยมากก็รากเน่าฉันใด การยัดเยียดสิ่งใดๆ มากไปให้เด็กก็ส่งผลเสียฉันนั้นนะครับ

ภาพประกอบ: missingkk


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *