3 วันที่เราเดินเท้าเข้าไปค้นหารวงผึ้งในป่าของชาวปกาเกอะญอ

“ความสัมพันธ์ระหว่างผึ้ง ป่า และคน นั้นแน่นแฟ้นอย่างแยกไม่ออก” คือคำบอกเล่าจากปาก จั้มพ์-ณัฐดนัย ตระการศุกร เจ้าของแบรนด์น้ำผึ้งออร์แกนิก HOSTBEEHIVE และหนึ่งในผู้จัดทริปชื่อน่ารักอย่าง ‘ผึ้งพาอาศัย’ (Honey Journey) ที่พาเหล่ามนุษย์เมืองทั้งหลายเดินเท้าเข้าป่าไปเรียนรู้วิถีชีวิตของผึ้ง เก็บน้ำผึ้ง ชิมน้ำผึ้ง และทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างผึ้ง ป่า และคน กันแบบลงไม้ลงมือ เมื่อวันที่ 12-14 พฤษภาคมที่ผ่านมา กิจกรรมภายในทริปแบ่งหลักๆ ออกเป็นทั้งหมด 3 วันที่เราอยากเล่าสู่กันฟัง

วันที่ 1 – วันแรกแลกความรู้
“ไร่หมุนเวียน ไม่เท่ากับ ไร่เลื่อนลอย”
หลังทุกคนเดินทางมาถึงหมู่บ้านห้วยหินลาดในกันพร้อมเพรียง ทีมผู้จัดงานจากแบรนด์น้ำผึ้งออร์แกนิก Hostbeehive แบรนด์กาแฟออร์แกนิกหินลาด และทีมงานจากไร่รื่นรมย์ เกษตรอินทรีย์ พาสมาชิกร่วมทริปล้อมวงคุยกันเรื่อง ‘ไร่หมุนเวียน’ ของชาวปกาเกอะญอ ที่คนชอบจำสลับกับคำว่า ‘ไร่เลื่อนลอย’ ที่หมายถึงการถางป่าทำไร่แบบขยายพื้นที่ออกไปเรื่อยๆ จนป่าโล่งเตียน ทีมงานเล่าว่าไร่หมุนเวียนคือภูมิปัญญาการทำเกษตรอย่างยั่งยืนที่สืบต่อกันมารุ่นสู่รุ่น ด้วยการแบ่งพื้นที่ปลูกข้าวปลูกผักออกเป็นแปลงๆ และทยอยทำกินในแต่ละแปลงหมุนเวียนอยู่ในบริเวณนั้น เป็นการพักและบำรุงดิน มีอาณาเขตชัดเจน ไม่ลุกลามกินพื้นที่ป่าอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด

​”ผึ้งกับป่าต้องมาด้วยกัน”
​ก่อนจะเล่าถึงพระเอกของงานอย่าง ‘ผึ้ง’ ที่ช่วยทำให้ป่าโดยรอบของหมู่บ้านห้วยหินลาดในมีความอุดมสมบูรณ์ไม่เหมือนใคร เพราะผึ้งที่มีอยู่มากมายในบริเวณนี้ช่วยผสมเกสรขยายพันธุ์พืชจนระบบนิเวศน์มีความผสมผสานเป็นเอกลักษณ์ เช่น ทำให้ผลไม้บางชนิดออกผลนอกฤดูกาล หรือทำให้มะนาวในหมู่บ้านมีรสเปรี้ยวอมหวานอร่อยไม่เหมือนที่ไหน

​ความพิเศษคือเวลาของการจัดทริปเป็นช่วงครบรอบ 2 ปีของการเลี้ยงผึ้งชันโรง (ผึ้งตัวเล็กจิ๋วที่ไม่มีเหล็กใน) ของคนในชุมชน สมาชิกในทริปเลยมีโอกาสเรียนรู้วิธีการเลี้ยง ดูแล และชิมน้ำผึ้งชันโรงรสหอมหวานที่หมักบ่มมาเป็นเวลาแรมปีเป็นของแถม ก่อนทีมงานจะอพยพทุกคนเดินเท้าเข้าป่าไปเยี่ยมชมไร่หมุนเวียนของจริง สัมผัสกับอากาศสดๆ รวมถึงสัมผัสกับผึ้งป่าตัวเป็นๆ กันแบบใกล้ชิด พร้อมรับคำบรรยายจากวิทยากรชาวปกาเกอะญอผู้คลุกคลีกับผืนป่ามาหลายสิบปี



วันที่ 2 – ชวนให้ลงมือลองดู
“กว่าจะได้น้ำผึ้งสักหยดนั้นไม่ง่าย”
​หลังจากเรียนรู้เรื่องไร่หมุนเวียนกันมาพอสังเขป เช้าวันที่ 2 ของทริป สมาชิกก็ได้เรียนรู้วิธีการเก็บน้ำผึ้งของจริง โดยพ่อหลวง (ผู้ใหญ่บ้าน) ชาวปกาเกอะญอที่มาสาธิตวิธีการปีนต้นไม้ความสูงกว่า 30 เมตรแบบไม่ใช้สลิง แต่ใช้อุปกรณ์จากภูมิปัญญาพื้นบ้านอย่าง ‘ทอยไม้ไผ่’ ตอกปักเข้าไปในต้นไม้จนกลายเป็นบันไดสั้นๆ ใช้ปีนป่ายขึ้นไปยังรังผึ้งหลวง (Royal Bee) ที่มักทำรังอยู่บนต้นไม้สูงกลางป่าลึก และใช้ใบรางจืดเผารมควันบริเวณโคนต้นไม้เพื่อให้ผึ้งบินออกจากรัง ก่อนกอบรังผึ้งบนต้นลงมาคั้นเอาน้ำผึ้งหวานหอมให้ทุกคนได้ลองชิม

​นอกจากผึ้งหลวง ผู้ร่วมทริปยังได้เรียนรู้การเก็บรังผึ้งอีกสองชนิด คือผึ้งโพรง ผึ้งขนาดกลางที่อาศัยอยู่ในโพรงไม้ในป่า และผึ้งชันโรง ผึ้งขนาดเล็กที่ชาวบ้านเลี้ยงดูและดูแลการขยายพันธุ์อยู่ในกล่องไม้ไผ่กันแบบใกล้ชิดสุดๆ

“น้ำผึ้งธรรมชาติแท้ต้องไม่ได้มีแค่รสหวาน และไม่มีวันหมดอายุ!”
​นอกจากจะเรียนรู้การเก็บน้ำผึ้งแล้ว ในวันนี้ผู้ร่วมทริปยังได้ลิ้มรสน้ำผึ้งกันแบบจุใจ ผ่านเวิร์กช็อป Honey Tasting ชิมน้ำผึ้ง 16 ชนิดที่ได้จากผึ้งตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะน้ำผึ้งดอกกาแฟ หรือน้ำผึ้งที่เก็บได้จากฤดูกาลต่างๆ ในป่าแวดล้อมหมู่บ้านห้วยหินลาดในที่มีรสชาติแตกต่างกันจนน่าตื่นเต้น เช่น มีกลิ่นควัน มีรสขมติดปลายลิ้น หรือมีรสเปรี้ยวจางๆ เพราะรสชาติของน้ำผึ้งแปรผันกับสามปัจจัย คือชนิดของผึ้ง สภาพอากาศแต่ละปี และความหลากหลายของพืชพันธุ์ละแวกนั้น แถมระยะเวลาการหมักบ่มก็มีผลทำให้น้ำผึ้งมีรสชาติลึกซึ้งซับซ้อนไม่เหมือนกัน แม้จะเก็บรวงผึ้งมาจากแหล่งเดียวกันก็ตาม ที่สำคัญคือ ‘น้ำผึ้ง (แท้) ไม่มีวันหมดอายุ’ โดยจั้มพ์ยืนยันว่าแม้เวลาจะผ่านหลายสิบปี หากเก็บอย่างมิดชิดในอุณหภูมิที่เหมาะสม น้ำผึ้งก็จะยังกินได้ไม่บูดหรือแปรสภาพเหมือนน้ำหวานชนิดอื่น

วันที่ 3 – มอบบางอย่างคืนสู่ธรรมชาติ
“อยู่ที่ไหนก็สร้างน้ำผึ้งเองได้ ถ้ามีกล่องรังผึ้ง”
​ในวันสุดท้าย หลังจากเรียนรู้และชิมน้ำผึ้งกันมาจนหนำใจ ก็ถึงเวลาล้อมวงพูดคุยกันอีกครั้งถึงสถานการณ์น้ำผึ้งในบ้านเรา เหตุผลที่คนมักให้คุณค่ากับน้ำผึ้งกันน้อยเพราะคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจกระบวนการผลิตน้ำผึ้งตามธรรมชาติว่ามีขั้นตอนซับซ้อนและเสี่ยงอันตราย จากนั้นจึงมาถึงกิจกรรมท้ายสุดอย่างเวิร์กช็อปทำ ‘กล่องรังผึ้ง’ เพื่อเป็นที่อยู่ให้กับผึ้งโพรง มอบให้กับชาวปกาเกอะญอใช้เพาะเลี้ยงผึ้งเป็นอาชีพต่อไป

​ความพิเศษของกล่องรังผึ้ง DIY เหล่านี้ก็คือ ไม่ว่าจะเอาไปวางไว้ตรงไหน ในป่า ในสวน หรือในเมืองหลวง ผึ้งละแวกนั้นก็จะบินเข้ามาทำรังและให้น้ำผึ้งหวานหอมกับเราเช่นเดียวกัน นั่นหมายความว่าเราสามารถ ‘สร้างน้ำผึ้ง’ เองได้ง่ายๆ ขอแค่มีกล่องรังผึ้ง แต่บอกไว้ก่อนว่ารสชาติของน้ำผึ้งที่ได้จะอร่อยล้ำหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับความหลากหลายของพืชพันธุ์ สภาพอากาศ และชนิดของผึ้งที่บินวนเวียนอยู่บริเวณนั้นด้วยเช่นกัน

​เมื่อจบกิจกรรมสุดท้าย ผู้ร่วมทริปทุกคนจึงได้เข้าพิธีเรียกขวัญที่จัดขึ้นโดยผู้อาวุโสชาวปกาเกอะญอ และรับคำอวยพรให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ พร้อมความรู้และความอิ่มใจในความสัมพันธ์แสนหวานระหว่างผึ้ง ป่า และคน

www.facebook.com/hostbeehive

ภาพถ่าย: ชลิต สภาภักดิ์, บุญศรี ฉลัดกนก