คุกกี้แป้งข้าวหอมนครชัยศรี ที่ชวนทำกินในฤดูกาลข้าวใหม่


ท้องทุ่งนาในหลายพื้นที่อาจกำลังเป็นสีเหลืองทอง อวดรวงสดใส บางพื้นที่ผืนนาอาจเหลือเพียงตอซังข้าว นั่นก็เพราะผลผลิตในนามเมล็ดข้าวถูกเก็บเกี่ยวไว้เรียบร้อยแล้ว กลิ่นข้าวใหม่ในชั่วยามนี้หอมอบอวลไปไกล บรรยากาศยามเย็นจึงไม่แปลกที่จะเดินไปบ้านหลังไหน แล้วพบเจอกับเมนูข้าวสวยร้อนๆ คู่กับน้ำพริกปลาทู จิ้มผักลวก นี่นับได้เป็นห้วงยามแห่ง ‘ข้าวใหม่ปลามัน’ โดยแท้

กลุ่มเกษตรกรแห่งท้องทุ่งนครชัยศรี ในนาม ‘วิสาหกิจชุมชมบ้านโฉนดชุมชนคลองโยง-ลานตากฟ้า’ จังหวัดนครปฐม ก็เช่นเดียวกัน ผ่านช่วงยามแห่งการทุ่มเทให้แปลงนาในแบบเกษตรกรรมยั่งยืน เสร็จสิ้นฤดูกาล เมล็ดข้าวแห่งความรักจึงมีโอกาสนอนเรียงเม็ด อวดกลิ่นสดใหม่ กับสายพันธุ์ข้าวที่มีชื่อบ่งบอกถึงถิ่นกำเนิดแหล่งปลูก นั่นก็คือ ‘ข้าวหอมนครชัยศรี’ ด้วยความติดใจในรสชาติของข้าวสายพันธุ์นี้ วันนี้ ‘Pung craft บ้านเรียนขนมปัง’ จึงอยากทำการเสกข้าวสารมาเป็น “คุกกี้แป้งข้าวหอมนครชัยศรี” คุกกี้ปลอดแป้งสาลี คนแพ้กลูเตนสามารถทำกินเองได้สบายๆ

ส่วนประกอบคุกกี้แป้งข้าวใหม่

1. แป้งข้าวหอมนครชัยศรี 140 กรัม
2. ข้าวโอ๊ต 100 กรัม
3. กล้วยตาก 100 กรัม
4. น้ำตาลทรายแดง (เพิ่มลดได้ตามชอบ) 60 กรัม
5. น้ำมันรำข้าว 70 กรัม
6. เกลือชมพู 1.4 กรัม
7. เบกกิ้งโซดา 1 กรัม
8. ผงฟู 4 กรัม
9. ไข่ไก่ (ประมาณเบอร์ 2) 1 ฟอง

วิธีทำ

ขั้นตอนก็ไม่ยากเลยเพราะคุกกี้จัดเป็นขนมปังทำเร็วแบบไม่ต้องหมัก หรือเรียกว่า quick bread ไม่เกินหนึ่งชั่งโมงต้องได้ลิ้มชิมแน่นอน

ขั้นแรกเรานำข้าวสารข้าวหอมนครชัยศรี ข้าวใหม่ของเราครั้งนี้ซึ่งเป็นข้าวกล้อง มาบดด้วยเครื่องบดแป้งขนาดเล็กที่เรามี ถ้าใครไม่มีเครื่องบดแป้งไม่ต้องกังวลไป สามารถสั่งเป็นแป้งจากเกษตรกรโดยตรงได้เลย แต่บ้านเรียนขนมปังชอบสั่งเป็นแบบข้าวกล้อง จะได้หุงกินเป็นข้าวสวยด้วย

ชั่งตวงแป้งข้าวของเราให้ได้ 140 กรัม พักใส่ภาชนะไว้ก่อน เคล็ดลับสำคัญอย่างหนึ่งคือเราจะทำการชั่งตวงส่วนผสมทุกอย่าง แยกใส่ภาชนะไว้ก่อน เพื่อความถูกต้องตามอัตราส่วนที่เราต้องการ กันการหลงลืม หรือป้องกันการใส่วัตถุดิบผิดพลาดขาดเกิน

จากนั้นนำข้าวโอ๊ตปริมาณ 100 กรัม ไปปั่นด้วยเครื่องปั่นแห้ง หรือเข้าเครื่องบดแป้งก็ได้ ได้ผงข้าวโอ๊ตมาแล้วพักไว้ในภาชนะเช่นเคย

ส่วนผสมต่อมาคือตัวเพิ่มรสชาติให้กลมกล่อม เข้ากับคุกกี้แบบบ้านๆ ได้ดี นั่นคือกล้วยน้ำว้าตาก อาจทำเองจากกล้วยสุกเหลือกิน หรืออุดหนุนกล้วยตากบ้านๆ ทั่วไปได้เหมือนกัน เราจะใช้ 100 กรัม โดยน้ำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ต่อไปก็น้ำมันรำข้าว 70 กรัม น้ำตาลทรายแดง 60 กรัม ตัวความหวานอันนี้อาจเพิ่มลดได้ตามชอบ ไข่ไก่ 1 ฟอง ผงฟู 4 กรัม เบกกิ้งโซดา 1 กรัม เกลือชมพู 1.4 กรัม

ได้ส่วนผสมทุกอย่างพร้อมแล้วเราก็มาลงมือกันเลย เริ่มจากตอกไข่ไก่หนึ่งฟองที่เตรียมไว้ลงในชามผสม เทน้ำตาลทรายลงไป ใช้ตะกร้อมือตีทั้งสองอย่างให้เข้ากัน และให้น้ำตาลทรายละลายเป็นเนื้อเดียวกัน

ต่อไปเติมน้ำมันรำข้าวและเกลือตามลงไป คนให้เข้ากัน เทกล้วยตากที่เราหั่นซอยเป็นชิ้นเล็กๆ ไว้แล้ว คนส่วนผสมทุกอย่างอีกครั้ง โดยคนส่วนผสมทั้งหมดเบาๆ สบายๆ ไม่ต้องออกแรงเยอะ

จากนั้นเตรียมชามผสมอีกใบในการผสมของแห้ง เริ่มจากเทเบกกิ้งโซดาและผงฟูลงไปในชามที่ตวงแป้งข้าวหอมนครชัยศรีที่เราเตรียมไว้แล้ว จากนั้นใช้ตะแกรงร่อนส่วนผสมทั้งสามอย่างลงในชามผสมของแห้ง เศษผงหยาบก็เททิ้งไปได้เลย

ต่อมาก็เทข้าวโอ๊ตบดลงชามผสม คนของแห้งทั้งหมดให้เข้ากัน

ขั้นตอนต่อไป ผสมของแห้งลงในชามผสมของเหลว คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ระหว่างคนให้สังเกตว่าส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดีหรือไม่ อาจทดลองปั้นขึ้นรูปเป็นก้อนคุกกี้ดู ถ้าหลุดร่วนไม่จับตัวเป็นก้อนอาจเป็นเพราะส่วนผสมของเราแห้งเกินไป แนะนำให้เติมพวกนมธัญพืชเพิ่มลงไปเพื่อลดความร่วนซุย อาจค่อยๆ เพิ่มลงไปประมาณ 40-50 กรัม หรือถ้าส่วนผสมทุกอย่างลงตัวแล้วก็ไม่ต้องเพิ่มนมธัญพืชลงไป ซึ่งอันนี้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์แป้งข้าวและผงข้าวโอ๊ตของเราว่าจะดูดซับน้ำมากน้อยแค่ไหน

เมื่อทุกอย่างได้ที่แล้ว จัดการปั้นเป็นก้อนคุกกี้แบนๆ บางๆ หรือกลมๆ ตามที่เราต้องการ ถ้าเราปั้นก้อนละ 40 กรัม ก็จะได้คุกกี้ประมาณ 15 ชิ้น จัดเรียงในถาดของเตาอบ โดยใช้กระดาษรองอบมารองก่อน อาจตกแต่งหน้าตามชอบด้วยธัญพืช หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ตามความสวยงามได้เลย

ในขั้นตอนของการอบ เราจะอบโดยใช้ไฟบนไฟล่าง ตั้งอุณหภูมิที่ 180 องศาเซลเซียส ตั้งเวลาอบประมาณ 13 นาที เวลาอาจบวกลบตามความเหมาะสมของเตาอบแต่ละบ้าน

เพียงเท่านี้เราก็ได้คุกกี้แสนอร่อย ทั้งสนุกและมากด้วยคุณค่า ที่สำคัญใช้แป้งข้าวพื้นบ้านมาเป็นส่วนผสม

ฤดูกาลข้าวใหม่ปีนี้อาจเพิ่มเติมจากการทดลองชิมข้าวสายพันธุ์พื้นบ้านสายพันธุ์ใหม่ๆ ในนามของข้าวสุก มาเป็นข้าวใหม่ในรูปแบบใหม่ อย่างเช่นคุกกี้แป้งข้าวหอมนครชัยศรีของเราในวันนี้ อาจเป็นอีกทางเลือกของการอร่อยฟิน อีกทั้ังยังสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตข้าวในระบบเกษตรกรรมยั่งยืนอีกด้วย

ภาพถ่าย: ArmYa at Home


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *