Baking Therapy เมื่อรู้สึกเศร้า ทำไมเราควรอบขนมกัน


ในช่วงล็อกดาวน์ที่ดูจะแสนยาวนานนั้น เราสังเกตเห็นว่ามีเพื่อนเราหลายคนลุกขึ้นมาทำกิจกรรมบำบัดความเครียดกันเป็นว่าเล่น บางคนสนุกกับของเล่นใหม่อย่างหม้อทอดไร้น้ำมันที่กลายเป็นเครื่องครัวยอดฮิตจนคนที่ไม่เคยมียังต้องมีกับเขาบ้าง บางคนลุกขึ้นมาผูกผ้ากันเปื้อนทำอาหารและเปิดให้คนสั่งเมนูโฮมเมดจนกลายเป็นอาชีพใหม่ในตอนนี้ไปแล้ว และหนึ่งในอาหารที่ว่านั้นคือขนมอบกลิ่นหอมฟุ้ง ที่มากกว่าการได้อวดความอร่อยด้วยมือเรา ยังมีการศึกษาที่บอกว่า ช่วงเวลาที่เราใช้ไปกับการเปิดเตาอบขนมนั้น ยังได้ช่วยบำบัดจิตบำบัดใจเราด้วย

ด้วยพลังของแป้งจะช่วยเยียวยา

คำว่า ‘กินแก้เครียด’ เป็นหนทางบำบัดที่เราเคยได้กินกันอยู่บ่อยๆ แต่การกินที่จะส่งผลให้เรามีความสุขขึ้น คือการได้กินอาหารที่มีไขมันและมีรสหวาน เพราะร่างกายจะหลั่งสารโดพามีนเพื่อให้เรามีความสุขออกมา ผลก็คืออารมณ์ดีขึ้นจริง แต่น้ำหนักที่อาจจะพุ่งขึ้นอาจทำให้เราเครียดไปยิ่งกว่าเดิม คำว่า ‘อบแก้เครียด’ จึงเป็นอีกทางออกหนึ่งที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าบำบัดได้ เพราะในการอบขนมนั้นกระบวนการของมันมีความเกี่ยวข้องกับอารมณ์อยู่ ยกตัวอย่างจอห์น เวท ผู้ชนะรายการ The Great British Bake Off เมื่อปี 2012 ซึ่งเคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ก็ได้ผ่านความยากลำบากทางอารมณ์นั้นมาได้ ด้วยการเข้าครัวอบขนมปัง

จากการศึกษาของผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา ได้มีการอธิบายเหตุผลเอาไว้ว่า ที่การอบขนมช่วยบำบัดความเครียดและคลายอารมณ์หมองเศร้าหรือวิตกกังวลลงได้ เป็นเพราะการทำเบเกอรี่นั้นต้องอาศัยสมาธิ เพราะมีทั้งเรื่องสัดส่วนของวัตถุดิบ วิธีการ และเวลาในแต่ละขั้นตอน ที่หากทำพลาด เบเกอรี่ที่ตั้งใจก็จะออกมาไม่ดี การได้จดจ่ออยู่กับกระบวนการนี้จะทำให้สมองเราจดจ่ออยู่กับก้อนแป้งตรงหน้าเรา หรือหากในทางพุทธ ก็เรียกว่าเรากำลังอยู่กับ ‘ปัจจุบันขณะ’

และการเคลื่อนไหวซ้ำๆ ผ่านการผสมและนวดแป้ง ไปจนถึงการตกแต่งหน้าตาขนมของเรา จะทำให้เรารู้สึกสงบขึ้นได้

การได้รับสัมผัสทั้งทางสายตา กลิ่น และรสชาติ จะยิ่งช่วยในการบำบัดได้ดีสำหรับบางคนที่มีความทรงจำเชิงบวก หรือมีหน่วยความจำที่เชื่อมโยงกับความสุขกับฉากเหล่านี้ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และการทำขนมซึ่งคนทำรู้ว่ามีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดเมื่อทำมันเสร็จ จะทำให้เจ้าตัวรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ควบคุม มีอำนาจสูงสุดในดินแดนของห้องครัว และที่สุดแล้วอารมณ์ที่เราจะรู้สึกเต็มตื้นหลังอบขนม อาจไม่ใช่การได้ชื่นชมรสและกลิ่นอยู่เพียงลำพัง นักจิตวิทยาได้กล่าวว่า ผลลัพธ์อันแสนหวานของการบำบัดนี้ คือการได้มอบเบเกอรี่ที่เราทำเองกับมือ ให้คนที่เรารู้สึกดีด้วย ไม่ว่าจะคนในครอบครัว เพื่อน หรือคนรัก ที่ความสัมพันธ์จะยิ่งกระชับแนบแน่นขึ้นเพราะรสชาติจากมือเรานี่แหละ

เลือกวัตถุดิบดี ขนมจะดีกับทั้งใจทั้งกาย

เชื่อว่าคงจะมีคนสงสัยกันว่า กินแก้เครียดทำให้น้ำหนักขึ้นได้ แต่การอบขนมเราก็ต้องกินด้วยเหมือนกัน แล้วไม่กลัวน้ำหนักขึ้นเหรอ เรามาเบรกคำถามนั้นด้วยการพาเข้าสู่โลกของขนมปังสายสุขภาพ ที่เราสามารถเลือกวัตถุดิบที่เป็นตัวช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้เหมือนกัน

ขนมปังสูตรทั่วไปมักทำมาจากแป้งที่ให้คาร์โบไฮเดรตสูง เราสามารถตัดแป้งออกแล้วใช้วัตถุดิบอื่นมาทดแทนได้ ยกตัวอย่างเช่นแป้งมะพร้าวออร์แกนิก ซึ่งเป็นแป้งที่ทำมาจากเนื้อมะพร้าวบด เป็นผงสีขาวละเอียดที่มีกลิ่นหอมของมะพร้าว หรือการเลือกใช้แป้งจากข้าวพื้นบ้านของเกษตรกรที่ปลูกแบบไร้สาร และแป้งกล้วยที่แปรรูปจากกล้วยดิบ ซึ่งแป้งเหล่านี้สามารถนำมาใช้ทำขนมปัง ขนมเค้ก คุกกี้ หรือขนมอบทุกประเภทได้ดี โดยยังให้รสสัมผัสเหมือนขนมปัง และยังมีไฟเบอร์ที่ให้คุณค่ากับร่างกายด้วย

ส่วนนมเราสามารถเลือกใช้นมจากถั่วขาว หรือนมถั่วเหลืองมาใช้แทน เลือกใช้ไข่ไก่สดออร์แกนิกที่เรารู้ที่มา รวมถึงวัตถุดิบอื่นๆ จากแหล่งอาหารปลอดภัยเป็นตัวตั้งต้น เพื่อให้การอบขนมบำบัดใจของเรานั้นดีต่อใจและดีต่อกายจริงๆ

ที่มาข้อมูล

www.goodtherapy.org
www.bhg.com

เครดิตภาพ: Pixels


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *