รสธรรมชาติ ความอ่อนโยนของรสชาติที่ดีต่อลูกและเราทุกวัย


การได้กินอาหารอร่อย ถือว่าเป็นความสุขอย่างหนึ่งของคนเรา รสชาติที่กลมกล่อมลงตัว เปรี้ยวเค็ม เผ็ดหวาน หรือรสชาติที่เข้มข้นจัดจ้าน ล้วนกระตุ้นความอยากอาหารและสร้างความพึงพอใจให้ผู้คนมาเนิ่นนาน นานจนเกือบลืมให้ความสำคัญกับรสธรรมชาติรสชาติแรกๆ ที่มนุษย์ทุกคนได้ลิ้มลองมาตั้งแต่ยังเล็ก อย่างน้ำนมแม่ รสหวานตามธรรมชาติ ที่ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต ดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน ระบบย่อยและอวัยวะต่างๆ ทั้งยังมอบความมอบสุขที่บริสุทธิ์มาโดยตลอด กระทั่งเมื่อเข้าสู่อายุประมาณ 5-6 เดือน มนุษย์ก็ได้เรียนรู้รสอื่นเป็นครั้งแรก รสชาตินั้นเรียกว่ารสธรรมชาติที่เกิดจากวัตถุดิบมาผสมผสานให้เข้ากันอย่างสร้างสรรค์ กลายเป็นรสสุขภาพ รสชาติกลางๆ ที่เป็นมิตรต่อร่างกาย และยังส่งผลต่อพฤติกรรมการกินที่ดีได้ในระยะยาว

(รส) ธรรมชาติของอาหารสำหรับเด็กวัยก่อน 1 ปี

เด็กเล็กๆ สามารถเรียนรู้ความน่าสนใจของโลกใบนี้ได้ด้วยอาหารและรับรู้ความตื่นเต้นที่สนุกสนานได้จากรสชาติของอาหาร แต่ด้วยร่างกายระบบการดูดซึมและการย่อยอาหารของเด็กวัยนี้ยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ การทำอาหารให้เจ้าตัวเล็กนี้จึงต้องให้ความสำคัญและใส่ใจเป็นพิเศษ โดยมีข้อห้ามหลักๆ คือห้ามของดิบ ชีสบางชนิด งดปรุงทั้งเกลือหรือน้ำตาล และห้ามให้กินน้ำผึ้งโดยเด็ดขาด

ตามคำแนะนำของหนึ่งในระบบบริการสุขภาพที่ดีที่สุดในโลกอย่าง NHS (National Health Service) หรือระบบบริการสุขภาพแห่งชาติสหราชอาณาจักร ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนถึงอันตรายของอาหารต้องห้ามสำหรับลูกเล็ก อย่างน้ำผึ้งไว้ว่า ในน้ำผึ้งมีแบคทีเรียที่มีชื่อว่า C. botulinum จะมีชีวิตขึ้นมาได้หากเข้ามาอยู่ในลำไส้ของทารก และสามารถผลิตสารพิษที่ร้ายแรงออกมา จนกลายเป็นโรคโบทูลิซึ่ม (infant botulism) ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง การหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตได้ โดยในประเทศสหรัฐอเมริกาพบทารกที่มีอาการ infant botulism เฉลี่ย 100 รายต่อปีและยังไม่นับอัตราการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากทั่วโลก

เช่นเดียวกับการเติมน้ำตาล ก็เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะน้ำตาลส่วนใหญ่มีอยู่ตามธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นฟรุกโตสในแอปเปิ้ล หรือแล็กโตสในชีส ซึ่งให้พลังงานและแคลอรีที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายของลูก โดยทางสมาคมโรคหัวใจอเมริกา (American Heart Association) ได้ให้คำแนะนำไว้ว่า

เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ไม่ควรเติมน้ำตาลใดๆ ลงในอาหารเลย และควรระวังน้ำตาลแฝงที่คาดไม่ถึงจากอาหารเสริมต่างๆ

ขนมกินเล่นสำหรับเด็ก ซอสมะเขือเทศ  หรือแม้แต่ในน้ำผลไม้บรรจุขวดก็ไม่ควรให้ลูกก่อนครบขวบ

มาถึงสิ่งสำคัญที่สุดก็คืองดโรยเกลือในอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดให้กับลูกวัยนี้ เพราะไตของเขายังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ การได้รับเกลือหรือโซเดียมมากเกินไปจะทำให้ไตเสียหาย มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อ่อนแรง หายใจได้ลำบากและยังสามารถทำลายเซลล์สมอง จนนำไปสู่อาการชัก หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้ และเพื่อความปลอดภัย NHS จึงได้ระบุว่า ทารกก่อนขวบปี ไม่ควรเติมเกลือในอาหาร และไม่ควรกินอาหารแปรรูปทั้งหลาย แต่หลังจากอายุ 1-3 ปี เติมเกลือได้เล็กน้อยในปริมาณไม่เกิน 2 กรัมต่อวัน

ข้อห้ามทั้งหมด เมื่อมัดรวมกันแล้วกลั่นออกมาเป็นรสชาติ ในฐานะที่ผู้เขียนก็เป็นคุณแม่ ที่ต้องชิมอาหารที่ทำด้วยตัวเองก่อนให้ลูกทุกครั้ง จึงเรียกรสชาตินี้ว่ารสธรรมชาติหรือรสจืดแต่มีความกลมกล่อมซ่อนอยู่ในทุกๆ คำ


ปรุงมื้ออาหารให้อร่อยได้ด้วยวัตถุดิบ

รสจืดที่ว่าจะอร่อยมากยิ่งขึ้น ก็ต้องอาศัยรสธรรมชาติจากวัตถุดิบต่างๆ ที่ลูกกินได้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ต่างๆพืชผักผลไม้ รวมไปถึงสมุนไพรบางชนิด ก็สามารถนำมาทำเป็นเครื่องปรุงที่แสนอร่อยได้ และละมุนละไมต่อการรับรสของลูก กระตุ้นความอยากอาหาร แต่กระทบต่อกระเพาะเล็กจิ๋วได้น้อยที่สุด

หนึ่งในนั้นก็คือรสหวานตามธรรมชาติที่นำมาผสมผสานเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำต้มกระดูกหมู กระดูกปลา หรือโครงไก่ที่เคี่ยวจนได้ที่ หอมใหญ่ผัดในกระทะจนใสจะให้รสหวานฉ่ำได้ดีกว่าตอนที่ยังไม่สุกดีนัก รสหวานหอมของแครอตย่างในกระทะจนนิ่ม ฟักทองและบัตเตอร์สวอชที่ตุ๋นจนแทบจะละลายได้ในปาก ข้าวโพดปั่นละเอียดกรองเอาแต่น้ำแล้วนำไปต้มจนสุกก็หอมหวานมัน ปรับแต่งเมนูอะโวคาโด้ให้อร่อยมากยิ่งขึ้นด้วยการนำไปต้มรวมกับน้ำซุปผักรวมและเนื้อปลาแซลมอน ข้าวหอมมะลิตุ๋นก็ให้รสหวานหอม เติมความหอมอร่อยด้วยธัญพืชอย่างงาขี้ม้อน เมล็ดเฟล็กซ์นำไปคั่วและบดละเอียด เพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ได้ง่ายมากขึ้น 

ความอร่อยชวนลูกกินที่คาดไม่ถึงก็คือ รสเผ็ดจางๆ และกลิ่นฉุนนิดๆ จากสมุนไพร ซึ่งลูกรับรสเหล่านี้ได้และไม่เป็นอันตราย

โดยสังเกตได้จากตอนที่ลูกยังกินนมแม่ ไม่ว่ารสชาติของอาหารและกลิ่นจากเครื่องเทศหรือสมุนไพรที่ผสมอยู่ในอาหาร ลูกสามารถรับรู้รสชาติเหล่านั้นแบบอ่อนๆ ได้ผ่านน้ำนมแม่ ข้อเท็จจริงนี้ยืนยันโดยกุมารแพทย์ของซีแอตเทิล

นอกจากนี้ กุมารแพทย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์โภชนาการ แห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซินเมดิสัน ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า รสเผ็ดยังไม่หลักฐานที่ระบุแน่ชัดว่าส่งผลเสียต่อเจ้าจิ๋วโดยตรง เพียงแต่ว่าที่ให้หลีกเลี่ยงก็เพราะรสเผ็ดนั้น อาจจะทำให้ผิวรอบๆ บริเวณปากและภายในปากของลูกระคายเคืองได้ แต่เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้ใส่รสเผ็ดอ่อน อย่างพริกไทยดำ หลังจากครบรอบวันเกิดปีแรกไปแล้วจะดีที่สุด

ส่วนรสและกลิ่นจากสมุนไพรบางชนิด ไม่ว่าจะเป็น ขิง ข่า ตะไคร้ มะกรูด ใบโหระพา ใบกะเพรา โรสแมรี่ ผักชีลาว ผักชีฝรั่ง หรือแม้แต่กระเทียม ก็สามารถนำมาแทนเครื่องปรุงอย่างละนิดอย่างละหน่อย เพื่อให้ได้กลิ่นและรสที่ต่างออกไป ที่เหลือก็รอดูปฏิกิริยาแห่งรสชาติที่น่าแปลกใจของเจ้าตัวเล็กได้เลย

ความอ่อนโยนของอาหารส่งผลต่อดีลูก (และผู้ใหญ่ด้วย)

สำหรับลูกน้อยวัยไม่ครบขวบปี ต่อให้อาหารชามนั้นรสจืดเกินไปสำหรับผู้ใหญ่ แต่ด้วยวัยที่กำลังเรียนรู้ทุกอย่าง อาหารตรงหน้าก็น่าลิ้มลองเสมอ ยิ่งในมื้อนั้นเจ้าตัวเล็กได้นั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกับทุกคนในครอบครัว ได้มีโอกาสชิมหยิบจับอาหารตรงหน้าตามใจปรารถนาของตัวเอง ได้เล่นมากกว่ากิน และเลอะเทอะมากกว่าที่คาดคิด

จากประสบการณ์ของผู้เขียน ที่เฝ้ามองลูกชายวัยสองวัยผ่านการกินในแต่มื้อ นี่คือการเรียนรู้วิธีนำอาหารเข้าปาก รับรู้เกี่ยวกับรสชาติและกลิ่นใหม่ๆ ทั้งยังช่วยให้กล้ามเนื้อมัดเล็กแข็งแรง ระหว่างนั้นแม่อย่างเราก็ค่อยๆ สร้างความคุ้นชินเรื่องรสธรรมชาติของอาหาร โดยการสลับและหมุนเวียนวัตถุดิบที่ใช้ทำอาหาร ไม่ให้ซ้ำกันในแต่ละมื้อต่อวัน พร้อมชี้ชวนให้ชิมรสวัตถุดิบที่แตกต่างกัน และเมื่อครบสองขวบ ผู้เขียนก็เปิดโอกาสให้ลูกได้ชิมรสชาติคล้ายผู้ใหญ่ ปรุงบ้างแต่ยังคงอยู่ในปริมาณที่เล็กน้อย และยังดีต่อสุขภาพของลูก

ทั้งหมดก็เพื่อให้ลูกมีสุขภาพที่แข็งแรง ทั้งในปัจจุบันและอนาคต รสธรรมชาตินี้อ่อนโยนนี้ยังต่อไตหัวใจและระบบไหลเวียนเลือดของผู้ใหญ่ ช่วยให้ชีวิตออกห่างจากโรคยอดฮิตมากมาย ที่คร่าชีวิตผู้คนไปปีละหลายแสนคน และครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิตก็จากไปก่อนวัยอันควร ด่วนจากไปเร็วเกินกว่าที่จะได้ใช้ชีวิตที่ดี มีสุขภาพที่แข็งแรง ได้ทำตามความฝัน และมีโอกาสได้สร้างสิ่งดีๆ ให้กับสังคมอย่างน่าเสียดาย

2 เมนูทำง่าย เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี


ซุปไก่ รสชาติล้ำลึก ครบห้าหมู่ ช่วยบำรุงร่างกาย

ต้มปีกกลาง แครอต มันฝรั่ง หอมใหญ่ มะเขือเทศ พร้อมกับตัดเลี่ยนและเพิ่มรสหวานด้วยแอปเปิ้ลตุ๋นจนทุกอย่างนุ่ม ใส่ขึ้นฉ่ายเป็นลำดับสุดท้าย เมนูนี้เหมาะกับสมาชิกทุกคนในบ้าน เพราะเต็มไปด้วยวิตามินจากผักและผลไม้ มีโปรตีนพร้อมธาตุเหล็กที่ได้จากไก่ ช่วยบำรุงและทำให้ร่างกายเจริญเติบโต


มันบดสีเขียว เป็นเครื่องเคียงก็ได้ กินหลักก็ดี มีไฟเบอร์สูง

ต่อยอดจากซุปไก่ ด้วยการบดมันฝรั่งตุ๋นให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ผสมบร็อกโคลี่ต้มปั่นละเอียด และเชดด้าชีส อาจจะเพิ่มกลิ่นหอมอ่อนๆ ใบโหระพาสับเล็กน้อย เมนูนี้ให้คาร์โบไฮเดรตสูง เข้ากันได้ดีกับแคลเซียมจากชีส มีธาตุเหล็ก โฟเลต วิตามินซี และไฟเบอร์ที่ได้จากบร็อกโคลี่ สำหรับเด็กเล็ก ชิมคำเล็กๆ กระตุ้นความอยากอาหาร ส่วนผู้ใหญ่ให้เพิ่มรสชาติที่เข้มข้นขึ้นด้วยพริกไทยดำบดและเกลือเล็กน้อย โดยความอร่อยที่แท้จริงของมันบดถ้วยนี้ได้จากรสธรรมชาติของวัตถุดิบทั้งหมดในซุปไก่ มันฝรั่งได้ดูดซับไว้แล้ว

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การเลือกวัตถุดิบที่ปลอดภัยจากเคมี หรือวัตถุดิบออร์แกนิกเป็นสิ่งสำคัญ เพื่ออาหารในถ้วยโปรดของเจ้าจิ๋วนั้น จะดีต่อร่างกายของเขาอย่างไม่มีอะไรให้ต้องกังวล

ที่มาข้อมูล
www.nhs.uk
www.businessinsider.com
www.babycenter.com
www.momjunction.com
www.entrechiquitines.com

เครดิตภาพ: ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล, ยสินทร์ เวชวิชา


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *