โอฮาโยะ โกไซมัส: อรุณสวัสดิ์ด้วยมื้อเช้าสุขภาพดีแบบญี่ปุ่น

มื้อเช้าวันนี้ของคุณคืออะไร?
แซนด์วิชจากร้านขนมปังบนรถไฟฟ้า น้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋หน้าปากซอยบ้าน เมล็ดเจียแช่นมโปะกล้วยหอมสูตรลดน้ำหนัก หรือเป็นแค่กาแฟหนึ่งแก้วแล้วรีบไปทำงานให้ทันท่วงที หรือหนักกว่านี้ตรงที่ไม่ได้กินอะไรเลย

แม้ว่าจะมีงานวิจัยใหม่ๆ ออกมาโต้แย้งว่า คนเราไม่ต้องกินอาหารเช้าก็ได้ ให้มื้อแรกของวันเป็นมื้อเที่ยงก็ไม่เป็นไรซะหน่อย แต่โดยสัญชาตญาณ มนุษย์ถูกปลุกด้วยแสงอาทิตย์และอาหาร คือแม้ว่าเราจะยังหลับอุตุอยู่บนเตียง แต่เมื่อแสงพระอาทิตย์ส่องมากระทบตัวเรา ต่อมใต้สมองจะเริ่มทำงานเพื่อปลุกระบบต่างๆ ในร่างกายให้ตื่นตัว และเมื่ออาหารมื้อแรกตกถึงลำไส้เล็ก ร่างกายเราจะเริ่มตั้งระบบเริ่มต้นวันหลังจากไม่ได้กินอะไรเลยมาทั้งคืน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมภาษาอังกฤษจึงเรียกอาหารเช้าว่า Breakfast ตามสมการ Break = หยุด Fast = อดอาหาร

กินดีหรือไม่กินดีก็เรื่องหนึ่ง ส่วน ‘กินให้ดี’ ก็เป็นอีกเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ เพราะด้วยความรีบ ร้อน ลน เร่ง ทำให้มื้อเช้ากลายเป็นอะไรก็ได้ที่ฟาสต์ไว้ก่อนจนแทบจะไม่ได้รับสารอาหารอะไรเลยนอกจากความอิ่ม เราจึงควรทำความเข้าใจกับการกินมืื้อเช้าอย่างมีคุณภาพกันใหม่

มื้อเช้าแบบญี่ปุ่น : ตัวอย่างของมื้อคุณภาพ
พอพูดถึงมื้อเช้า ภาพจำของเราอาจจะเป็นไข่ดาว ไส้กรอก หมูแฮม และขนมปังปิ้งทาเนยแบบอเมริกัน แต่ถ้าต้องกินแบบนี้ทุกวัน นอกจากร่างกายจะสะสมโซเดียมจำนวนมากจากอาหารแปรรูป ลำไส้ยังขาดไฟเบอร์ไปช่วยทำงานขับถ่ายคล่องแคล่ว แต่ถ้าตัดภาพมาดูอาหารเช้าแบบญี่ปุ่นแท้ๆ (ที่เราอาจได้เสิร์ฟเมื่อไปพักโรงแรมหรือเรียวกัง) คืออาหารง่ายๆ ที่ใช้เวลาเตรียมไม่นานตามแบบฉบับอาหารเช้า แต่มีสารอาหารครบครัน พลังงานสูง พร้อมลุยงานได้อย่างเต็มที่

ข้าวญี่ปุ่นนุ่มๆ ถ้วยจิ๋วที่เพิ่งหุงสุกใหม่ๆ (หรือจะเป็นข้าวเหลือจากมื้อเย็นแล้วอุ่นไมโครเวฟให้ควันฉุย) บ๊วยเค็มหรือผักดองที่เรียกว่า tsukemono คือสิ่งที่ไม่ต้องเตรียมปรุงให้ยุ่งยาก และให้การกินคาร์โบไฮเดรตยามเช้ามีรสชาติหลากหลาย ส่วนโปรตีนในข้าวเช้าแบบญี่ปุ่นมาจาก 3 วัตถุดิบหลักอย่าง ไข่ ปลา และถั่ว ไม่ว่าจะเป็น ไข่หวาน (tamakoyaki) หรือไข่ออนเซ็น (tamago onsen) ปลาย่างกระทะง่ายๆ ที่อาจจะเป็นแซลมอนย่างเกลือ ซาบะต้มซีอิ๊ว หรืออะไรที่ปรุงง่ายๆ ไม่ซับซ้อน แต่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 ส่วนถั่ว มาจากสองถ้วยหลักคือนัตโตะหรือถั่วหมักที่มีโปรไบโอติกส์ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย และซุปมิโสะคล่องคอที่ใส่สาหร่ายทะเล และเต้าหู้เพิ่มเท็กซ์เจอร์การซดให้อิ่มจบมื้อเช้าได้อย่างงดงาม

ก็มันไม่มีเวลา…
อย่าเพิ่งบ่น เห็นเต็มโต๊ะอย่างนี้ หลักการของการเตรียมมื้อเช้าแบบญี่ปุ่นเองก็คงคอนเซปต์เตรียมง่ายเตรียมเร็วเหมือนทุกชาติในโลก นั่นคือการมีเครื่องเคียงอย่างบ๊วย ผักดอง หรือนัตโตะที่ไม่ต้องเสียเวลาปรุง ซุปมิโสะก็เป็นซุปที่ทำได้ง่ายๆ พอๆ กับต้มมาม่า และถ้าไม่อยากเสียเวลากับไข่ม้วนใช้ทักษะ จะเหลือแค่ลวกไข่หรือตอกไข่ดิบใส่นัตโตะก็ได้ (แต่ต้องมั่นใจว่าไข่สดจริงๆ นะ) อ้อ ส่วนการย่างปลา จริงๆ ก็ใช้เวลาพอๆ กับการทอดไส้กรอกไข่ดาวนั่นแหละ แต่เรื่องคุณประโยชน์ครบครันกว่ามาก

เขียนมาถึงบรรทัดนี้ไม่ได้จะบอกว่าเรามากินมื้อเช้าแบบญี่ปุ่นกันเถอะ แค่อยากให้เห็นว่าเราสามารถออกแบบมื้อเช้าได้อย่างหลากหลายตามเงื่อนไขเวลา การซื้อหาวัตถุดิบ และการรู้จักเลือกสิ่งที่ปลอดภัยกับพุงของเราเอง

ในตอนหน้าๆ จะหามื้อเช้าแบบไม่ช้าของชาติต่างๆ มาเล่าเพิ่มด้วยนะ