4 เว็บไซต์ของขาช้อปออนไลน์สายออร์แกนิก

คุณเคยเจอปัญหาเหล่านี้หรือไม่!? วันหยุดทั้งทีอยากจะออกไปเดินตลาดนัดสีเขียวให้ฉ่ำใจ แต่บ้านก็ไกล๊ไกล สวนก็ต้องปลูก ลูกก็ต้องเลี้ยง หรือบางคนบ้านใกล้ ก็ดั๊นมีงานสุมหัวชนิดไม่ไหวจะเคลียร์ เพลียเกินกว่าจะออกไปเดินช้อปเสียนี่ แต่ไม่ว่าจะเป็นปัญหารูปแบบไหนชาว Greenery ที่รักทุกคนก็จงอย่าเพิ่งท้อถอย เพราะเรามีทางออกดีๆ ที่เหมาะกับวิถีคนเมืองมาฝาก กับ 4 แพลตฟอร์มสุดเจ๋งที่ช่วยให้คนบ้านไกล คนไม่มีเวลา สามารถช้อปสินค้าออร์แกนิกที่ต้องการผ่านทางเว็บไซต์ได้ จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

Everyday’s Green
แพลตฟอร์มเวอร์ชั่นออนไลน์ของเครือข่ายตลาดสีเขียวที่รวบรวมเอาสินค้าออร์แกนิกจากแหล่งต่างๆ มากกว่า 40 รายการมาให้ได้เลือกซื้อหา โดยสินค้าส่วนใหญ่จะเน้นไปที่พืชผักผลไม้สดๆ จากสวนอินทรีย์ทั่วประเทศ ซึ่งทางทีมงานคัดสรรแล้วว่าปลอดภัยไร้สารเคมีร้อยเปอร์เซ็นต์ อาทิ ส้มโอทองดี จากสวนแสนดี อยุธยา, เสาวรสสีม่วง จาก เกษตรกรชาวเขา แม่วิน แม่วาง เชียงใหม่,  ชมพู่ทับทิมจันทร์ จากกลุ่มเกษตรยั่งยืนคลองจินดา สามพราน นครปฐม และทีเด็ดอีกอย่างหนึ่งของเว็บไซต์นี้ที่หาไม่ได้ที่ไหน คือนอกจากผักผลไม้ชื่อคุ้นหู เรายังสามารถซื้อหาผลิตผลแปลกๆ หรือพืชผักเฉพาะถิ่นที่ลงวางขายในราคาสุดแสนจะเป็นมิตรได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ผักเหลียงอินทรีย์ จากจังหวัดระนอง, ผักเชียงดา แม่ริม เชียงใหม่ หรือ มะพูด จากกลุ่มเกษตรยั่งยืนคลองจินดา สามพราน นครปฐม เป็นต้น

อัพเดทล่าสุด! สำหรับสายกรีนขาประจำตลาดสีเขียว ที่แวะไปทีไรสินค้าที่เล็งไว้หมดทุกที ตอนนี้ทางเว็บไซต์ได้เปิดฟีเจอร์ใหม่ไฉไลสุดๆ ให้ทุกคนสามารถสั่งจองผลิตภัณฑ์ที่ต้องการได้ล่วงหน้า ก่อนมารับสินค้าได้ที่ตลาด เรียกว่าเป็นทางเลือกใหม่ มั่นใจได้ชัวร์ ไม่ต้องกลัวแห้วอีกต่อไป (ตรวจสอบวันเวลาจัดงานตลาดสีเขียวได้ที่ คลิก www.facebook.com/thaigreenmarket

ไปช้อปกันได้ที่ everydaysgreen.com

 

Blue Basket
ใครบอกว่าสีเขียวเท่านั้นที่เป็นสีตัวแทนเชิงสัญลักษณ์ของการดูแลโลกและสิ่งแวดล้อม ทีมงาน Blue Basket ขอเถียงขาดใจ ในเมื่อสรรพสิ่งตามธรรมชาติที่เกื้อกูลกันสร้างผลผลิตต่างๆ อย่าง ท้องฟ้า อากาศ ผืนน้ำ ล้วนแล้วแต่แทนค่าด้วย ‘สีฟ้า’ กันทั้งนั้น และยิ่งเมื่อมาจับคู่เข้ากับสิ่งที่บอกเล่าเรื่องราวของการจับจ่ายซื้อหาอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่าง `ตะกร้า’ เข้าด้วยแล้ว แพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออร์แกนิกออนไลน์ Blue Basket หรือ ตะกร้าสีฟ้า จึง ไม่เพียงหมายความถึง เว็บไซต์ที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้จำหน่ายผ่านช่องทางซื้อขายที่สะดวกสุดๆ เท่านั้น แต่ยังบอกเล่าถึงหน้าที่ในการขับเคลื่อน ผลักดันให้ทุกคนในสังคม หันมาปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้สอดคล้อง กับวิถีธรรมชาติกันมากขึ้นด้วย

จุดเด่นที่สุดของแพลตฟอร์มตะกร้าสีฟ้าใบจิ๋ว (แต่ใจไม่จิ๋ว) นี้ คือความหลากหลายของประเภทสินค้าจากผู้ผลิตมากกว่า 30 ราย ที่ตบเท้ามาเปิดแผงขายออนไลน์กันในราคาเป็นมิตร ตัวอย่างเช่น หมวดอาหารและเครื่องดื่ม ก็มี ข้าวหอมชูใจ, น้ำสลัด SFP, เกาลัดอบ Mibo, น้ำผึ้งป่า Hostbeehive, น้ำผักผลไม้ Veggiology ไปจนถึงอาหารแปรรูปอื่นๆ หมวดดูแลผิวพรรณ เช่น Organic Story, Hug Organic, Earthtime Organic หมวดบ้านและสัตว์เลี้ยง ได้แก่ ไม้กวาดดอดหญ้า สะอาดใจ, Minature_c ต้นไม้และปุ๋ย, ผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง Bozzi ฯลฯ รวมไปถึงยังมี หมวดชุดของขวัญ ซึ่งเป็นเซ็ตผลิตภัณฑ์ออแกนิกสำหรับมอบให้ในเทศกาลต่างๆ ให้ได้เลือกซื้อหากันอีกด้วย อ้อ สำหรับใครที่ยังกังวลว่าผลิตภัณฑ์ที่วางขายจะเชื่อถือได้หรือเปล่าก็วางใจได้เลย เพราะเขามีทีมงานคอยตรวจสอบคุณภาพ ใบรับรอง ตลอดจนกระบวนการผลิตอย่างเคร่งครัด และถ้าหากเกิดปัญหาอะไรกับสินค้าที่ซื้อไปก็สามารถขอรับเงินคืนได้เต็มจำนวนเลยด้วยจ้า

ไปช้อปกันได้ที่ www.bluebasket.market

 

Folk Rice
Folk Rice เป็นกิจการเพื่อสังคมที่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรายย่อยให้อนุรักษ์พืชผลทางการเกษตรพันธุ์พื้นเมืองเอาไว้ ผ่านการเปิดพื้นออนไลน์เป็นสื่อกลางซื้อขายผลิตภัณฑ์เหล่านั้น สำหรับสินค้าเด่นที่เป็นตัวชูโรงของเว็บไซต์เลยเห็นจะหนีไม่พ้นข้าวพันธุ์พื้นเมืองต่างๆ ที่มีให้เลือกนับสิบสายพันธุ์ เช่น ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวลืมผัว ข้าวสินเหล็ก ข้าวสังข์หยด ข้าวหอมล้านนา ไปจนกระทั่งผลิตภัณฑ์เส้นที่ทำจากข้าว ส่วนสินค้าเพื่ออุปโภค บริโภคอื่นๆ ทั่วไปก็มีวางจำหน่ายด้วย ไม่ว่าจะเป็น เครื่องปรุง เครื่องครัว ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม เครื่องดื่ม ขนมและเบเกอรี ไปจนถึงกาแฟออร์แกนิค

นอกจากนั้นความน่ารักอย่างหนึ่งที่เราเห็นจากวิธีดำเนินงานของ Folk Rice คือทางเว็บไซต์ไม่เพียงแต่พยายามอนุรักษ์วิถีเกษตรไทยด้วยการเป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนสินค้าเท่านั้น แต่ยังมีความพยายามส่งเสริมให้ทุกคนหันมาเก็บรักษาสายพันธุ์ผ่านการเป็นผู้ผลิตเองอีกด้วย เห็นได้จากสินค้าสองอย่างที่ทำให้เรารู้สึกสนใจแกมแปลกใจนิดหน่อยในหมวดซื้อขาย นั่นก็คือเมล็ดพันธุ์พืชผักและดอกไม้พื้นเมืองต่างๆ (แอบกระซิบว่าดีต่อใจสายปลูกสุดๆ เพราะมีตั้งแต่ข้าวโพด บวบ ฟักข้าว มะแว้ง มะอึก ไปยันดอกทานตะวันเลยล่ะ) และ ผืนที่ดินเพื่อใช้ทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน นั่นเอง (ใช่แล้ว เขาขายที่กันเป็นแปลงๆ เลยจ้า!)

ไปช้อปกันได้ที่ folkrice.com

 

Farmto
เพราะเชื่อว่าการได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การเพาะปลูกแก่กันจะช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับผลผลิตมากกว่าเก่า ฟาร์มโตะ จึงเปิดแพลตฟอร์มช่องทางการจำหน่ายพืชผักปลอดสารพิษรูปแบบใหม่เก๋ไก๋เว่อร์ ในการให้ผู้บริโภคทุกคนได้ ‘ร่วมเป็นเจ้าของผลผลิตการเกษตร’ แทนการวางจำหน่ายสินค้าทั่วไปเหมือนร้านค้าอื่น เล่าโดยง่ายก็คือ ฟาร์มโตะจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อผู้ผลิตและผู้บริโภคเข้าด้วยกันตั้งแต่กระบวนการการผลิต โดยจะคัดเลือกเกษตรกรทั่วประเทศที่ทำการเกษตรแบบอินทรีย์มาจำนวนหนึ่ง และจัดสรรพื้นที่เป็น ‘หน่วย’ ให้คนที่สนใจสามารถสั่งซื้อพื้นที่เพาะปลูกตรงนั้นได้ หลังจากนั้นเกษตรกรก็จะทำการปลูกพืชผลและคอยอัพเดทภาพ ตลอดจนการเจริญโตของผลผลิตในช่วงต่างๆ ให้เจ้าของหน่วยปลูกได้ดูเป็นระยะๆ ระหว่างนั้นเจ้าของหน่วยปลูกยังสามารถเดินทางไปเยี่ยมชมและดูแลผลผลิตของตนเองตามตารางที่กำหนดได้ด้วย จนเมื่อพืชผลได้เวลาเก็บเกี่ยว ก็ยังสามารถเลือกได้อีกว่าจะรอรับที่บ้านหรือเดินทางไปรับจากเกษตรกรโดยตรง

และด้วยวิธีการที่น่ารักเช่นนี้ทำให้ผลผลิตที่ได้ไม่เพียงแต่มีรสชาติอร่อย สดใหม่ แต่ยังพ่วงความภาคภูมิใจ และความรู้ความเข้าใจในการเกษตรแถมมาด้วย รวมถึงยังช่วยปลูกฝังคนกินให้ตระหนักถึงคุณค่าในการผลิตอาหาร ชนิดไม่กล้ากินเหลือทิ้งเหลือขว้างให้เป็นขยะส่วนเกินรวบกวนสิ่งแวดล้อมในมื้ออนาคตต่อไปแน่นอน

ตัวอย่างไร่ที่สามารถร่วมเป็นเจ้าของในช่วงนี้ ได้แก่ แปลงสตอเบอร์รีอินทรีย์ จากชาวเขาปกาเกอะญอที่เชียงใหม่, ต้นกาแฟป่า แบรนด์ Lazyman, ชาป่า จากชุมชนหินลาดใน เชียงราย เป็นต้น (หมายเหตุ-ผลผลิตที่เปิดให้จับจองจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามแต่ฤดูกาลเพาะปลูก)

ไปช้อปกันได้ที่ farmto.co.th