ฤดูฝนในป่าคอนกรีตและนิเวศบริการที่หายไป

ไอดินกลิ่นฝนหายไปไหน?

ช่วงนี้ในกรุงเทพมีฝนตกเกือบทุกวัน บรรยากาศง่วงเหงาหาวนอนทำให้ฉันฝันถึงวันสบายๆ และกลิ่นดินหลังฝนเวลาที่นอนอยู่ในป่า เสียงฝนหยดกระทบผ้าใบเต้นท์ ผืนป่าอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจางผสมกับความชุ่มชื้นหลังฝนตก ทำให้รู้สึกสดชื่นและกระชุ่มกระชวย ในภาษาอังกฤษถึงกับมีคำเฉพาะที่ใช้เรียกกลิ่นที่ยากจะอธิบายนี้ว่า ‘Petrichor’ อันเป็นกลิ่นที่เกิดจากไอระเหยของพืชหลายชนิดรวมกับสารเคมีที่ผลิตโดยแบคทีเรียในดิน

แต่พอตื่นจากฝันฉันก็พบกับความจริง บ้านใจกลางกรุงเทพมหานครนอกจากจะไม่มีกลิ่นดินที่ฉันโหยหาแล้ว ยังต้องเผชิญหน้ากับน้ำท่วมเจิ่งนองรอระบายซึ่งเป็นปัญหาทุกครั้งหลังฝนตกหนัก เนื่องจากพื้นดินอันเป็นเสมือนฟองน้ำขนาดใหญ่ถูกแทนที่ด้วยคอนกรีตและถนนลาดยาง

ผืนดินสำคัญอย่างไร?

ผืนดินในธรรมชาติ ดินจะมีหน้าที่คอยรองรับและดูดซับน้ำเอาไว้ โดยมีกิ่งก้านของต้นไม้จะช่วยชะลอการไหลของหยดน้ำฝน รากไม้จะช่วยลดการกัดเซาะของดิน และพืชผิวดินจะช่วยชะลอให้น้ำอยู่ที่หน้าดินเพื่อให้มีเวลาซึมลงสู่ดินได้นานที่สุด น้ำจะค่อยๆ แทรกตัวลงไปช่องว่างระหว่างดิน ยิ่งดินที่สมบูรณ์มากมีสารอินทรีย์วัตถุมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีรูพรุนมากและซึมซับน้ำไว้ได้มากขึ้นเท่านั้น

ป่าต้นน้ำเปรียบเสมือนฟองน้ำขนาดใหญ่ที่ดูดซับน้ำที่ตกลงมาเอาไว้ ก่อนที่จะค่อยๆ ปล่อยออกมาสู่แม่น้ำ ลำธาร และไหลสู่ที่ราบลุ่มต่อไปให้คนที่ราบอย่างเรามีน้ำใช้ได้ตลอดปี ป่าต้นน้ำเป็นป่าในที่สูงและลาดชัน ฉะนั้นป่าต้นน้ำที่สำคัญส่วนใหญ่จึงพบทางภาคเหนือ รวมไปถึงป่าบนเทือกเขาในภูมิภาคต่างๆ ด้วย ในจังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ป่าถึง 82.6% ของพื้นที่จังหวัด และผืนป่าเหล่านี้สามารถกักเก็บน้ำได้ราว 1.5 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร เทียบเท่าได้กับปริมาณการกักเก็บน้ำของเขื่อนภูมิพลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย (1.3 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร)

ผืนดินในเมืองที่หายไป…

ผืนดินในกรุงเทพฯ เหลืออยู่เพียง 0.04% ของพื้นที่เมืองใหญ่ หรือเพียง 0.7 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น จึงไม่เพียงพอต่อปริมาณน้ำและคนที่อยู่อาศัย รัฐบาลทุกยุคสมัยใช้งบประมาณมหาศาลเพื่อสร้างระบบระบายน้ำชดเชยกับ ‘นิเวศบริการ’ ของธรรมชาติที่เราสูญเสียไป

ยิ่งกว่านั้นพื้นดินที่ถูกปูทับด้วยคอนกรีตทำให้น้ำซึมซับลงสู่ชั้นดินไม่ได้ส่งผลให้ชั้นดินขาดการพยุงตัวอีกทั้งต้องรองรับน้ำหนักจากตึกใหญ่และรถราจำนวนมหาศาลตลอดเวลา กรุงเทพจึงประสบปัญหาพื้นดินทรุดตัวประมาณ 1-2 นิ้วต่อปีและอาจทำให้ปัญหาน้ำท่วมทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นอีก

หากถามว่ากรุงเทพฯ ยังต้องการผืนดินและป่าไหม แน่นอนว่ากรุงเทพฯ มีความต้องการอย่างมาก แต่ว่าพื้นที่ว่างเริ่มหายากขึ้นทุกที ราคาที่ดินทุกตารางนิ้วถีบตัวขึ้นเกินกว่าจะปล่อยให้ทิ้งร้าง สิ่งที่พวกเราพอจะทำได้คือการช่วยกันดูแลต้นไม้ใหญ่ที่เหลืออยู่ในเมือง สร้างพื้นที่สีเขียวในมุมของคุณเอง และช่วยกันอนุรักษ์ผืนป่าที่เหลืออยู่เพราะธรรมชาติล้วนเกื้อกูลเราในทางใดทางหนึ่ง