กินสดจากไร่ เที่ยวไปทั่วสวน เยือนสวรรค์ของคนรักผลไม้ที่บ้านเขายายดา ระยอง


สำหรับคนรักผลไม้ ไม่มีฤดูกาลไหนดีงามเท่าช่วงกลางฤดูฝนอีกแล้ว ทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด สละ ลองกอง พาเหรดกันออกมาให้ลิ้มรสความอร่อย  ยิ่งได้เดินทางไปชิมสดๆ ถึงสวนก็ยิ่งฟินขั้นสุด จากตัวเมืองระยองออกไปแค่นิดเดียวมีหมู่บ้านสวนผลไม้ซุกซ่อนอยู่ เป็นดินแดนที่น่าตื่นตาตื่นใจ และเป็นนิพพานสำหรับคนรักผลไม้อย่างแท้จริง

บ้านเขายายดาเป็นหมู่บ้านขนาดย่อมในตำบลตะพง ทั้งที่อยู่ในเขตอำเภอเมืองระยองแท้ๆ แต่ทันทีที่ย่างกรายถึงเขตหมู่บ้านเราจะได้สัมผัสความเขียวสดชื่นของบรรดาสวนผลไม้สุดลูกหูลูกตา บ้านเขายายดาเป็นที่ราบเชิงเขา มีความหลากหลายทางธรรมชาติสูงมากและเป็นเหมือนพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้านทุกคน ในอดีต เวลาชาวบ้านออกไปหาของป่ามาขาย  ไม่จำเป็นต้องพกอาหารไปเลย ยกเว้นข้าวกับกะปิ เพราะบนภูเขาจะมีทั้งหน่อไม้ ระกำ มะปลิง พริก และพืชอาหารอื่นๆ มากมายที่ใช้ปรุงอาหารได้ทุกฤดูกาล ทั้งยังมีบ่อน้ำที่ไม่เคยเหือดแห้ง ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บ้านเขายายดาและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นแหล่งปลูกผลไม้ขนาดใหญ่ เพราะดินดำน้ำชุ่มตลอดปี และทำให้ตลาดตะพงเป็นตลาดค้าส่ง (และปลีก) ผลไม้ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดระยองด้วย

อร่อยถึงใจในสวนผลไม้

ฉันแวะสวนสละของลุงประสงค์ สุวรรณารายณ์ เป็นแห่งแรก ในท่ามกลางอากาศร้อนจัด การได้ลิ้มรสสละทั้งหอมและหวานนั้นช่วยเรียกความสดชื่นฟื้นพลังกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ฉันเคยเห็นสวนสละมาหลายครั้ง แต่ที่นี่เห็นได้ชัดว่าคนทำสวนใส่ใจมาก บริเวณโคนต้นมีคันดินล้อมเป็นวงเอาไว้รอบๆ ต้นเพื่อช่วยกักน้ำได้ดีขึ้น เพราะสละเป็นต้นไม้ที่ชอบความชุ่มชื้นแต่ไม่แฉะ สละเป็นต้นไม้ที่แยกเพศชัดเจน เวลาปลูกต้องปลูกทั้งตัวผู้ตัวเมีย เมื่อดอกบานให้ตัดช่อดอกตัวผู้ที่สั้นกว่าไปผสมกับต้นตัวเมีย แล้วใช้ใบสละปิดไว้ป้องกันน้ำหรือฝนชะ 14 วันต่อมาสละจึงเริ่มติดผล

ในสวนนี้เน้นปลูกสละพันธุ์สุมาลีและเนินวงศ์เพราะเป็นสละรสหวานหอม ขายได้ราคาสูง แต่ส่วนใหญ่ลุงประสงค์ไม่ค่อยเน้นขายสละสดเนื่องจากราคาแปรผันตามตลาด นิยมนำมาแปรรูปทำสละลอยแก้วขายเพราะขายได้ราคาดีกว่า ขั้นตอนการทำสละลอยแก้วเริ่มจากปอกเปลือกสละ ลอกเยื่อหุ้มออก คว้านเมล็ด แช่น้ำปูนใส ล้างน้ำ นึ่งด้วยไฟอ่อน แล้วจึงนำมาใส่ถ้วยเติมน้ำเชื่อม สละลอยแก้วของลุงประสงค์อร่อยน่าประทับใจมาก เนื้อยังความสดกรอบ ชุ่มฉ่ำและหวานพอดี สละลอยแก้วหลายแห่งที่ขายกันทั่วระยองก็มาสั่งจากสวนลุงประสงค์นี่เอง

การเลือกซื้อสละสด ควรชิมรสชาติของสละก่อนซื้อ เพราะสละเป็นผลไม้ที่ไม่มีคำว่า “ลืมต้น” คือถ้าชิมแล้วเปรี้ยวแล้วแม่ค้าบอกว่าอีกวันสองวันจะหวานขึ้นเอง แบบนี้หลอกกันแน่นอน เพราะสละจะหวานหรือเปรี้ยวก็ขึ้นอยู่กับต้นนั้นๆเลย และถ้าไม่อยากลุ้นกับหนามแหลมตอนกิน ให้นำสละใส่กระจาดหรือตะกร้าแล้วเขย่าให้หนามหลุดออกไปก่อนแล้วค่อยนำมาปอกเปลือก

เรามุ่งต่อไปยังสวนปาหนันของลุงอำนาจ อ่างศิลา ที่ปลูกผลไม้แบบผสมผสานหลากหลายชนิดทั้งทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง ความน่าตื่นตะลึงคือการได้เห็นต้นทุเรียนของจริงที่สูงปรี๊ดติดผลจนเต็มต้น ทุเรียนส่วนใหญ่อายุหลายสิบปี บางต้นเกือบร้อยปีก็มี มีทั้งหมอนทอง และกระดุมที่เป็นทุเรียนพื้นบ้าน ปีนี้ผลไม้สุกช้ากว่าทุกปี ทั้งฝนก็มาก ทำให้ปริมาณผลผลิตน้อยลง แต่นั่นก็เป็นโอกาสดีเพราะช่วงต้นฤดูแบบนี้ผลไม้ขายได้ราคาสูงมากจริงๆ

ช่วงนี้มังคุดเริ่มสุกแล้ว ราคาช่วงกลางเดือนพฤษภาคม มังคุดราคารับซื้อ (ส่ง) เริ่มต้นที่ 100 บาท ลุงอำนาจทยอยเก็บขายโดยแนะนำว่าเก็บได้ตั้งแต่มังคุดมีสีเป็น “สายเลือด” หมายถึงเปลือกยังมีสีเขียวแต่เริ่มมีเส้นสีแดงๆ ม่วงๆ ปรากฏบนผิวเล็กน้อย มังคุดประเภทนี้ขายได้ราคาดีที่สุด เหมาะกับการส่งออกหรือเดินทางไกล เมื่อทิ้งไว้นานผิวสีจะคล้ำขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นสีม่วงแบบที่เราคุ้นเคย  เวลาเก็บมังคุดควรยืนจากกลางลำต้นมองขึ้นไปตามช่องว่างของกิ่งจะเห็นผลมังคุดง่ายกว่า การดูแลต้นมังคุดโดยคอยริดกิ่งอยู่เสมอจึงช่วยให้ได้ผลผลิตลูกใหญ่และเก็บง่ายกว่าต้นที่ไม่ริดใบแต่งกิ่งเลย เวลาเก็บมังคุดต้องใช้อุปกรณ์พิเศษเก็บทีละผล เป็นเหล็กที่ดัดเป็นช่องว่างขนาดพอดีกับผลต่อกับปลายไม้ไผ่เพื่อริดมังคุดออกจากกิ่ง การเก็บต้องทนุถนอมและระมัดระวังหากมังคุดตกพื้นหรือถูกกระแทกแรงๆ ผิวจะเสียและเนื้อไม่อร่อย ขายก็ไม่ค่อยได้ราคา ลำพังแค่ค่าเก็บมังคุดนั้นกิโลกรัมละ10 บาทเชียวล่ะ ฉันได้ชิมมังคุดสดจากต้น เนื้อมันช่างนุ่มฟู ผิวสีขาวเนียนนั้นหอม รสชาติสดชื่นอมเปรี้ยวอมหวาน เป็นความอร่อยแบบที่การซื้อตามตลาดให้ไม่ได้เลย

ไฮไลท์อีกอย่างของการช่วยงานในสวนคราวนี้คือ มีทุเรียนกระดุมสุกคาต้นหล่นมาสองสามลูก หลานคุณลุงอำนาจแบ่งให้ลองชิมดู กระดุมเป็นทุเรียนพื้นบ้าน ลูกเล็ก เนื้อสีเหลืองจัด เมล็ดในใหญ่เนื้อน้อย ฉันชิมแล้วปลื้มปริ่มมาก เนื้อแห้ง (เป็นโชคดีพิเศษเพราะปกติจะนิ่มเละหน่อย) รสหวานแหลมคล้ายชะนี แต่เนื้อสัมผัสละเอียดคล้ายก้านยาว … ฟินมากมาย ความที่เป็นทุเรียนเนื้อน้อยทำให้คนไม่ค่อยนิยมนัก แต่กระแสทุเรียนช่วงที่ผ่านมา ผู้คนโหยหาทุเรียนพันธุ์แปลกๆ มากินกันมากขึ้น ทำให้กระดุมก็เริ่มขายได้ราคาอยู่บ้าง และการได้กินทุเรียนสดๆ ในสวนนี่มันอร่อยมากจริงๆ เลยนะ เป็นความหอมหวานตามธรรมชาติ ซึ่งความแตกต่างที่รู้สึกได้คือความหอมจะอวลอยู่ที่จมูก เป็นกลิ่นหอมที่เราไม่มีทางได้รับรู้ได้เลยถ้ากินแต่ทุเรียนที่ใช้ยาเร่งสุกแบบในท้องตลาด

เลือกซื้อผลไม้ยังไงไม่ถูกหลอก

พอได้ตระเวนไปตามสวนผลไม้ก็ได้เข้าใจชาวสวนมากขึ้น หลายอย่างที่เรากินอย่างสะดวกสบายนั้นมีขั้นตอนการปลูก การดูแล การเก็บเกี่ยวที่ไม่ง่ายเลย (นี่ขนาดยังไม่ได้ชมการปีนขึ้นไปเก็บทุเรียนนะ) ฉันจึงรวบรวมเคล็ดลับของการเลือกซื้อผลไม้ที่เป็นคำแนะนำจากชาวสวนมาฝากกัน ดังนี้

เงาะ ควรเลือกซื้อผลที่มีขนสีแดง (หรือค่อนไปทางแดงมากกว่าเขียว) เพราะที่เห็นว่าขนเขียวนั้นจะไม่มีการสุกเพิ่มเติมแล้ว เงาะที่ดีเนื้อต้องกรอบแน่น หากเลี่ยงได้ไม่ควรซื้อเงาะช่วงต้นฤดูจนเกินไปเพราะเงาะจะหวานด้วยสารเร่ง เนื่องจากผลไม้ยังไม่พร้อมจะสร้างน้ำตาลอย่างแท้จริง เนื้อสัมผัสจะฟูแต่ไม่อร่อย

ลองกอง เลือกผลกลางๆ จะมีเม็ดน้อย ผิวสีดำมอมแมมไม่ได้มีผลต่อรสชาติ บ่งบอกว่าใช้สารเคมีน้อยกว่าด้วย ลองกองเก็บใหม่จะอมเปรี้ยว ทิ้งไว้ให้ลืมต้นจะหวานขึ้น

ทุเรียน ตามธรรมชาติแล้วจะสุกไม่ทั่วผล แม้จะเก็บตอนแก่แต่บางพูก็อาจยังไม่สุก ทุเรียนส่วนใหญ่จึงถูกป้ายยาเร่งสุกที่ก้านมาแล้ว (สังเกตสีเหลืองที่ปลายก้าน) เพื่อทำให้สุกทั่วกันทั้งลูก หากเลือกได้อาจสั่งซื้อจากสวนโดยตรงบางแห่งจัดส่งให้ลูกค้าได้ทางไปรษณีย์

สละ ชิมก่อนซื้อเสมอ เลือกที่มีรสหวาน สีแดงอมส้มคือยังสดใหม่ ถ้าตัดไว้นานสีแดงจะคล้ำขึ้นเรื่อยๆ

มังคุด เรียกว่าเป็นผลไม้ที่มีสารเคมีน้อยที่สุด เลือกซื้อผลเล็กหรือกลางๆ จะมีเม็ดน้อยกว่าผลใหญ่

เมนูอร่อยจากผลไม้สไตล์บ้านยายดา

ความสนุกของการมาเยือนท้องถิ่นคือการได้กินอาหารแบบบ้านๆ ฉันไปนั่งล้อมลงคุยกับแม่ๆ ป้าๆ เรื่องอาหารการกิน ได้ความรู้มาว่าคนตะพงกินอาหารรสชาติเผ็ดและหวานนำ ใช้กะปิเป็นเครื่องปรุงรสพื้นฐาน ที่นี่มีกะปิดีเป็นของตัวเองด้วย กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรยายดาพัฒนาทำกะปิอร่อยที่ใช้เคยร้อยเปอร์เซ็นต์ เสียดายที่ช่วงนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยวผลไม้เลยยังไม่มีใครทำเคยเพิ่มเติม

ความที่เป็นเมืองผลไม้ เมนูอาหารหลายอย่างจึงมีผลไม้เป็นส่วนผสมช่วยชูรสความอร่อย อย่างเช่นระกำเป็นผลไม้รสเปรี้ยวใช้ทำกับข้าวได้หลากหลายมาก ตั้งแต่น้ำพริกระกำ ไก่บ้านต้มระกำ หรือพล่าหมูระกำ ความเปรี้ยวของระกำเป็นความเปรี้ยวที่มีมิติกว่ามะนาวให้รสชาติเปรี้ยวที่อร่อยไปอีกแบบ

เมนู น้ำพริกระกำ ตำเหมือนน้ำพริกกะปิทุกอย่าง เพียงแต่เพิ่มเนื้อระกำฝานเข้าไปเท่านั้น บางคนไม่ชอบเปรี้ยวจัดอาจบีบน้ำจากเนื้อระกำออกบางส่วนก่อนแล้วค่อยโขลกรวมกับน้ำพริกก็ได้ ปรุงให้ได้รสชาติเผ็ดเปรี้ยวและหวานเป็นอันได้ที่ พล่าหมูระกำ เตรียมเครื่องยำให้พร้อม ฝานเนื้อระกำคลุกเคล้า ใส่สะระแหน่มากๆ ช่วยเพิ่มความหอมสดชื่น แกงหมูสับปะรดใช้สับปะรดมากน้อยตามชอบ โขลกพริกไทย กระเทียม หอมแดง กะปิผัดจนหอมใส่หมูสามชั้นผัดจนสุก ใส่สับปะรด เติมน้ำพอขลุกขลิกแล้วปรุงให้ออกรสเค็มเปรี้ยวหวาน

เมนูอื่นๆ ฉันประทับใจ ได้แก่ แกงแฟงลูกชิ้นปลา ที่ยายทองหล่อ-เจ้าของบ้านโฮมสเตย์ที่ฉันอยู่ถึงกับขูดเนื้อปลาสดๆ เพื่อปั้นลูกชิ้นกันเลยทีเดียว เคล็ดลับความอร่อยจึงอยู่ที่การนำมาเนื้อปลาขูดมาตำจนเนียนละเอียดแล้วปั้นเป็นก้อน หากชอบลูกชิ้นหนึบเหนียวต้องเลือกเนื้อปลากราย แกงใส่เครื่องแกง กะทิ และแฟงหอมจากริมรั้ว อร่อยได้ง่ายๆ และปลอดภัย หรือ หลนปลากระป๋อง นี่ก็อร่อยแบบอเมซซิ่งมาก เคล็ดลับอยู่ตรงที่เคี่ยวกะทิให้งวดก่อนแล้วค่อยใส่ตะไคร้ หอมแดง ที่ตำละเอียดและกะปิเผาลงไปผัดจนหอม ก่อนใส่ปลากระป๋องลงไป ปรุงรสหวานเปรี้ยวเค็มมัน กินกับผักสดเท่าไรก็ไม่พอ เมนูนี้ถ้าไม่ใส่ปลากระป๋องก็จะกลายหลนกะปิแสนอร่อย ส้มตำสายบัว ก็เด็ดมากเก็บสายบัวสดๆ จากบ่อบัวยามเช้าได้ความกรุบกรอบเต็มที่ ความอร่อยหลายอย่างจึงมาจากพืชผักสวนครัวที่ปลูกแซมไว้ริมรั้วริมสวนนี่เอง

บ้านเขายายดาฤดูกาลนี้จึงน่าเที่ยวยิ่งนัก เพราะสวนผลไม้ทั้งหลายมีกิจกรรมบุฟเฟต์ผลไม้กันอย่างครึกครื้นเรื่อยไปจนถึงเดือนสิงหาคม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปอิ่มอร่อยได้ไม่อั้น ทั้งอาหาร เครื่องดื่มและผลไม้ ราคาเริ่มต้นที่ 400 บาท++ ซึ่งแต่ละสวนคิดราคาไม่เท่ากัน บางแห่งกำหนดเวลากิน บางแห่งอาจจะไม่กำหนดเวลา ในย่านตำบลตะพงนี้มีสวนผลไม้ที่บริการบุฟเฟ่ต์ผลไม้หลายแห่ง เช่น สวนปาหนัน สวนแสงแดด สวนลุงทองใบ สวนผู้ใหญ่เศวต สวนลำดวน สวนสละคุณประสงค์ (เฉพาะสละ)  ถ้ามีเวลาว่างแนะนำให้ไปวันธรรมดาเพราะคนน้อยกว่าวันเสาร์อาทิตย์  หากอยากนอนพักในบรรยากาศสวนผลไม้แนะนำสวนปาหนันโฮมสเตย์ที่มีบ้านอยู่ริมสวนผลไม้เลย

การได้อยู่ใกล้ชิดกับชาวสวน ได้เห็นเกือบทุกขั้นตอนของการเดินทางที่กว่าผลไม้จะถึงมือของเรา  ทำให้ตระหนักได้ว่ามีคนมากมายที่ร่วมส่งผ่านความอร่อย การได้ไปยืนอยู่ตรงที่ดิน น้ำ ฟ้า อากาศโอบอุ้มให้เรามีผลไม้อร่อยๆ กินนี่เป็นที่สุดของความสุข และทำให้รู้สึกว่าเราติดหนี้บุญคุณต่อธรรมชาติมากมายเหลือเกิน

หมายเหตุ : เส้นทางสวนผลไม้เหมาะสำหรับการขับรถไปเองเพราะไม่มีรถประจำทางผ่าน เหมาะเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตรและปั่นจักรยานอย่างยิ่ง บ้านเขายายดา ตั้งอยู่ใน ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง ควรติดต่อสวนผลไม้ล่วงหน้า บางแห่งให้จองล่วงหน้า บางแห่งสามารถ walk in เข้าไปได้เลย

ภาพถ่าย: วิรตี ทะพิงค์แก