ร้านขายถั่วเหลืองเคลื่อนที่ ให้คนเมืองใกล้วิถีอินทรีย์มากขึ้น


เราต่างรู้กันดีว่าถั่วเหลืองคือหนึ่งในวัตถุดิบที่มีสารเคมีตกค้างเป็นอันดับต้นๆ

ถั่วเหลืองในท้องตลาดทุกวันนี้มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์เป็นถั่วเหลืองหนักสารเคมีและถั่วเหลืองส่วนใหญ่ของไทยนั้นเป็นถั่วเหลืองสายพันธุ์จีเอ็มโอที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกาและอเมริกาใต้ แถมยังอาบยากันเชื้อราในปริมาณน่าตกใจซึ่งส่งผลร้ายต่อสุขภาพของเราได้อย่างแน่นอน ความน่ากังวลใจเหล่านี้ ทำให้หลายคนมองหาทางเลือกของถั่วเหลืองที่ปลอดภัย ปลูกด้วยวิถีอินทรีย์

เยลโล่เฮลโล่ (YELLOWhello) ร้านน้ำเต้าหู้และเมล็ดถั่วเหลืองเคลื่อนที่ เป็นหนึ่งในแหล่งซื้อถั่วเหลืองอินทรีย์ที่ลูกค้าไว้ใจ เพราะถั่วเหลืองที่จำหน่ายส่งตรงมาจากกลุ่มเกษตรกรชาวเชียงใหม่ มีการสื่อสารถึงเรื่องราวของวัตถุดิบผ่านช่องทางออนไลน์ และออกไปขายพูดคุยกับลูกค้าตามตลาดนัดอินทรีย์ในกรุงเทพฯ เป็นประจำ 

เยลโล่เฮลโล่จึงไม่ได้เป็นแค่ฟู้ดทรัก ที่ขับเคลื่อนนำถั่วเหลืองปลอดภัยมาเข้าใกล้พวกเรา แต่ยังอยากสื่อสารเรื่องราววิถีเกษตรอินทรีย์ให้คนเมืองรับรู้ด้วยเช่นกัน

ให้ถั่วเหลืองนำไปสู่ฝัน

เยลโล่เฮลโล่ คือกิจการเพื่อสังคมที่ปลุกปั้นโดย แอม-ศิวรี มีนาภินันท์ และ จิง-ธีรา ลี้อบาย สองศิษย์เก่าจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่มีความฝันอยากมีฟาร์มของตัวเองและเรียนรู้ชีวิตอย่างยั่งยืนร่วมกับธรรมชาติเหมือนกัน แต่ด้วยความที่เป็นคนกรุงเทพฯ แต่กำเนิด ไม่มีที่ดินและเงินทุนมากพอที่จะใช้ชีวิตในต่างจังหวัดได้ ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจทำน้ำเต้าหู้ขาย เพื่อหารายได้เสริมจากงานประจำ 

“ตอนแรกที่เริ่มทำน้ำเต้าหู้ เราใช้ถั่วเหลืองที่ขายในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปเลย เพราะเราตั้งใจว่ามันเป็นแค่อาชีพเสริมสร้างรายได้ ระหว่างนั้นเวลาว่างเราก็เอามาศึกษาเรื่องเกษตรอินทรีย์ ไปเข้าอบรมต่างๆ แต่พอผ่านไป 1 ปีเรารู้สึกว่ามันเริ่มไปไม่รอดแล้ว สิ่งที่เราศึกษามันก็ไม่คืบหน้าเพราะไม่ได้ลงมือทำ เงินทุนที่มีก็ลดลงเรื่อยๆ จึงคิดว่าต้องเริ่มทำธุรกิจจริงจังและสามารถเรียนรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ไปได้พร้อมๆ กัน เรามองว่าในเมื่อทำน้ำเต้าหู้ซึ่งต้องใช้ถั่วเหลืองอยู่แล้ว ก็เอาถั่วเหลืองนี่ไงที่นำเราไปสู่วิถีอินทรีย์ เมื่อคิดได้ก็ลงมือวางแผนธุรกิจเลย”

แอมเล่าต่อว่าหลังจากที่ได้ไอเดียในการทำธุรกิจ เธอจึงเริ่มศึกษาอย่างจริงจัง จนได้รู้จักกับกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์บ้านดอนเจียง อำเภอแม่แตง โดยการแนะนำของสวนเงินมีมาและสถาบันชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืน เชียงใหม่ 

“หลังจากที่วางโมเดลธุรกิจกันว่าจะขายถั่วเหลืองอินทรีย์แล้ว เราไม่อยากลงทุนอะไรเพิ่มเลยเอารถที่มีแหละมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มที่สุด ทำมาเป็นรถฟู้ดทรักขายน้ำถั่วเหลืองอินทรีย์ ซึ่งจังหวะมันพอดีมาก เทรนด์ฟู้ดทรักมา อีเวนต์ป๊อปอัพมาร์เก็ตต่างๆ ก็มาด้วย”

ปีแรกของเยลโล่เฮลโล่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากกว่าที่พวกเขาคาดไว้ ธุรกิจคาเฟ่เคลื่อนที่ซึ่งใช้น้ำเต้าหู้และถั่วเหลืองอินทรีย์เป็นวัตถุดิบหลักทำให้พวกเขาเริ่มมีรายได้ที่อยู่ตัว อีกทั้งยังได้ไปเยี่ยมชมการทำเกษตรอินทรีย์กับกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์บ้านดอนเจียงเป็นประจำ ฝันที่จะได้เรียนรู้อยู่กับธรรมชาติจึงไม่ไกลเหมือนตอนแรกเริ่ม 

“ผ่านมา 1 ปี ธุรกิจเราเริ่มอยู่ตัวแล้ว เราจึงอยากทำอะไรมากกว่าเดิม ซึ่งตอนแรกในโมเดลธุรกิจเราก็อยากทำให้ธุรกิจมันเป็น zero waste ด้วยนะ คือเอากากเต้าหู้ไปทำอย่างอื่น เช่นทำเป็นวาฟเฟิลไส้ถั่วเหลือง แต่ก็ยังเหลือกากเยอะอยู่ ทางออกคือต้องนำถั่วเหลืองพวกนี้ไปเป็นอาหารสัตว์ให้ได้”

จากร้านน้ำเต้าหู้ สู่เครือข่ายเกษตรอินทรีย์

แอมบอกเราว่าการจะทำให้เกิดระบบ zero waste ที่ครบวงจรได้ ต้องมีพื้นที่ฟาร์มอยู่ในโรงงานผลิตน้ำเต้าหู้ เพื่อให้มีพื้นที่ให้เอาขยะไปใช้ ทั้งสำหรับทำปุ๋ยและให้อาหารสัตว์ แต่เพราะพวกเขาไม่มีที่ดิน ไม่มีเงินทุนมากมาย จึงต้องเริ่มจากหาเครือข่าย ซึ่งได้บ้านไร่ดินดีใจ ฟาร์มเกษตรกรอินทรีย์ในจังหวัดอุทัยธานีมาเป็นพาร์ทเนอร์คนสำคัญ

“ที่บ้านไร่ดินดีใจเขามีความตั้งใจอยากสร้างคอมมูนิตี้ของคนที่มีความฝันใกล้ๆ กัน ให้มาอยู่รวมกัน และพึ่งพาอาศัยกัน โดยที่ผ่านมาเขาแบ่งปันพื้นที่เพื่อให้กำเนิด Farm Factory เล็กๆ ของเราขึ้นได้ทำน้ำนมถั่วเหลืองบรรจุขวด และสามารถจัดการกับกากถั่วเหลืองที่เหลือจากการผลิต นำไปใช้เป็นวัตถุดิบเมนูอาหารหรือขนมหรือให้เป็นอาหารสัตว์ต่อได้”

เพราะอยากมีฟาร์ม มีที่ดินเป็นของตนเองมาตั้งแต่แรก การได้ใช้เวลาส่วนใหญ่เพื่อเป็นผู้แปรรูปอย่างเต็มตัวในบ้านไร่ดินดีใจจึงเหมือนกับการได้ใช้ชีวิตแบบที่ฝันไว้จริงๆ “ตอนนั้นเราตั้งใจเลยว่าจะย้ายไปอยู่ที่อุทัยธานี เป็นผู้ผลิต ผู้แปรรูปเต็มตัว แล้วกระจายสินค้าให้ร้านค้าแทน แต่สุดท้ายก็รู้สึกว่าการย้ายไปอยู่ที่อุทัยไม่สามารถทำได้ แผนมันจึงหยุดลง โมเดลนี้มันเดินหน้าต่อไม่ได้ ตัวเยลโล่เฮลโล่จึงต้องหยุดทำไปประมาณ 1 ปีกว่าๆ”

จากผู้แปรรูป สู่การเป็นคนกลางขายเมล็ดถั่วอินทรีย์

หลังจากที่เยลโล่เฮลโล่พักกิจการไปนาน การกลับมาครั้งนี้พวกเขาไม่ได้เป็นเพียงผู้แปรรูปถั่วเหลืองอินทรีย์ ให้กลายเป็นน้ำเต้าหู้หรือของว่าง แต่ยังจัดจำหน่ายเมล็ดถั่วเหลืองอินทรีย์ให้กับผู้คนที่สนใจอีกด้วย

“ต้องเล่าย้อนกลับไปว่าระหว่างที่เราขายน้ำเต้าหู้มีคนที่ขอแบ่งถั่วไปใช้บ้าง ซึ่งเราก็ขายให้ แต่ไม่ได้ทำอย่างจริงจัง แต่พอช่วงที่หยุดไปก็มีคนถามหาเมล็ดถั่วเหลืองค่อนข้างมาก ช่วงแรกเราก็ตั้งใจว่าให้เขาติดต่อเกษตรกรโดยตรง ซึ่งพบว่าปัญหาสำคัญของคนทำเกษตรคือเขาไม่มีเวลาว่างเลย เราให้ไปติดต่อโดยตรงเองก็เหมือนไปสร้างภาระให้เขา เขาก็ต้องมาคุยกับลูกค้า บางทีแค่ให้ข้อมูลต่างๆ มันก็เสียเวลาไปมากแล้ว บางคนต้องการแค่ 2 กิโล 10 กิโล เขาก็ต้องหาเวลาว่างจากดอยเพื่อลงมาส่งของ พอเราเห็นปัญหาว่ามันก่อความวุ่นวายระหว่างที่หยุดอยู่ ไม่รู้ทำอะไร ตอนที่ขึ้นไปหาแม่เราก็เอาเมล็ดถั่วลงมาขายด้วยเลยละกัน”

การนำเมล็ดถั่วเหลืองอินทรีย์มาขายให้คนเมืองทำให้แอมเริ่มมองเห็นแนวทางและความฝันใหม่เยลโล่เฮลโล่ ที่ไม่ใช่การมีฟาร์มเล็กๆ เป็นของตัวเอง เพื่อผลิตน้ำเต้าหู้อย่างครบวงจรเหมือนช่วงแรกเธอคิด

“เรามักจะแนะนำให้เกษตรกรขายโดยตรงกับผู้บริโภคใช่ไหม แต่เราว่ามันเป็นไปได้กับเกษตรกรรุ่นใหม่ คนที่มีหัวด้านการตลาด ด้านการประชาสัมพันธ์ การจัดการที่สามารถขายตรงไปให้ลูกค้าได้ แต่พอเป็นกลุ่มเกษตรกรเป็นกลุ่มสหกรณ์ในชุมชนที่วิถีแบบเดิมเขาก็มีตลาดก็อยู่แล้ว มันอาจจะยากและวุ่นวาย เขาไม่มีบุคลากรที่มากพอ เมื่อเราเริ่มนำเมล็ดถั่วลงมาขาย จึงเริ่มเข้าใจแล้วว่าคนกลางควรมีหน้าที่อะไร”

แอมบอกว่าตอนนี้เธอกำลังศึกษาโครงสร้างในการเป็นคนกลาง ในการจัดการว่าจะทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพที่สุด ทั้งการสร้างราคาที่เป็นธรรม การสร้างเครือข่ายให้มั่นคงและการสื่อสารกับผู้บริโภคให้เข้าใจ 

“ตอนนี้เราเป็นทั้งผู้แปรรูปและเป็นคนกลาง ภารกิจเราอาจจะเปลี่ยนไป แต่เป้าหมายที่ไม่เคยหายไปคืออยากให้คนในสังคมเมืองเข้าใจในเกษตรอินทรีย์ การใช้ชีวิตที่พึ่งพาตัวเองมากขึ้น เราจึงจะลองก้าวเดินไปบนเส้นทางนี้อีกครั้ง ด้วยภารกิจชุดใหม่ ที่จะค้นหากระบวนการสื่อสารสิ่งดีๆ ที่เราได้รับอย่างสร้างสรรค์”

หากต้องการซื้อน้ำเต้าหู้คุณภาพดีและเมล็ดถั่วเหลืองอินทรีย์ หรืออยากรู้จักเยลโล่เฮลโล่ให้มากขึ้น ก็สามารถเข้าไปติดตามผ่านเฟซบุ๊กของเยลโล่เฮลโล่ได้เลย

เยลโล่เฮลโล่ (YELLOWhello) 

FB: YELLOWhello
โทรศัพท์: 0914976928


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *