ศึกชามชนชาม: ประชัน superfood แห่งปีกับ 2 ร้านสมูทตี้โบวล์ต่างสไตล์


พักหลังมานี้กระแสของอาหารสำหรับคนรักสุขภาพกำลังมาแรงจนฉุดไม่อยู่ และหนึ่งในเมนูยอดฮิตที่ตีคู่มากับกระแสอาหารคลีนคงหนีไม่พ้นเจ้าสมูทตี้ในชามพร้อมสารพัดธัญพืชที่เรารู้จักกันดีในชื่ออาซาอิโบวล์ (acai bowl) 

ความจริงแล้วอาซาอิเป็นชื่อของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ชนิดหนึ่งที่มีต้นกำเนิดในป่าอเมซอน แถบตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศบราซิล ซึ่งนักวิชาการต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามีคุณสมบัติมากมายเพราะอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร โปรตีนที่ดีและวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย จนทำให้อาซาอิโบวล์กลายเป็น superfood หรือเมนูจากธรรมชาติที่มีประโยชน์มาก จนนอกจากจะกินเป็นของหวานได้แล้วยังสามารถกินแทนเมนูอาหารให้อิ่มท้องก็ได้

เพื่อปรับให้เข้ากับสภาพพื้นที่ที่แตกต่างกันไป อาซาอิโบวล์จึงถูกดัดแปลงจากอาซาอิปั่นให้กลายเป็นสมูทตี้ผลไม้หลากชนิดแบบง่ายๆ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งประโยชน์ครบ จนเราได้เห็นร้านสมูทตี้โบวล์หลายรูปแบบที่ล้วนมีสตอรี่น่าสนใจ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพยุคใหม่ เช่นเดียวกับสองร้านต่างสไตล์ที่มีเมนูสมูทตี้โบวล์สุดครีเอทและเราคิดว่าน่าไปลองสุดๆ

Snooze Atlas
สมูทตี้โบวล์สายโลคอลพร้อมผลไม้จากชุมชนส่งตรงลงในชาม

“เรารู้จักอาซาอิโบวล์ตอนไปบาหลี เห็นฝรั่งกินกัน พอลองกินแล้วชอบเลยอยากเอากลับมาทำที่ไทยบ้าง เพราะเราคิดว่าผลไม้ที่ไทยมีหลากหลาย น่าจะทำได้อร่อย”

อุ๊-นิชชิมา วงศ์เทียมชัย เล่าถึงจุดเริ่มต้นของร้านสมูทตี้โบวล์ Snooze ซึ่งน่าจะคุ้นเคยดีสำหรับใครที่เคยไปเที่ยวเชียงใหม่ ตอนนี้ทางร้านได้ขยับขยายสาขามาใช้พื้นที่ใกล้ๆ กับร้านต้นไม้บรรยากาศร่มรื่นอย่าง Garden Atlas เปิดเป็นร้านสมูทตี้โบวล์ Snooze Atlas พร้อมขนเอาสูตรสมูทตี้โบวล์ที่เธอศึกษาอย่างดีมาเป็นเวลานานกับวัตถุดิบจากเมืองเหนือและชุมชนใกล้เคียงมาให้คนกรุงอร่อยแบบใกล้ๆ ในย่านนางลิ้นจี่

ความท้าทายในการเปิดร้านที่กรุงเทพฯ คือเธอไม่สามารถหาผลไม้จากเกษตรกรที่ไว้ใจได้ง่ายเหมือนตอนอยู่ที่เชียงใหม่ ดังนั้นเธอเลยต้องตระเวนเสาะหาและทดลองชิมผลไม้จากชาวสวนในแถบปริมณฑลอยู่หลายรอบเพื่อให้ได้วัตถุดิบหลักที่ถูกใจ โดยคำนึงถึงขั้นตอนการปลูกแบบสะอาดปลอดภัยและเป็นร้านของชุมชนอย่างแท้จริงโดยไม่ผ่านนายหน้า 

“เราอยากทำ superfood แบบไทยๆ ที่ได้ใช้ผลไม้ไทยจริงๆ เลยพยายามหาผลไม้ไทยมาผสมกับผลไม้ของฝรั่งให้มีความน่าสนใจ เช่น เรามีงาขี้ม้อนซึ่งเป็นงาบนดอย ประโยชน์ของมันคือมีโอเมก้า 3 เยอะ คนบนดอยเขาไว้กินแทนปลา เราก็เอามาผสมกับเมล็ดเจียของฝรั่ง”

เพื่อเพิ่มความอร่อยยิ่งขึ้น ที่นี่ยังมีผลไม้หลายชนิดที่เราไม่ได้พบในร้านสมูทตี้โบวล์ทั่วไปบ่อยนัก เช่น โบวล์ Sunrise Sunrise ที่ทำจากมะละกอและโบวล์ Afternoon Delight ซึ่งเป็นส่วนผสมของมะม่วงกับสับปะรดเหมาะกับคนไม่ชอบกินกล้วยแต่ก็ยังได้เนื้อสัมผัสเนียนเข้มข้นเหมือนเดิม

นอกจากนี้ที่ร้านยังมีทั้งกราโนล่า อัลมอนด์ และมะพร้าวคั่วจากอัมพวาที่ยังคงเอกลักษณ์แบบโบราณผ่านการคั่วด้วยมือแท้ๆ มาทำเป็นเครื่องโรยหน้า เพิ่มรสชาติให้กินแบบเต็มคำไปพร้อมกับสมูทตี้เนื้อเนียนด้านล่าง ถือเป็นการรวมคุณประโยชน์ไว้แบบอัดแน่นจนสามารถกินแทนมื้ออาหารแบบอิ่มท้อง แถมยังมั่นใจได้เลยว่ามีสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วน

Snooze Atlas
95 ถนนนางลิ้นจี่ เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร
วัน-เวลา: ทุกวัน 11:00-18:00 น.
โทรศัพท์: 064-426-6292
FB: www.facebook.com/snoozeatlas


Paco
สมูทตี้โบวล์สายอาร์ต ไม่ได้มีดีแค่สวย แต่มีประโยชน์ด้วยนะ

ลวดลายสวยๆ เหมือนงานศิลปะกินได้น่าจะเป็นจุดเด่นที่ทำให้ Paco ร้านสมูทตี้โบวล์หน้าใหม่ย่านสุขุมวิท กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกโซเชียล จากไอเดียของ ทีม-ศุภากร สุนานันท์ และ หวาน-วรณัน สินลอย ผู้ชื่นชอบการทานสมูทตี้โบวล์จนอยากทำให้เมนูสุขภาพนี้กลายเป็นเมนูกินง่ายที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทย บวกกับความคิดที่ว่าอาหารสุขภาพส่วนใหญ่มักมีหน้าตาจำเจ เลยค่อยๆ ทดลองนำผลไม้ปั่นซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักมาออกแบบลวดลายจนเกิดเป็นสมูทตี้โบวล์สุดเก๋ที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ยังอัดแน่นไปด้วยคุณภาพคับชาม

นอกจากผลงานศิลปะบนชามจะมีหลายรูปแบบแล้ว ในชามแต่ละใบก็ล้วนมีคอนเซ็ปต์และชื่อน่ารักๆ ที่ตั้งมาจากส่วนผสมหลัก เช่น Sunset ที่ให้ความรู้สึกเหมือนพระอาทิตย์ตกดินจากส้ม หรือ Super Magic Rainbow ที่รวมเบอร์รี่หลากสีไว้เต็มชาม โดยทั้งคู่เล่าให้เราฟังว่าผลไม้เกือบทั้งหมดนำเข้ามาจากบราซิลและอเมริกา ทำให้พวกเขาต้องใช้เวลาศึกษาทั้งเรื่องฤดูกาล แหล่งผลิตที่น่าเชื่อถือ มีคุณภาพ รวมไปถึงการหารสชาติที่กว่าจะถูกปากคนไทยได้ก็ต้องลองผิดลองถูกอยู่หลายหน

“ไฮไลต์ของเราอยู่ที่ผลไม้ประจำเดือน ซึ่งเป็นฤดูกาลของผลไม้นั้นๆ เช่น เดือนเมษายนเรามีส้มสีเลือด (blood orange) ความพิเศษของมันคือหากินได้ปีละครั้งเท่านั้น หรือในเดือนกรกฎาคมเราก็มีแบล็คเคอแรนท์ (black currant) แต่บางทีเราก็ใช้ผลไม้ไทยอย่างมะม่วงน้ำดอกไม้ เพราะเราอยากชูรสผลไม้ไทยบ้าง”

นอกจากคุณประโยชน์จากผลไม้เต็มชามแล้ว ทีมกับหวานยังกระซิบว่าในแต่ละชามยังมีสรรพคุณเฉพาะที่คัดพิเศษ เช่น อาซาอิโบวล์ใส่สาหร่ายเพื่อเพิ่มโปรตีนสำหรับคนชอบออกกำลังกาย หรือผลไม้รวมสำหรับคนหลับยาก แถมทุกชามยังได้รับการคำนวณแคลอรี่มาให้พอดีกับความต้องการของร่างกาย พร้อมมั่นใจได้ด้วยว่าจะไม่มีน้ำตาลเพราะทุกชามปราศจากทั้งหญ้าหวานและน้ำเชื่อมทุกรูปแบบ รวมทั้งยังเป็นกลูเทนฟรีด้วย รับรองได้เลยว่ารสชาติความหวานจะมาจากผลไม้สดๆ เต็มใบ เหมาะกับนักชิมสายอาร์ตที่อยากจะไปแชะไปแชร์อาซาอิโบวล์ชามสวยแล้วยังได้สุขภาพไปพร้อมๆ กัน

Paco Bangkok
สุขุมวิท 31 (ติดกับโรงแรม The Euro Grande Hotel) เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
วัน-เวลา: 10.00-20.00น.
โทรศัพท์: 061-919-9265
FB: www.facebook.com/PacoBangkok

ส่วนใครที่ช่วงนี้อาจจะยังไม่ค่อยมีเวลาออกไปไหน ก็สามารถลองทำสมูทตี้โบวล์กินเองง่ายๆ ที่บ้านจากผลไม้ใกล้ตัวได้นะ เคล็ดลับอยู่ที่การดึงความหวานจากผลไม้ต่างๆ โดยไม่ต้องใส่น้ำตาล แล้วเพิ่มความเนียนข้นด้วยผลไม้เนื้อนุ่มอย่างกล้วย มะละกอ และมะม่วงแทนการปั่นพร้อมน้ำแข็ง ปิดท้ายด้วยธัญพืชหรือซีเรียลที่มีอยู่แล้วมาโรยหน้าตามชอบ แค่นี้เราก็สามารถทำสมูทตี้โบวล์กินเองได้ไม่ยากแล้ว!


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *