Young Tam Farm กับบ้านบ้านคาเฟ่ กลางสวนสมรมแห่งพรหมคีรี


ก้าวลงจากรถ สัมผัสแรกใบหน้าปะทะกับความเย็นสดชื่น เสียงนกป่านานา ประสานกับเหล่าจักจั่นของต้นยามหน้าร้อนแห่งภาคใต้ แว่วเสียงเป็ดไก่และห่านดังมาจากทางด้านท้ายสวน จอดรถเยื้องกับต้นยางนายักษ์ อายุอานามน่าจะเกินร้อยปี บรรยากาศที่นี่คล้ายสวนดึกดําบรรพ์ มากกว่าจะเป็นร้านอาหารสักร้านหนึ่ง ภายใต้ร่มเงาของพันธุ์ไม้สวนที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง ลูกเนียง ลางสาด กล้วยนานาชนิด ยังมีไม้ป่าพื้นถิ่นอีกหลายชื่อหลายนาม ที่เรายังไม่ได้ทำความรู้จัก สวนของที่นี่ ดูๆ แล้วจึงน่าจะเป็นรูปแบบของสวนสมรมที่ปลูกพืชพันธุ์แบบผสมผสาน ที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

คุณอุ๊บุญ-สุภาวดี สุวรรณฤทธิ์ เจ้าของสวนเก๋ๆ ในชื่อ ‘ยังทำฟาร์ม’ (Young Tam Farm) เรารู้จักเธอในตอนที่เธอกำลังตัดสินใจหลีกหนีเมืองใหญ่ เพื่อกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิดของตัวเองเมื่อหลายปีก่อน เธอเข้าร่วมโครงการคนรุ่นใหม่หัวใจออร์แกนิก ครั้งที่ 1 กับกลุ่ม ‘ทำเป็นทำเกษตร’ ซึ่งจัดโดยมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) จากนั้นเราจึงติดตามความสุขความสนุกในการอยู่บ้านของเธอมาเรื่อยๆ จนเมื่อสองสามปีก่อน ร้านอาหารกลางสวนของเธอได้กำเนิดขึ้น ในชื่อ ‘บ้านบ้านคาเฟ่’

เธอเล่าให้ฟังถึงที่มาของร้านอาหารกลางสวนแห่งนี้ว่า อยากให้เป็นสถานที่ที่ให้เพื่อนฝูงญาติมิตรพาครอบครัวมาพักผ่อน รับประทานอาหารง่ายๆ ในแบบบ้านบ้าน โดยเน้นวัตถุดิบที่มีในพื้นถิ่น ทั้งตัวเธอสามารถเลือกใช้ของที่ดี รู้ที่มาแหล่งผลิต ที่สำคัญ อุ๊บุญอยากทำให้การอยู่บ้านของตัวเอง สามารถแบ่งปันเรื่องราวเกษตรกรรมแบบธรรมชาติและการกินอยู่อย่างยั่งยืน พื้นที่ของบ้านบ้านคาเฟ่ จึงถือกำเนิดขึ้นโดยแนวคิดไม่ซับซ้อน แต่มีความลึกซึ้ง

ด้วยแนวคิดนี้ เมนูของบ้านบ้านคาเฟ่ ส่วนใหญ่จึงอิงแอบอยู่กับฤดูกาลเป็นหลัก ช่วงหน้าผลไม้จึงอาจมีเมนูที่มีผลไม้หลากหลายให้ได้ชิมกัน เรามาเยือนร้านอาหารกลางสวนแห่งนี้ในช่วงต้นของหน้าร้อน เจ้าบ้านจึงต้อนรับเราด้วยน้ำดอกดาหลาสีสวย ผสมเลม่อนสดๆ ผลผลิตจากสวนของแม่อุ๊บุญเอง รสชาติชื่นใจ หอมกลิ่นดาหลา บวกเปรี้ยวสดชื่นของผลเลม่อนสีเหลือง เหมาะกับวันที่แสงแดดสดใสยิ่งนัก

จากนั้นต่อด้วยเมนูขึ้นชื่อที่ทุกคนที่มาเยือนต้องสั่งมาลองกัน นั่นก็คือ พิซซ่าแป้งข้าวหน้าผักพื้นบ้าน อบด้วยเตาดิน เก็บผักเหลียงสดๆ จากสวนยางพาราข้างบ้านวันต่อวัน เรียกได้ว่าสดจากสวนจริงๆ วันนี้ที่ร้านเลือกใช้แป้งข้าวสายพันธุ์เมล็ดฝ้าย 62 ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวไร่พื้นบ้านจากพื้นที่ของนครศรีธรรมราช รสชาติและสีสันมีเสน่ห์ อีกทั้งมีเรื่องราวน่าประทับใจมาก

พักจากการจัดการพิซซ่าและเครื่องดื่มสูตรเด็ดไปแล้ว เราเลยถือโอกาสเดินลัดเลาะสวนของที่นี่สักหน่อย ที่นี่มีพื้นที่ประมาณ 7 ไร่กว่าๆ อย่างที่เล่าไปข้างต้น เราได้ยินเสียงเหล่าสรรพสัตว์นานาชนิด เดินตามเสียงเอะอะที่ดังมาให้ได้ยินไปอีกหน่อย เราก็เจอกับแหล่งผลิตไข่ไก่ ไข่เป็ด ที่ใช้เป็นวัตถุดิบในครัวของบ้านบ้านคาเฟ่ ที่บางวันมีมากเกินกว่าที่ครัวจะใช้หมด

ผลผลิตเหล่านี้ก็กลายเป็นสินค้าหน้าร้านได้อีกด้วย เช่น กล้วยของน้า มะนาวของแม่ ชาสมุนไพรของเพื่อน หรือข้าวสารของเครือข่ายมาวางขายที่หน้าร้าน เรียกได้ว่าเป็นผลผลิตที่มีตามฤดูกาลจริงๆ บางคนที่คาดหวังจะได้กล้วยหอมหวีงาม บางวันอาจต้องหิ้วกล้วยน้ำว้าหวีใหญ่กลับไปแทน เสน่ห์ของที่นี่ที่อุ๊บุญพยายามสื่อสารกับทุกคนที่มาเยือนคือ ความตื่นเต้นที่คาดเดาไม่ได้ นี่เป็นความประทับใจอย่างหนึ่งที่ได้มาที่นี่

ลัดเลาะเยี่ยมชมพอเหงื่อซึม ตะวันเริ่มตั้งฉาก แอบกระซิบถามในครัวบ้านบ้านคาเฟ่ถึงเมนูหนักๆ เที่ยงนี้ ได้ยินเสียงแนะนำตอบกลับมาถึงเมนูเด็ดที่หลายคนต้องลองอีกแล้ว คือ ข้าวหน้าปลาใส่อวน เป็นเมนูพื้นบ้านของนครศรีธรรมราช ที่เราเพิ่งเคยลิ้มลองครั้งแรกที่นี่ เป็นเมนูข้าวสวยคู่กับปลาทอดกรอบ รสชาติคล้ายปลาส้ม หอมกลิ่นเนื้อปลาและส่วนประกอบต่างๆ ที่ใช่หมักคลุกปลา ชาวพื้นที่เรียกสิ่งที่หมักกับปลาว่า ‘อวน’ จึงเป็นที่มาของปลาใส่อวน กินคู่กับหอมซอย พริกขี้หนูสดๆ มะนาวพันธุ์พื้นเมืองอีกสักซีกหนึ่ง รสชาติออกมาลงตัวมากเลยทีเดียว ต่อด้วยราดหน้าราชินีผักพื้นบ้านแห่งภาคใต้ นั่นคือผักเหลียง บวกด้วยไข่ไก่สดๆ เก็บมาเมื่อเช้าจากเล้าท้ายสวน รสชาติความสดไม่ต้องพูดถึง จบหนึ่งมื้อกลางวันไปด้วยความอิ่มกายสบายใจ พวกเราจึงย้ายตัวไปขอนอนเปล ฟังเสียงนกกา จักจั่น ใต้ร่มไม้ในแบบฟินๆ อีกสักนิดก่อนกลับ

ปิดท้ายความประทับใจด้วยสิ่งที่มีความถูกใจเราเป็นอย่างมาก ก็คือร้านนี้มีจุดให้ลูกค้าหรือใครก็ตามที่เข้ามาเยือนที่นี่ ได้มีจุดล้างภาชนะของตัวเองในบรรยากาศกลางสวน กระป๋องน้ำ จานช้อนแบบพกพาของเราที่พกมาด้วย จึงได้นำออกมาจัดการให้เรียบร้อยเสียที

การกลับมาอยู่ในบ้านเกิดของตัวเองอาจเป็นความใฝ่ฝันของใครหลายคน หรือบางคนอยากจะมีร้านอาหารหรือร้านขายผลิตภัณฑ์เล็กๆ เป็นของตัวเอง บ้างก็อยากเป็นเกษตรกรในระบบอินทรีย์ หนทางความฝันย่อมมีทั้งสนุกและอุปสรรค เราชอบแนวคิดของอุ๊บุญที่ลงมือทำตามความใฝ่ฝันของตนเอง และแบ่งปันเรื่องราวดีๆ แก่ชุมชน และคนอื่นๆ ทุกคนที่มาเยือนที่นี่

ยังทำฟาร์ม และบ้านบ้านคาเฟ่ ตำบลอินคีรี อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช (ห่างจากสนามบินนครศรีธรรมราชประมาณ 10 กิโลเมตร)
วัน-เวลา วันอังคาร-อาทิตย์ (หยุดวันจันทร์) เวลา 10:30-18:00 น.
รายละเอียด: ยังทำฟาร์ม • Young Tam Farm • Farm & Cafe • PromKhir

ภาพถ่าย: ArmYa at Home


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *