’ใบไชยาอบชีส’ เมนูจากผักสวนครัว อร่อยลงตัวไม่แพ้ผักโขม

ในบรรดาเมนูจากผักใบเขียว ผักโขมอบชีสเรียกว่าเป็นหนึ่งในจานที่เป็นมิตรตั้งแต่ได้ยินชื่อ อาจเพราะความหอมมันของชีสและครีม ช่วยกลบภาพลักษณ์เต็มกลืนของผักโขมได้สมบูรณ์แบบ ทำนองว่าถ้าสั่งเมนูนี้ขึ้นโต๊ะอาหาร ก็ใจชื้นได้เลยว่าชวนให้เด็กๆ อยากกินอย่างแน่นอน

ทว่าถึงเมนูผักโขมอบชีสจะทำง่ายในระดับแม่ครัวมือใหม่ แต่ผักโขมก็นับเป็นผักที่ไกลจากสวนครัวไม่น้อย เนื่องจากผักโขมส่วนใหญ่ที่เราหาได้ตามท้องตลาดนั้น มักเป็นผักโขมเชิงอุตสาหกรรมทั้งแบบอินทรีย์และเคมี รวมถึงผักโขมสำเร็จรูปแช่แข็งที่ร้านอาหารฝรั่งมักเลือกใช้เป็นวัตถุดิบลดต้นทุนและทุ่นเวลาเพราะเก็บรักษาได้นาน แต่ถ้าว่ากันอย่างตรงไปตรงมา ผักโขมตามท้องตลาดส่วนใหญ่ก็เรียกได้ว่าห่างไกลจากความสดใหม่อยู่พอสมควร

แต่บ้านเรา มีผักชนิดใกล้กันที่เข้าคู่กับชีสและครีมได้กลมกล่อมไม่แพ้ผักโขม แถมยังปลูกในสวนครัวได้สบาย เพราะเพาะง่าย โตเร็ว แถมปลูกครั้งเดียวเก็บกินได้นานหลายปี ผักชนิดนั้นคือ ‘ไชยา’ หรือที่พื้นบ้านไทยเราเรียกกันว่า ‘มะละกอกินใบ’

เหตุผลที่ต้นไชยามีชื่อเล่นว่าแบบนั้น ก็ด้วยลักษณะของใบสีเขียวแก่ของมันที่คลับคล้ายกับใบมะละกอราวฝาแฝด ทว่าไร้กลิ่นเหม็นเขียวหรือยางเหนียวระคายผิว พิเศษขึ้นอีกตรงรสชาติของใบไชยานั้นอร่อยไม่แพ้ใบคะน้า แถมอุดมด้วยสารอาหารไม่น้อยหน้าซูเปอร์ฟู้ดอย่างผักโขมทีเดียว

ผงชูรสโดยธรรมชาติ แถมมีมากกว่าความอร่อย

โดยต้นไชยานั้นแท้จริงมีบ้านเกิดอยู่แถบอเมริกาใต้ พบมากในประเทศเม็กซิโก (จึงมีอีกชื่อเรียกว่าคะน้าเม็กซิโก) ถ้าใครเคยเดินทางไปประเทศแถบดังกล่าว อาจเคยพบหน้าค่าตาใบไชยากันอยู่บ้าง ด้วยเป็นผักพื้นถิ่นที่คนละแวกนั้นนิยมเด็ดยอดและกินใบมานานหลายร้อยปี

นอกจากจะปลูกง่าย โตเร็ว เพียงแค่นำกิ่งแก่ปักลงดินและหมั่นรดน้ำก็แตกยอดให้เก็บกิน ใบไชยายังมีสรรพคุณอีกหลายประการที่ทำให้มันกลายเป็นผักที่ได้รับความนิยมในแวดวงอาหารสะอาดมากขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในนั้นคือคุณสมบัติที่ทำให้อาหารรสชาตินวลนัว ด้วยใบไชยานั้นมีรสหวานตามธรรมชาติ และมีเคมีบางตัวที่ช่วยชูรสอาหารคล้ายผงชูรส แต่ดีกว่ากันตรงเป็นผงชูรสจากธรรมชาติที่โซเดียมต่ำ ทั้งยังอุดมด้วยแคลเซียมและวิตามินนานาชนิด โดยสถาบันโภชนาการแห่งชาติ ประเทศเม็กซิโก ระบุว่าใบไชยานั้นมีปริมาณแคลเซียมมากกว่าผักโขมเกือบ 10 เท่า เหมาะสำหรับเด็กและคนชราที่ต้องการแคลเซียมบำรุงกระดูก กว่านั้นยังเต็มไปด้วยเส้นใยช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดี เหมาะสำหรับคนควบคุมน้ำหนัก รวมถึงชาวมังสวิรัติที่ต้องการสารอาหารครบครันจากผักใบเขียว

ทว่าการนำใบไชยามาปรุงอาหารนั้นก็มีข้อแม้อยู่เล็กน้อย เนื่องจากใบไชยาสดมีสารจำพวกไซยาไนด์ซึ่งเป็นพิษต่อร่างกาย จึงควรปรุงให้สุกก่อนรับประทานทุกครั้งจึงจะปลอดภัยและได้ประโยชน์

ใบไชยาอบชีส เมนูจากผักสวนครัวที่อร่อยไม่แพ้ผักโขม

และรู้ไหมว่า ชื่อในภาษาอังกฤษของต้นไชยานั้นคือ Spinach Tree แปลตรงตัวว่าผักโขมต้น นั่นก็เพราะรสชาติของใบไชยานั้นมีความมันและเคี้ยวสนุกไม่แพ้ผักโขม ในตำรับอาหารที่ทำจากผักโขมหลายเมนูจึงสามารถใช้ใบไชยามาสลับที่แทนได้อย่างที่คนกินอาจไม่ระแคะระคายเลยทีเดียว

​หนึ่งในนั้นคือเมนู ‘ใบไชยาอบชีส’ เมนูเฟรนด์ลี่ที่เด็กกินได้ผู้ใหญ่กินอร่อย แถมด้วยแคลเซียมและวิตามินที่มากกว่าผักใบเขียวชนิดอื่นหลายเท่า เมื่อหักลบกับแคลอรี่แล้วก็ถือว่ายอมได้

และต่อไปนี้คือเมนูจากผักสวนครัวที่อร่อยไม่แพ้ผักซูเปอร์ฟู้ดชื่อดังที่เราอยากแนะนำให้คุณลอง

วัตถุดิบ


​1. ใบไชยา เลือกใบที่ไม่แก่และไม่อ่อนเกินไป สังเกตว่าใบเป็นสีเขียวเฉดกลางๆ เพราะถ้าแก่เกินไปใบจะเหนียว แต่ถ้าอ่อนเกินไปเมื่อปรุงแล้วใบจะเละ
​2. แฮมหรือเบค่อนหั่นชิ้นพอดีคำ (เลือกจากผู้ผลิตเนื้อหมูที่ปลอดภัย และไม่ติดมันมากจนเกินไปนะ)
​3. พาร์เมซานชีส มอสซาเรลล่าชีส เชดด้าร์ชีส
​4. นมสดหรือครีม 1/2 ถ้วย
​5. แป้งอเนกประสงค์ 2 ช้อนโต๊ะ
​6. เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ
​7. เกลือ พริกไทย ตามชอบ

ขั้นตอนการทำ
1. นำใบไชยาลวกในน้ำร้อนแค่พอผักสลด จากนั้นบีบให้สะเด็ดน้ำ แล้วหั่นเป็นท่อนใหญ่ๆ พักไว้


2. ตั้งกระทะ ใส่เนยลงไป รอจนเนยละลายแล้วใส่แป้งอเนกประสงค์ลงไปผัดจนแป้งกับเนยเป็นเนื้อเดียวกัน (เป็นการทำรูส์ (Roux) เพื่อให้ซอสข้นขาว) จากนั้นเติมเบค่อนหรือแฮมลงไปผัดจนสุก

3. เติมนมหรือครีมลงไป คนให้เข้ากัน รอจนเริ่มเดือด แล้วปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย

4. ใส่ใบไชยาที่ลวกแล้วลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน รอจนเริ่มเดือดอีกครั้งแล้วตักทั้งหมดใส่ในถาดฟอยล์ หรือถาดอบทนความร้อน แล้วโรยด้วยชีสทั้ง 3 ชนิดในประมาณตามชอบ


5. นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 120 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15-20 นาที

Enjoy!


ภาพถ่าย: ม็อบ อรุณวตรี