เติมความหอมอร่อยให้มื้อผัก กับ ‘น้ำสลัดครีมงาขี้ม้อน’


ในบรรดาอาหารเมืองเหนือ น้อยคนที่รู้จักแล้วจะไม่หลงรัก ‘ข้าวหนุกงา’

ด้วยความพิเศษของอาหารหวานหนักท้องชนิดนี้ ไม่เพียงอยู่ตรงข้าวเหนียวเนื้อหนึบย่างไฟจนหอมกรุ่น ทว่ารวมถึงวัตถุดิบพิเศษที่อยู่คู่ครัวล้านนามานับร้อยปีอย่าง ‘งาขี้ม้อน’ หรืองาม่อน งาพื้นบ้านเมล็ดกลมจิ๋วที่มีกลิ่นรสเป็นเอกลักษณ์ แถมยังเป็นแหล่งพลังงานชั้นดีที่ปลูกได้ในสวนครัว

สำหรับเราแล้ว งาขี้ม้อนแนบชิดอยู่ในความทรงจำมาตั้งแต่จำความได้ โดยเฉพาะเมื่อเข้าไปใช้เวลาอยู่ในครัวของคุณตาคุณยายผู้มีพื้นเพเป็นชาวอีสานและชาวเหนือ ก็จะพบกระปุกงาขี้ม้อนวางเคียงอยู่กับเหล่าวัตถุดิบเก็บได้จำพวกพริกแห้ง หอม กระเทียม รวมถึงเครื่องเทศอื่นๆ แทบทุกครั้ง และมักกลายเป็นเมนูอร่อยทั้งคาวหวานที่ทำเราติดอกติดใจมาถึงทุกวันนี้

สาเหตุที่งาขี้ม้อนกลายเป็นวัตถุดิบคู่ครัวชาวเหนือและชาวอีสานนั้น ก็เพราะมันมีสถานะเป็น ‘พืชปลูกแซม’ อยู่ตามท้องไร่ปลายนา แค่เพียงหว่านเมล็ดลงบนดินอย่างไม่ต้องประคบประหงมสักเท่าไหร่ ไม่นานต้นงาขี้ม้อนก็จะผลิดอกให้ผลเรื่อยไปนานร่วมปี สำคัญคือต้นงาขี้ม้อนสามารถเติบโตได้ดีแม้ในที่ที่สภาพอากาศร้อนแล้งอย่างภาคอีสานหรือบางพื้นที่ในภาคเหนือ กว่านั้นเมล็ดของงาขี้ม้อนยังเก็บได้นานหลายปีหากไม่มีความชื้นมาเจือปน

และไม่ใช่แค่เมล็ดงากลมจิ๋วสีน้ำตาลแก่เท่านั้น แต่ ‘ใบ’ ของงาขี้ม้อนก็อร่อยและมีโภชนาการสูงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในสำรับขนมจีนน้ำยาตำรับอีสานแท้ ก็ต้องมีใบงาขี้ม้อนกลิ่นฉุนติดฝาดเล็กน้อยกินเคียงกันถึงจะเรียกว่าครบเครื่อง กว่านั้นยังมีงานวิจัยค้นพบว่าเมล็ดและใบของงาขี้ม้อนนั้นเป็นรสชาติร่วมในหลายวัฒนธรรมอาหารฝั่งเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศลาว เวียดนาม เรื่อยขึ้นไปถึงประเทศจีนก็ล้วนมีงาขี้ม้อนผสมใส่อยู่ในสำรับในวิธีการปรุงที่แตกต่างกันออกไป

จึงพูดได้ว่างาขี้ม้อนเป็นตัวละครลับในครัวไทยและครัวของเพื่อนบ้านเรามานานแล้ว กระทั่งกระแสรักสุขภาพในปัจจุบันได้ฉายสปอตไลท์มายังงาขี้ม้อนอีกครั้ง เมื่อมีงานวิจัยระบุว่างาพื้นบ้านชนิดนี้อุดมด้วยสารอาหารระดับเดียวกับซูเปอร์ฟู้ด โดยเฉพาะ ‘โอเมก้า3’ ที่มีส่วนช่วยป้องกันโรคหัวใจ บำรุงระบบประสาทและสมอง ทั้งยังเหมาะสำหรับชาวมังสวิรัติและคนแพ้อาหารทะเลให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนโดยไม่ต้องพึ่งพาโอเมก้า 3 จากเฉพาะปลาทะเลน้ำลึกเท่านั้น

น้ำสลัดครีมงาขี้ม้อน

ถ้ามองให้ลึกถึงกลิ่นรสของงาขี้ม้อน จะพบว่ามันสามารถกลายเป็นได้อีกมากมายหลายเมนูกินง่าย โดยเฉพาะอาหารที่มีส่วนผสมของบรรดางาขาวและงาดำทั้งหลาย ที่หากแทนค่าสมการใหม่ด้วยงาขี้ม้อน รับรองว่าอาหารจานนั้นจะมีกลิ่นรสน่าสนใจขึ้นอีกระดับ เช่นเดียวกับ ‘น้ำสลัดครีมงาดำ’ ที่ทำให้เรารักการกินผักมาโดยตลอด เมื่อแทนค่าด้วยการเติมงาขี้ม้อนคั่วบดลงไป ก็ยิ่งชวนให้คิดถึงสมัยใช้เวลาอยู่ในครัวของคุณตาคุณยาย ทว่าเป็นรสสัมผัสแปลกใหม่ที่ช่วยเติมความสดชื่นระหว่างวันได้ไม่น้อยเลย

และถ้าใครอยากลองแทนค่าสมการรสชาติให้จานสลัดสนุกขึ้นอีก ต่อไปนี้คือสูตรน้ำสลัดครีมงาขี้ม้อนที่เราอยากชวนให้ทุกคนมาเข้าครัวทำไป พร้อมๆ กัน

ส่วนผสมหลัก

1.งาขี้ม้อนคั่วและบดละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
2.ไข่แดงของไข่ไก่ 2 ฟอง
3.น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันถั่วเหลือง 1 ถ้วย
4.น้ำส้มสายชูหมักธรรมชาติ (เราใช้ Apple cider) 1/2 ถ้วย
5.น้ำตาลทรายและเกลือตามชอบ

วิธีทำ

1.ตีไข่จนเหลวดี จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำมันพืชทีละนิดจนหมด และตีไปเรื่อยๆ จนเนื้อเนียน

2.เติมน้ำส้มสายชูทีละนิด และตีให้ทุกส่วนผสมเข้ากัน

3.เติมน้ำตาล เกลือ ชิมรสตามชอบ

4.โรยงาขี้ม้อนคั่วบดลงไปผสม และตีส่วนผสมให้เป็นเนื้อเดียวกันอีกครั้ง

5.จัดเสิร์ฟกับผักสลัด (ผักสดจะเข้ากันกับรสชาติน้ำสลัดมากกว่าผักย่าง) อาจโรยงาขี้ม้อนแต่งหน้าได้ตามชอบ

ENJOY! 🙂

ภาพถ่าย: ม็อบ อรุณวตรี