การเดินทางสู่ ‘แรมฟืน’ เมื่อแรมคืนกุมภาพันธ์

เมื่อหลังอาหารเช้า ขนมจีนน้ำย้อย รถก็ทะยานออกสู่ถนนจากอำเภอลองในวันนั้น มุ่งหน้าสู่จังหวัดลำปาง บนลู่ลาดทางครึ้มเงาไม้และเงาฝนโปรยละอองเล็กน้อยบนปลายแดด แล้วระเหยไป รถราสัญจรไม่มากนัก ในเส้นถนนระหว่างข้างทาง มีเพิงพอเพียงทรนงขายของป่า ของทำมือ อยู่สลับฉากขุนเขาป่าไม้หมู่บ้าน

แวะเข้าไปพักรถร้านขายมะตูมตากแห้ง ด้วยประเด็นสนใจว่าต้นมะตูมยังมีอยู่อีกมากมายขนาดที่จะเอามาตากแห้ง มะตูมแก่ถูกฝานออกหนาเรียงในกระจาดตากแดดเรียงรายข้างถนน ที่แห้งก็ใส่ถุงห้อย จะค่าน ดอกเงี้ยว ไม้เกี๊ยะ มะมื่น กระบก มะนาว ส้ม กล้วย หัวปลี ฟัก ฟักทอง มันมือเสือ หอมแดง หน่อไม้ดองในขวดพลาสติก น้ำผึ้ง ข้าวแคบ ข้าวควบ ข้าวเกรียบว่าว รอขายกับผู้พลัดทาง

มะตูม หมากตูม มะปิน หรือ Beal Fruit เปลือกแข็งหนา กลิ่นหอมเย็นมงคล จรุงใจ กินสด ผ่าเปลือกที่แข็ง ตักกินใยเนื้อฉ่ำข้างใน เป็นของหวานทานเล่น เอาแผ่นแว่นมะตูมแห้งเผาพอผ่านไฟ หอมต้มน้ำดื่มชื่นใจคนเจ้าบ่เก่าละอ่อนน้อย กินน้ำแดงน้ำดำผสมก๊าซกับน้ำตาลมันลำมันเย็น บ่ต้องเจ็บมือปอกเปลือกแข็ง

เข้าเขตอำเภอบ้านทา ทอดตาเห็นหมู่บ้านเห็ดหอมตามป้ายบอกทาง บ้านปางละโอ จอดรถเทียบเพิงขายของตามนโยบายหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์สานฝันกลางวันสูตรสำเร็จรัฐบาล ก่อนหน้านี้ ฝันยังคงอยู่ ความดิ้นยังคงอยู่ เพิงไม้ผุพัง เราซื้อเห็ดหอมสด ราคาผ่านการเด็ดเก็บกับขอนไม้ไม่กี่นานนาทีผ่านมา ไม่แพง สะอาด ดีกว่ากาดในเวียงจังหวัด ดอกเล็กหอมสะดุดใจกับการขึ้นงามบนไม้ผุนั้นหรือเปล่า

บ่ายหน้าเข้าถนนขับผ่านความขจีเขียวแมกไม้ สู่การแผ้วถางทาง ทำถนน ระวังข้างทางหุบเหว ใบหน้าคนทำทางเกรียมแดดอ้างว้าง รอเวลารถมารับกลับที่พัก เห็นรอยถากขอบภูเขาเป็นชั้นรอยดินแดง ชั้นหินสีสลับ ตระหง่าน อยู่สองข้างทาง ดั่งงานร่วมสมัยศิลป์ทุนนิยมสลักจากรถแบคโฮ (backhoe) ธรรมชาติสลับสีสันของมันตามฤดูกาล อีกนานคงจะเขียวครึ้มอย่างในฝัน

ถนน 6 เลนเข้าตัวเมืองลำปาง รถเริ่มหนาตาเข้าออก เราหันหัวรถเลี้ยวขวาเข้าถนนพหลโยธินมุ่งหน้าขึ้นเหนือผ่านแม่เมาะ ถ้ำผาไท สู่อำเภองาว ขับรถเข้าไปมองความเปลี่ยนแปลงและเป็นไปของบ้านเกิด ร้าน ตลาด เทือกสวนไร่นา คลองชลประทาน ควายเหล็ก รถเกี่ยวข้าว เข้ามาทดแทนงานชาวนา ซึ่งปลูกพืชพันธ์ุอาหารส่วนใหญ่ของพื้นที่จะเป็น ข้าวโพด ถั่วเหลือง ข้าว หอม กระเทียม ถั่วลิสง

แต่ก็ยังแยกบางสวนเป็นพืชสวนครัวไว้กินปลูกผักกาด มะเขือ มะแว้ง แตงกวา ถั่วฝักยาว หอมป้อมผักชี เราโชคดีมากครานี้ที่ยังได้กินลูกผักชีสดเม็ดเขียวอัญมณี กินแกล้มกับลาบส้า ใส่แกง หรือเอามือรูดใส่น้ำพริกฝีมือยายฝีมือแม่ คิดถึง น้ำตาคลอหน่วย

ปลาฮ้าแห้งปิ้งไฟ (ปลากระดี่เคล้าเกลือตากแดด) หมกพริกหอมขาวหอมแดงมะเขือส้มในขี้เถ้าระอุไฟจนสุกนิ่มในเนื้อ ลอกเอาผิวที่ไหม้ออกอย่างเบามือ กระแทกไปในครกปรุงเกลือ น้ำปลา ใส่เม็ดผักชี โรยหอมป้อมใบหอม เอาข้าวนึ่งจ้ำกินกับผักต้มแนมปลาย่าง

ล่วงเวลาคล้อยบ่ายขับเคลื่อน ออกจากบ้านสบป๋อน ไปบนความไม่ร้อนรนนักบนความระมัดระวัง ผ่านดงดอยซึ่งเป็นหมู่บ้านชนเผ่าร้อยเรียงอยู่รายทางในอดีตกลับกลายเป็นบ้านคนเมือง ตามวัฒนะไวไฟ (WI-FI)

มุ่งหน้าเลยจังหวัดพะเยาเข้าเชียงรายเมื่อคล้อยค่ำ ด้วยอัตราเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพลินตากับข้างทาง และหยาดฝนหลงฤดู รุนแรง รุกเร้าในบางที

เราเข้าพักที่สวรรค์บนดิน​โฮมสเตย์ ที่พักในวิถีแช่มช้า (slow life) ปลูกผัก ผลไม้ ดอกไม้ ทำชา จากดอกไม้และสมุนไพร อยู่กลางทุ่งกลางนา เงียบสงบแต่ก็ชวนว้าวุ่นในความแปลกแยกนั้น

ดินเนอร์ที่ในเวียงด้วยความหิวอยากกินกับข้าวเมือง ลาบ ลู้ จิ้นส้มหมก เจี๋ยวผักปลัง ไส้อั่ว แกงแค ต๋ำบ่าหนุน รสชาติถูกแปรแปลงให้เหมาะกับรสลิ้นคนต่างภาค (กลาง) ต่างภาษา ไม่เหมือนสมัยอาสมัยลุง ที่ใส่ของไม่กลัวเปลืองพริกเปลืองเกลือ ถ้าอยากกิ๋นดีกิ๋นลำก็ต้องไปบ้านต่งบ้านนาปู้น กินของดิบของสดรสต้องแรงได้กำลัง เหล้าสักตองสองตอง กลับบ้านได้อีกแรง

เช้ารุ่งฟ้าไม่ทันอาบแดดเดินทางไปแม่สาย ตลาดเช้า ตลาดของความหลากหลายเหล่าชาติพันธุ์ ผลิตภัณฑ์และผลิตผล คนเมือง ไทลื้อไทเขินไทใหญ่ ชนเผ่า คนฝั่งพม่า ตะโกนขายของ พืชผัก หมูเห็ดเป็ดไก่ กุ้งหอยปูปลา ของสดของแห้ง ไม่มีความแปลกแยกรวมกันคละเคล้า เป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวของตลาด

ความหลากหลายของอาหารเช้าในตลาดและนอกตลาดเยอะแยะมากมายจนอยากกินทุกอย่าง ขนมเส้นน้ำเงี้ยวน้ำยา ข้าวเงี้ยวข้าวกั๊นจิ้น กับข้าวเมืองหลายปากหลายหม้อ ข้าวซอย ข้าวซอยน้อย ข้าวแรมฟืนอุ่น ข้าวแรมฟืนทอด ยำ ใส่เครื่อง พริกคั่ว ถั่วลิสง ถั่วเน่า กระเทียมเจียว หอมเจียว ผักลวก ราดด้วยน้ำปรุงที่ทำจากน้ำส้มจากน้ำอ้อย หรือจะกินเหมือนก๋วยเตี๋ยวน้ำก็ได้

ข้าวแรมฟืน หรือข้าวแรมคืน เป็นอาหารของชาวสิบสองปันนา ทำมาจากข้าวจ้าว ถั่วลันเตา หรือถั่วลิสง โดยการแช่น้ำไว้หนึ่งคืนแล้วนำมาโม่ให้ละเอียดแล้วกรองให้ได้น้ำแป้งสีนวล จากนั้นเอาไปเคี่ยวกวนบนเตาถ่านไฟอ่อนถึงกลางระอุจนข้นระวังไหม้ก้น ปรุงรสด้วยเกลือ ชิมรส และอาจเพิ่มเครื่องปรุงรสอื่นที่ชอบตามนิยมสมัยคุ้นลิ้น พอเหนียวได้ที่ เทลงบนถาดแล้วทิ้งไว้ให้เย็น ข้ามคืน จนจับก้อนแข็ง หั่นเป็นชิ้น ปรุงเปรอตามจริต

หรือจะกินข้นอุ่น ราดโรยด้วยเครื่องเคียงน้ำปรุง ก็เรียกว่าข้าวแรมฟืนอุ่น

ข้าวแรมฟืน ข้าวจ้าวจะเป็นสีขาว ถั่วลันเตาจะได้สีเหลืองนวล ถั่วลิสงออกม่วงนวลเทา กินตามความอยากความชอบ ตามอุณหภูมิฤดู เช้าสายบ่ายเย็น สะดวกเวลา

ข้าวปลาอาหารตามรายละเอียดของเส้นถนนและชีวิต การพบปะพูดคุยช่วยให้ความอิ่มเอมหฤหรรษา มื้อเช้าเชียงราย กับความเข้าใจและยอมรับ

ภาพถ่าย: สำรับสำหรับไทย