เมื่อแบรนด์ซุปกระป๋องระดับโลก หันมาทำซุปออร์แกนิกสูตรคุณยาย

ร้อยปีก่อน มนุษย์ตื่นเต้นกับการยืดอายุอาหารให้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ใช้กลเม็ดทางเคมีและชีวภาพดัดแปลงปรุงแต่งเพื่อให้ได้อาหารที่สะดวก รวดเร็ว และราคาถูก เพื่อป้อนสู่ตลาดที่ใหญ่โตขึ้นหลังจากยุคสงครามโลกครั้งที่สอง แต่มาวันนี้ ระบบอุตสาหกรรมมาถึงภาวะอิ่มตัวถึงขีดสุด โลกจึงหมุนวนกลับมาให้ความสำคัญแก่การกินอาหารที่มีที่มาที่ไป ปรุงแต่งแต่น้อย และปรุงสดใหม่อีกครั้ง

แคมป์เบลล์เป็นแบรนด์ซุปสัญชาติอเมริกันที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1869 โดย Joseph A. Campbell พ่อค้าผลไม้ชาวนิวเจอร์ซีและเพื่อนช่วยกันผลิตมะเขือเทศกระป๋อง ผักอัดกระป๋อง เจลลี่กระป๋องขึ้นมา กลายเป็นผลิตภัณฑ์คู่บ้านคู่เมืองที่ต้องมีติดครัวของผู้คนทั่วโลกกว่า 120 ประเทศมาตลอดเวลากว่า 148 ปี จนกระทั่งปี 2011 CEO หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของแคมป์เบลล์ Denise Morrison เห็นความสำคัญของเทรนด์สีเขียว และหันมาสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญให้แบรนด์อีกครั้ง

จากอาหารแช่แข็ง สู่อาหารที่แท้จริง
เดนิสพบว่าสิ่งที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจต่อบริษัทผลิตอาหาร ขึ้นอยู่กับคุณค่าที่แต่ละบริษัทเลือกนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นความโปร่งใส ทำตามวัตถุประสงค์ มีฉลากที่บอกข้อมูลการตัดต่อพันธุกรรมอย่างชัดเจน ให้ความสำคัญแก่สวัสดิภาพสัตว์เลือกใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ ฯลฯ

เธอไม่เชื่อในการวิ่งตามเทรนด์ผิวเผินเพื่อเอาตัวรอด แต่มองว่าแคมป์เบลล์จำเป็นต้องสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาเอาใจลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สุดในตอนนี้อย่างชาวมิลเลเนียล หรือผู้ที่เกิดในระหว่างปี 1978 – 1994 ซึ่งมีจำนวนมากถึง 80 ล้านคน ส่งผลให้แคมป์เบลล์ยุคใหม่ภายใต้การนำของเธอหันมาให้ความสำคัญเรื่องของสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีอย่างเต็มตัว แคมป์เบลล์ผลิต ‘อาหารที่แท้จริง’ ออกสู่ตลาดมากขึ้นพร้อมออกตัวเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในวงการอาหารสำเร็จรูปภายในปี 2020 ด้วยการทุ่มเงิน 2 พันล้านเหรียญเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่ดีต่อสุขภาพอันหลากหลาย มอบประโยชน์จากธรรมชาติให้แก่ผู้บริโภคอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย


เรียบง่ายแต่ดี
Souplicity คือซุปแช่แข็งที่ผลิตจากวัตถุดิบสดใหม่ เป็นนวัตกรรมใหม่ผ่านกรรมวิธี High Pressure Processing (HPP) ที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วยกระบวนการที่ปราศจากสารเคมี จึงให้รสชาติจากวัตถุดิบจริงๆ ที่เข้มข้นเหมือนเช่นรสชาติของคุณย่าคุณยาย แถมยังมีให้เลือกหลายรสชาติ ไม่ว่าจะเป็น Roasted Red Pepper Tomato Gouda ซุปสีแดงสดรสชาติคลาสสิกที่ผสมระหว่างพริกไทยแดงกับมะเขือเทศรวมกับน้ำมันมะกอก เบซิล และโกดาชีส Carrot Curry Ginger ซุปสีเหลืองส้มมีส่วนผสมหลักเป็นแคร์รอทหวานกับขิง ปรุงรสให้จัดจ้านขึ้นด้วยเครื่องแกงและกลิ่นมะนาว Broccoli Parmesan Lemon ซุปสีครีมปนสีเขียวอ่อนของบร็อกโคลีออร์แกนิกและพาร์เมซาน เติมความสดชื่นด้วยกลิ่นเลมอนอ่อนๆ ส่วน Corn Poblano Lime ซุปสีเหลืองสดใสที่ทำจากข้าวโพดหวานผสานความเผ็ดจากพริก Plobano เข้มข้นแบบละตินอเมริกา ที่สำคัญคือทุกกระป๋องไม่มีส่วนผสมของพืชที่ตัดต่อพันธุกรรม และปลอดจากวัตถุกันเสีย

หัวใจสำคัญของ Souplicity คือส่วนผสมที่เรียบง่ายไม่ยุ่งยากซับซ้อน เปิดเผยกระบวนการผลิตได้อย่างเต็มที่ ส่งผลดีต่อทั้งคนกิน คนขาย สัตว์ และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน จึงน่าจับตาว่าอาหารรูปแบบนี้ซึ่งดีต่อสุขภาพแต่ก็ยังคงความสะดวกรวดเร็วอยู่จะกลายเป็น ‘The New Normal’ ซึ่งจะกลายเป็นไลฟ์สไตล์กระแสหลักในอนาคตอันใกล้นี้

และเป็นอีกสิ่งการันตีว่าอาหารที่ดีไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นตัวแปรสำคัญที่กำลังจะหมุนโลกไปในทางที่ดี
ข้อมูล : souplicity.com