ในหลวงในความคิดถึง: ภาพวาดสีน้ำของมาโนช กิตติชีวัน ที่บอกว่าในหลวงไม่เคยจากเราไปไหน

ภาพวาดดอกไม้สีอ่อนบางสดใสเป็นเสมือนภาพจำที่ใครหลายคนมีต่อ มาโนช กิตติชีวัน ศิลปินอิสระคนนี้ ก่อนหน้านี้ เขาเป็นคนอยู่เบื้องหลังการทำนิตยสารบ้านและสวน ทั้งวาดแลนด์สเคป เพอร์สเปคทีฟเรื่องบ้านและเรื่องสวน แต่ก็ไม่เคยทิ้งเรื่องการวาดรูปที่ตัวเองสนใจ

มาโนชมีโอกาสได้อวดฝีมือภาพวาดดอกไม้ครั้งแรกให้ผู้คนได้ชื่นชมในวงกว้างเป็นครั้งแรกตอนที่นิตยสารบ้านและสวนมีคอลัมน์เรื่องเล่าของต้นไม้ดอกไม้ชื่อว่า “งามธรรมชาติ” ซึ่งจะต้องใช้ภาพวาดดอกไม้จากสีน้ำประกอบเรื่องราวทุกๆ เดือน การได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติที่งดงามเช่นดอกไม้ช่วยจรรโลงชีวิตและจิตใจได้ดีเหลือเกิน

ธรรมชาติสอนธรรม
“เราเป็นคนชอบวาดรูปดอกไม้อยู่แล้ว เลยสังเกตเห็นรายละเอียดเยอะมาก ทำให้เราหลงรักในการวาดดอกไม้ เกสร รายละเอียดเล็กๆ ของมัน  ดอกไม้แต่ละประเภทมีกลีบ มีใบ มีผลแตกต่างกัน ทำให้สนุกในการวาดเสมอ  และดอกไม้แต่ละดอกก็จะบานไม่เหมือนกัน บางดอกบานกลางวัน บางดอกบานกลางคืน บางดอกบานตอนเช้า เราก็ต้องปรับตัวเราให้สอดคล้องกับดอกไม้”

สิ่งเหล่านี้สอนความจริงในชีวิตได้อย่างดี

“ธรรมชาตินี่เป็นครูที่ดีมากเลยนะ ดอกไม้มีการตูม มีการบาน มีการเหี่ยวเฉา มันเป็นธรรมชาติของชีวิต มนุษย์เราก็เป็นอย่างนั้น เวลาเราเห็นธรรมชาติแล้วเรารู้สึกว่ามันเปรียบได้กับคนเลยนะ ตัวอย่างเช่น สีของดอกไม้หรือวัตถุใดๆ ก็สัมพันธ์กับสิ่งรอบข้าง คือสีจะสะท้อนเข้าหากัน อย่างดอกไม้สีเหลืองอยู่ใกล้ใบสีเขียว มีสีเขียวปนอยู่ในเหลือง และเหลืองปนอยู่ในเขียว ทุกอย่างสัมพันธ์กันหมด ถ้าเราอยากมองเห็น ลองเอาดอกไม้สีแดงวางบนกระดาษขาว เงาของดอกไม้บนกระดาษขาวก็จะอมสีแดงนิดๆ ด้วย นี่คือความสัมพันธ์กัน ที่เราอาจไม่เห็นเพราะไม่เคยสังเกต

“ก้อนเมฆอาจทำให้ภูเขาเปลี่ยนสีได้ เพราะก้อนเมฆลอยผ่าน หรือเกิดการหักเหแสงที่ตกกระทบ ภูเขาก็อาจเปลี่ยนสีได้ตลอดเวลา แต่ความจริงคือภูเขาไม่ได้เปลี่ยนสี สิ่งที่เราเห็นคือสิ่งสะท้อนจากความสัมพันธ์ระหว่างภูเขากับก้อนเมฆ กฎทางธรรมชาติจึงเป็นเรื่องเดียวกับปรัชญาและวิทยาศาสตร์เลย”

ธรรมชาติจึงสอนให้เรารู้ว่า ทุกอย่างเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันเสมอ แม้ว่าไม่อาจมองเห็นด้วยตา แต่ก็มีอยู่จริง และบางสิ่งบางอย่างมันก็อยู่ของมันเช่นนั้นเองเป็นธรรมดา แต่อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นและตีความหรือให้ความหมายจากปัจจัยที่มากระทบใจในขณะนั้นๆ อย่างไรมากกว่า

“เราว่าคนที่อยู่กับธรรมชาติไม่ใช่คนโลกสวยนะ แต่เป็นคนอยู่ตามความเป็นจริง เราวาดรูปดอกไม้เราวาดตามความเป็นจริง แต่ต้องคิดว่าจะวาดออกมายังไงให้มีเสน่ห์ ความงามของดอกไม้เหี่ยวก็มีเสน่ห์ มันก็เป็นความงามที่แท้จริงแบบหนึ่ง เป็นความงามของกาลเวลา ที่ดอกไม้พยายามจะบอกกับเรา เพราะฉะนั้นเราต้องมองให้เป็น ต้องอยู่ให้เป็น

“สำหรับเรา คนโลกไม่สวยคือคนที่ทุกข์ เกิดจากความผิดปกติทางความคิดของเราเอง มากกว่าจะเป็นเพราะสิ่งที่อยู่ข้างนอก เราเองเคยอยู่ภาวะนั้นมาก่อน แต่เรามาคิดว่าศิลปะมีหน้าที่สร้างสรรค์ ในความหมายที่ว่าดูแล้วดี ดูแล้วเจริญงอกงาม เติบโต ประเทืองปัญญา คนดูงานศิลปะแล้วต้องรู้สึกว่าพัฒนาจิตใจ พัฒนาการมองโลก

“ศิลปะจึงขัดเกลาจิตใจให้เรามองเห็นความงามได้แม้ในสิ่งที่ไม่งดงาม ศิลปะจึงช่วยเรื่องชีวิตได้มาก”

ในหลวงในความคิดถึง
นอกจากภาพดอกไม้แล้ว น้อยคนนักที่จะรู้ว่าการวาดภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เป็นงานอดิเรกที่มาโนชลงมือทำอยู่เสมอมา  “คนส่วนใหญ่อาจจะเห็นงานดอกไม้ของเราเป็นส่วนใหญ่ แต่ภาพในหลวงเราวาดมาตลอดตั้งแต่พระองค์ยังมีพระชนม์ชีพ เวลาวาดก็จะวาดใส่ดอกไม้เข้าไปด้วย เป็นเหมือนสไตล์เฉพาะของตัวเอง เราวาดรูปในหลวงเพราะเรารักพระองค์มาก  จนวันที่พระองค์สวรรคต เราก็ไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่วาดรูปของตัวเองต่อไป แต่ไม่ได้วาดด้วยความรู้สึกความเศร้าเลยนะ เพราะในหลวงยังอยู่กับประชาชน (น้ำเสียงจริงจัง) อยู่ข้างๆ เรา อยู่รอบๆ ตัวเรา และมองเห็นพวกเราอยู่เสมอ รู้สึกตลอดว่าท่านยังอยู่กับเราเหมือนที่เคยเป็นมา

“เราวาดรูปในหลวงหลายอิริยาบถตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ตอนทรงงานพระราชกรณียกิจต่างๆ ตอนทรงอยู่กับสมเด็จย่า อยู่กับพระราชบิดา บางภาพวาดจากภาพขาวดำแต่เอามาวาดเป็นภาพสีเพื่อให้ความรู้สึกสดชื่น วาดประกอบกับดอกไม้ให้เข้ากับพระบรมฉายาลักษณ์ โทนสีสว่างๆ อ่อนโยน วาดด้วยสีที่มีชีวิตชีวา อยากให้คนมองมองแล้วมีความรู้สึกมีความหวัง เราวาดด้วยความรักและความคิดถึง มีความสุขในการวาด และอยากสื่อสารว่าท่านอยู่กับเราเสมอตลอดเวลา”

“พี่ที่รู้จักกันคนหนึ่งตั้งชื่อนิทรรศการให้ว่า “ในหลวงในความคิดถึง” เรารู้สึกว่าชื่อนี้…ใช่เลยนะ เรารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ คือคิดถึงท่าน และคิดเสมอว่าจะบอกคนอื่นยังไงดีนะว่าเราไม่ต้องเศร้าเกินไป

“เราเรียนรู้จากการจากไปของพระองค์ว่า นี่คือธรรมชาติของชีวิต ที่วันหนึ่งมีเกิดขึ้นแล้วก็มีจากไป ดอกไม้ก็สอนเราเช่นนั้นเหมือนกัน”

ทุกวันนี้มาโนชก็ยังคงวาดภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 อยู่เสมอ แต่เป็นภาพที่มีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูลปรากฏอยู่ด้วยในภาพเดียวกัน ซึ่งอาจมีโอกาสจัดทำเป็นปฏิทินในปีที่จะถึงนี้  ส่วนนิทรรศการ “ในหลวงในความคิดถึง” ที่เคยจัดแสดงไปแล้วที่กรุงเทพฯ ได้นำมาจัดแสดงอีกครั้งเพื่อเป็นการถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่ร้านเล่า ถ.นิมมานเหมินทร์ จ.เชียงใหม่ตลอดเดือนตุลาคม 2560 นี้  มีภาพรีปริ้นท์จำหน่ายโดยรายได้ส่วนหนึ่งจะสมทบทุนให้โรงพยาบาลศิริราชด้วย

“ทุกวันนี้ทำงานวันต่อวัน อยากวาดดอกไม้ก็วาด อยากวาดในหลวงก็วาดแล้วเอาภาพลงเฟสบุ้ค ได้ตอบความต้องการของตัวเอง แล้วแบ่งปันความสุขให้คนอื่นด้วย  ‘สุขที่แท้-อยู่ที่-เดี๋ยวนี้’ (เปิดอ่านจากหนังสือ)  ชีวิตเป็นแบบนั้นจริงๆ อยู่กับปัจจุบันขณะ  ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านทรงเป็นแบบอย่างเรื่องความเพียร เป็นความเพียรที่ยั่งยืน เราวาดรูปเราก็ต้องใช้ความเพียร วาดยังไงให้ดี ชิ้นเล็กก็สมบูรณ์ได้ ชิ้นใหญ่ก็สมบูรณ์ได้

“ความเพียรจะทำให้สิ่งที่เราตั้งใจไว้ สำเร็จลุล่วงไปได้อย่างดีที่สุดตามที่เราตั้งใจไว้” ศิลปินสีน้ำกล่าวทิ้งท้ายไว้เช่นนั้น

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
FB: Manoth Kitticheewan
FB: ร้านเล่า