ทาน (TAAN) ร้านอาหารออร์แกนิกที่กินอะไรก็ได้ จ่ายเท่าไหร่ก็ได้ หรือจะทำเองก็ไม่ว่า

ในบรรดาร้านอาหารออร์แกนิกที่ผุดขึ้นมากมาย ณ ตอนนี้ ราคาของแต่ละจานดูจะเป็นข้อแม้หลักที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถเดินเข้าไปสั่งเมนูอาหารปลอดภัยกินกันได้ทุกวัน หรืออาหารสดอินทรีย์ในซูเปอร์มาเก็ตก็ใช่ว่าจะราคาถูก ปัญหาทำนองนี้คือจุดตั้งต้นของ ‘ทาน’ (TAAN) ร้านคาเฟ่ออร์แกนิกคอนเซ็ปต์น่าสนใจที่ท้าทายทุกคัมภีร์การตลาด ด้วยการนำเสนอจุดขายเอาใจคนกินแบบสุดๆ ชนิดว่าจะกินอะไรก็ได้ จ่ายเท่าไหร่ก็แล้วแต่ หรือจะปรุงเองก็ได้หมด!

คอนเซ็ปต์คือให้ ‘ทาน’

​คาเฟ่สีขาวสบายตาในเมืองทองธานีแห่งนี้มีชื่อว่า ‘ทาน’ ภายในตกแต่งด้วยสิ่งละอันพันละน้อยน่ารักไม่ต่างจากร้านอาหารย่านสีลมหรืออารีย์ที่เราคุ้นตากัน ทว่าสิ่งที่ทำให้มันต่างอย่างยิ่งคือคอนเซ็ปต์ของร้านที่ตรงตามชื่อ คือมีทั้งของให้เลือกรับประทานและชวนกันมาทำทาน ผ่านโมเดล Organic Sharing ซึ่งนับว่าใหม่มากสำหรับวงการอาหารสะอาดในประเทศไทย เพราะอ่านปัญหาขาดว่า เหตุที่คนส่วนมากไม่สามารถกินอาหารสด สะอาด ปลอดภัย ได้ทุกมื้อเป็นเพราะราคาของอาหารอินทรีย์เหล่านี้สูงมากเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ แถมการทำอาหารกินเองในครัวเรือนยังขัดกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เสียอีก

​โมเดลดังกล่าวคือการสร้างพื้นที่กลางอย่างร้านอาหารนี้ขึ้นมา และเรียกมันว่า ‘ครัวกลางของชุมชน’

ครัวกลางของชุมชน

​หน้าที่ของครัวกลางเริ่มตั้งแต่การเป็นร้านอาหารออร์แกนิกแสนอร่อยที่มีเมนูหลากหลายให้เลือกลอง ซึ่งมีความพิเศษอยู่ตรงในใบแจ้งเมนูที่ระบุราคาของ ‘ต้นทุนวัตถุดิบ’ พร้อมเขียนบอกเล่าถึงแหล่งที่มาไว้อย่างชัดเจน ผู้รับบริการสามารถ customize เมนูอาหารเองได้อย่างอิสระผ่านการเลือกวัตถุดิบและเลือกวิธีปรุงที่ถูกใจ เช่น เลือกเต้าหู้ออร์แกนิกส่งตรงจากเชียงใหม่ มาปรุงเป็นเต้าหู้ทอดเกลือ เต้าหู้เปรี้ยวหวาน จานตรึงใจของเราคือเต้าหู้ทอดซอสมะขาม ด้วยเนื้อสัมผัสของเต้าหู้ที่หนึบแต่ไม่เละนั้นเข้ากันดีกับซอสมะขามรสเปรี้ยวหวานที่แม่ครัวลงมือเคี่ยวใหม่ทุกจาน

ถ้าใครเป็นสายเนื้อ คอหมูอินทรีย์ย่างเตาถ่านรสเข้มข้นติดกลิ่นควันจางๆ นั่นก็อร่อยล้ำไม่แพ้ร้านคอหมูย่างเจ้าดัง ส่วนเครื่องดื่มทางร้านก็ใส่ใจลงไปจนเต็ม ไม่ว่าจะน้ำตะไคร้เย็นฉ่ำที่ทุบก้านตะไคร้วางไว้ก้นแก้ว ให้เราได้สัมผัสตะไคร้หอมๆ เต็มรสทุกอึก หรือจะน้ำมะตูม อัญชัน ก็มีให้เลือกลอง แต่ถ้าพ่อครัวแม่ครัวคนไหนอยากครีเอทเมนูเองก็ได้เช่นกัน

​พิเศษกว่านั้นตรงเมื่อทานเสร็จผู้รับบริการสามารถกดเครื่องคิดเลขคำนวนราคาอาหารเองได้ โดยใช้ต้นทุนวัตถุดิบเป็นฐาน เช่น เต้าหู้ออร์แกนิกต้นทุน 30 บาทต่อจาน ปรุงด้วยวิธีทอดซอสมะขามซึ่งมีค่าใช้จ่าย 20 บาท ต้นทุนจานนี้ก็เท่ากับ 50 บาท หมายความว่าผู้รับบริการจะต้องจ่ายขั้นต่ำ 50 บาทหรือมากกว่า แต่จะมากกว่าเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับการให้คุณค่าของแต่ละคน ซึ่งทางร้านบอกว่าไม่ซีเรียส เพราะเมื่อมีคนจ่ายน้อยก็ต้องมีคนจ่ายมาก ถัวเฉลี่ยแล้วจึงไม่ขาดทุนอะไร

อาหารปลอดภัยต้องเข้าถึงง่าย และกินได้บ่อยๆ

​นอกจากจะทำให้คนเข้าถึงอาหารปลอดภัยแบบง่ายๆ โมเดลครัวชุมชนแห่งนี้ยังทำงานกับอีกหลายเครือข่ายอาหารอินทรีย์ เป็นการสร้างตลาดให้กับเกษตรกรผู้ผลิตอาหารอินทรีย์ท้องถิ่น (แบบที่ไม่ใช่ระบบออร์แกนิกซึ่งผลิตครั้งละมากๆ โดยบริษัทอาหารรายใหญ่ ทำให้บางครั้งวัตถุดิบอาจไม่ได้คุณภาพ) เป็นพื้นที่ช่วยกระจายสินค้า ช่วยโปรโมต และช่วยให้ผู้บริโภคเห็น ‘ต้นทุน’ ของวัตถุดิบว่าจริงๆ แล้วไม่ได้สูงอย่างที่คิดหากเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางหรือร้านอาหารเจ้าดัง

​เป็นวิธีเชื่อมคนปลูก คนปรุง และคนกินเข้าหากันผ่านร้านอาหาร นอกจากนั้นภายในร้านยังมีโซนขายสินค้าออร์แกนิกน่ารักจุบจิบไว้ให้คนมาทานเลือกหยิบลงตะกร้า ไล่มาตั้งแต่แยม ซอสถั่วเหลือง น้ำผึ้ง น้ำตาล จนถึงจานชามก็มีให้เลือกซื้อ

ออร์แกนิกยังไม่ใช่จุดหมาย เพราะร้านนี้มาสาย Real Food

​นอกจากคอนเซ็ปต์ Organic Sharing อันน่าสนใจ เป้าหมายระยะไกลของร้านทานก็น่าติดตามไม่แพ้กัน ด้วยอยากสร้างสังคมอาหารแบบ Real food ให้แพร่หลายทั่วประเทศไทย รูปแบบอาหารที่อธิบายได้อย่างรวบรัดว่า ‘The food that what your grandma call it food’ หรืออาหารธรรมชาติในยุคที่คุณปู่คุณย่ายังเด็ก เป็นอาหารที่ดีตั้งแต่วัตถุดิบ วิธีปรุงอย่างมีรายละเอียด ลงลึกอย่างกูรูเรื่องอาหาร (เช่นน้ำมันมะกอกดีก็จริง แต่ถ้านำมาปรุงด้วยความร้อนสูงก็อาจเกิดสารพิษได้) เป็นอาหารที่ปลอดภัยในทุกมิติ ต่างจากอาหารออร์แกนิกในท้องตลาดปัจจุบันที่เพียงมีสัดส่วนความปลอดภัยตามมาตรฐานก็ได้ตรารับรองไปครอง ไม่ได้เป็นอาหารปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นอย่างที่หลายคนเข้าใจ

​นอกจากอาหารแสนอร่อย ของขายน่ารัก และบรรยากาศชวนรื่นรมย์ ร้านทานยังวางตัวเองเป็นศูนย์กระจายข้อมูลเรื่องอาหารปลอดภัยแบบสายแข็ง ใครอยากรู้เรื่องอะไรสามารถติดต่อสอบถามได้ไม่ต้องเกรงใจ เพราะมีผู้รู้ที่คร่ำหวอดในวงการอาหารพร้อมให้ข้อมูลแบบลงรายละเอียด หรืออยากนำโมเดล Organic Sharing ไปต่อยอดในชุมชนตัวเองก็ไม่หวงกัน!

ภาพถ่าย: ร้าน TAAN