Ubud Food Festival 2017 เทศกาลอาหารอันสุดแสนรุ่มรวย ณ เมืองอูบุด ปลายทางของคนรักอาหาร

หลายคนอาจคุ้นหูกับชื่อบาหลี แต่ถ้าพูดถึงเมืองอูบุด (Ubud) อาจนิ่วหน้านึกไม่ออกว่าเมืองนี้ซ่อนตัวอยู่ตรงไหนในบาหลี แล้วทำไมถึงได้รับเลือกเป็นสถานที่จัดเทศกาลอาหารระดับโลกอย่าง Ubud Food Festival ติดกันมานานถึง 3 ปี?

ต้องบอกก่อนว่าชื่อ Ubud แปลตรงตัวตามภาษาถิ่นว่า ‘ยา’ เพราะละแวกโดยรอบอุดมด้วยสมุนไพรหายากนานาชนิด ขนาดมีบันทึกไว้ว่ากษัตริย์อินโดนีเซียในอดีตนิยมมาพักรักษาอาการป่วยไข้กันที่เมืองนี้ ด้วยมียาดี อากาศสะอาด และสำคัญคือมีอาหารหลากหลายให้เลือกลอง เพราะเมืองนี้ตั้งอยู่บนเทือกเขาชอุ่มที่ลาดลงสู่ทะเล วัตถุดิบที่แวดล้อมจึงมีเอกลักษณ์พิเศษทั้งในแง่รสชาติและเรื่องราวของแหล่งผลิต

เมืองไอคอนแห่งการอยู่ดีกินดี  

​ในที่สุด Ubud ก็กลายเป็นปลายทางของคนรักอาหาร ถึงขนาดเป็นหนึ่งในเช็คลิสต์ของนางเอกในหนังน่ารัก Eat Pray Love ซึ่งช่วยกระจายชื่อเสียงของ Ubud ในฐานะเมืองแห่งความรุ่มรวยเรื่องรสชาติและอารยธรรมไปทั่วโลก นั่นเร้าให้ Janet De Neefe นักเขียนและเจ้าของร้านอาหารชาวออสเตรเลียผู้ใช้ชีวิตใน Ubud มานานถึง 30 ปี คิดอยากทำอะไรสักอย่างเพื่อส่งต่อความรื่นรมย์ที่เธอหลงรักออกสู่วงกว้าง

​กระทั่งในปี 2015 เธอก็ทำมันสำเร็จ ผ่านงานเทศกาลอาหารที่ทั้งเข้มข้น หลากหลาย และรุ่มรวยไม่เป็นสอง อย่าง Ubud Food Festival 2015 ความสำเร็จของเทศกาลในครั้งนั้นต่อยอดให้เกิดครั้งที่สอง และสามตามมาในปีนี้ ผ่านธีมงานแต่ละปีที่ดึงเอาศักยภาพของอาหารท้องถิ่นออกมานำเสนอในแง่มุมที่แตกต่างกัน

กลับมาอีกครั้งพร้อมเรื่องเล่าหลากหลายผ่านรสอาหาร  

​Ubud Food Festival 2017 ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 พฤษภาคมนี้ มาพร้อมวลี Every flavor is a story หรือทุกรสชาติมีเรื่องราว ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ทั้งเวิร์กช็อปปรุงอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่นละแวกนั้นด้วยฝีมือของนักปรุงจากทั่วโลกที่มารวมตัวกันในงาน รวมถึงโอกาสพบปะพูดคุยกับศิลปินและพ่อครัวแม่ครัวท้องถิ่นที่จะพาผู้ร่วมงานสัมผัสถึงแก่นของรสชาติอาหารแต่ละจานแบบลงลึกตลอดสามวัน

​นอกจากอาหารละลานตาและบรรยากาศแบบท้องถิ่นอินโดฯ ขนานแท้ ความพีคของงานยังอยู่ตรงเซสชั่นต่างๆ ที่อัดแน่นตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ด้วยเป้าหมายอยากบอกเล่าสถานการณ์อาหารท้องถิ่น และความมั่นคงทางอาหารของโลกในอนาคต อย่างเซสชั่นประจำวันสุดเนิร์ด ‘Think, Talk, Taste’ ที่เรียกรวมเบอร์ใหญ่ของวงการอาหารมาขึ้นเวที ไม่ว่าจะหัวข้อ The Coconut Craze โดย Ben Ripple เจ้าของบริษัทพัฒนาการเกษตรเพื่อสังคม Big Tree Farms ที่จะมาเล่าเรื่องมะพร้าวผ่านเมนูท้องถิ่นแสนอร่อย และข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์เครซี่มะพร้าวของชาวตะวันตกที่กำลังจะทำให้มะพร้าวหมดเกาะอินโดนีเซีย หรือเซสชั่น Master Class ที่เลือกหยิบหัวข้อแสนสนุกมาให้ผู้ร่วมงานชิมไปคุยไปตลอดทั้งวัน อย่าง Heavenly Aromas Blind Chocolate Tasting เวิร์กช็อปชิมช็อกโกแล็ตจากนานาแหล่งปลูก เพื่อทำความเข้าใจรสขมปร่าที่เกี่ยวโยงกับความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติให้มากกว่าเดิม

​ถ้าไม่นับเรื่องเข้มๆ ที่เทศกาลอยากสื่อสาร ใครแค่รู้สึกอยากชิลล์กับอาหารก็ได้ด้วยเหมือนกัน เพราะในงานจะมีส่วน Free Event ที่มีเมนูอาหารหลากรสเรียงรายให้เลือกลอง รวมถึงโซนขายหนังสือเกี่ยวกับอาหาร หรือตลาดขายวัตถุดิบท้องถิ่นหากินยาก ทั้งหมดนี้ถูกคัดสรรมาแล้วว่างดงามตามคอนเซ็ปต์ที่อยากให้ทุกคนอยู่ดีกินดี

​“มันไม่ใช่แค่เรื่องที่อาหารอยากสื่อสารกับเรา แต่ยังรวมถึงเรื่องที่เราอยากสื่อสารผ่านอาหารด้วย”

แม่งานอย่างเจเน็ตบอกแบบนั้น และนั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมความหลากหลายทางรสชาติถึงเป็นเรื่องน่าสนุก!

​ที่มาภาพ: www.ubudfoodfestival.com