ปัญหาโลกร้อนยังคงอยู่ในสถานการณ์ขั้นวิกฤติ ยิ่งไปกว่านั้นมันเริ่มส่งผลกระทบมาถึงมนุษย์ทุกคนโดยตรงอย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่าที่คิด ความสุ่มเสี่ยงนี้ทำให้ทั่วโลกเริ่มตะหนักถึงปัญหาที่กำลังเพิ่มระดับอันตรายมากขึ้นเรื่อยซึ่งนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดกิจกรรม Climate Action Week สัปดาห์แห่งการกระตุ้นและชักชวนมาร่วมมือกันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

จากลอนดอนสู่กรุงเทพฯ และกระจายต่อไปอีกหลายเมืองมากมาย กิจกรรมดี ๆ นี้กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนโลกให้ก้าวไปอย่างมั่นคงและยั่งยืนยิ่งขึ้น เมื่อปีที่แล้วเราได้สัมผัสกับ Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) เป็นครั้งแรกในเมืองไทยมาแล้ว ความสำเร็จนี้ยังคงส่งต่อและสืบสานสู่การจัดเทศกาลในปีนี้ด้วย โอกาสนี้เราเลยชวน คุณลีโอ ฮอร์น-พัธโนทัย (Leo Horn-Phathanothai) ผู้ก่อตั้งและอำนวยการจัดงาน Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) 2026 มานั่งพูดคุยอัพเดทถึงเทศกาลในปีนี้ รวมถึงแลกเปลี่ยนมุมมองต่าง ๆ ตลอดจนเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

วิกฤตและการรับมือ
เราเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการถามถึงสถานการณ์ Climate Change ในโซนกรุงเทพฯ ตลอดจนปัญหาอะไรที่กำลังวิกฤตและต้องแก้ไขเร่งด่วน มุมมองที่แชร์กลับมานั้นน่าสนใจทีเดียว “อันที่จริงแล้วปัญหา Climate Change มันไม่ได้เป็นของเมืองใดเมืองหนึ่งเสมอไป โอเคว่าต้นตอของปัญหามันอาจจะเกิดจากแหล่งหนึ่งแต่พอมันกลายเป็นผลกระทบมันจะเกิดขึ้นไปทั่วโดยไม่เลือกพื้นที่ไหนหรือเขตแดนไหน เราจึงต้องใส่ใจร่วมกันครับ สำหรับกรุงเทพฯ เองมีปัญหามากมายเช่นกัน ทั้งเรื่องมลพิษทางอากาศไปจนถึงเรื่องน้ำท่วม มันกระทบถึงกันไปหมด” หากถามว่าเรื่องไหนวิกฤตกว่ากัน ความจริงแล้วมันวิกฤตในทุกเรื่องแล้วก็เป็นปัญหาที่เชื่อมโยงและส่งผลกระทบต่อกัน และถ้าเป็นไปได้ก็ควรใส่ใจในทุกวิกฤต

นอกจากร่วมมือกันหาทางแก้ไขวิกฤตแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญก็คือการเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นด้วย ไม่ใช่รอให้ปัญหามันเกิดขึ้นก่อนแล้วพอถึงเวลานั้นกลับทำอะไรไม่เป็นหรือเตรียมตัวไม่ทัน “ผมว่ายุคนี้เราค่อนข้างรับรู้ถึงปัญหากันพอสมควร แต่สิ่งที่เราให้ความสนใจน้อยกว่าก็คือประเด็นของ Resilience Adaptation หรือความยืดหยุ่นในการปรับตัวรับสถานการณ์ แนวโน้มของผลกระทบมันจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างแน่นอน สถานการณ์ในตอนนี้บางทีอาจจะแก้ปัญหาไม่ทันแล้ว แต่สิ่งที่เราควรทำคือการเตรียมรับมือมากกว่า วางแผนรองรับไว้หลากหลายรูปแบบ ยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนจามสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นที่คาดเดาไม่ได้ เราควรฝึกการรับมือให้ดีกว่านี้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ที่เพิ่งเกิดขึ้น มันทำให้เราเห็นได้ชัดเลยว่าประเทศของเรายังขาดการเตรียมตัวรับมือและจัดการที่ดี นับจากนี้ไปภัยมันจะเกิดขึ้นบ่อยแน่ ๆ ฉะนั้นเราต้องรีบเตรียมพร้อมแล้ว ทั้งในส่วนของเครื่องมือต่าง ๆ วิธีช่วยเหลือต่าง ๆ ไปจนถึงประชาชนทุกคนที่ต้องให้ความรู้และตระหนักในการรับมือให้ถูกวิธี” นั่นเป็นสิ่งที่คุณลีโออยากฝากไว้ถึงคนไทย

ผลกระทบจากวิกฤตโลกร้อนเริ่มเห็นผลชัดเจนมากขึ้นทุกวันและส่งผลมากขึ้นเรื่อย ตัวชี้วัดหนึ่งที่เราสังเกตได้ง่ายที่สุดก็คือการเกิดขึ้นของคำศัพท์ใหม่ ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับสภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งในระดับศัพท์ทางวิชาการไปจนถึงคำพูดปกติในสังคม ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือการที่กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ออกมาประกาศเพิ่มชื่อเรียกใหม่อย่างเป็นทางการสำหรับนิยามถึงสภาพอากาศในวันที่อุณหภูมิพุ่งสูงตั้งแต่ 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป โดยใช้คำว่า 酷暑日 (คก-โชะ-บิ) ที่แปลว่า วันที่อากาศร้อนจัดอย่างแสนสาหัส หรือ ร้อนอย่างทรมาน เพื่อบรรยายถึงสภาพแดดแผดเผาและอุณหภูมิเพิ่มขึ้นสูงจนเป็นภัยต่อมนุษย์อย่างที่ญี่ปุ่นไม่เคยเจอหรือคุ้นเคยมาก่อนนั่นเอง ตัวอย่างนี้ยิ่งทำให้เห็นว่าเรื่องโลกร้อนนั้นเข้ามาประชิดตัวกว่าที่คิดแล้ว

หนึ่งเครื่องมือการขับเคลื่อนที่เป็นพลังสำคัญ
เทศกาล Climate Action Week กลายจึงกลายมาเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ผู้คนหันมาสนใจตระหนักในภัยใกล้ตัวนี้กันมากขึ้น ซึ่งกิจกรรมภายในเทศกาลนี้จะมาในหลากหลายรูปแบบให้ผู้คนได้เลือกรับรู้และซึมซับข้อมูลตามความต้องการที่ต่างกันไป หลายเมืองใหญ่กำลังตื่นตัวและจัดกิจกรรมนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับท้องถิ่นของตนเอง รวมถึงกรุงเทพฯ ที่ก่อตั้งเทศกาลนี้ขึ้นประจำเมืองของตนเองเพื่อช่วยขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้มีพลัง

“เทศกาลนี้เริ่มต้นขึ้นที่ลอนดอนก่อนครับ ตอนนั้นผมทำงานอยู่ที่นั่นและได้มีโอกาสร่วมทำ London Climate Action Week ด้วย จากนั้นก็เลยอยากให้เกิดขึ้นที่เมืองไทยบ้างผมก็เลยขยายเครือข่ายมาเริ่มต้นที่กรุงเทพฯ จนเกิดเป็น Bangkok Climate Action Week ขึ้น แล้วตอนนี้ก็เริ่มมีหลายเมืองเป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรมนี้เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน แล้วด้วยความที่กรุงเทพฯ เป็นฮับสำคัญของหลาย ๆ เรื่อง และเป็นโซนเปราะบางเรื่อง Climate Change ด้วย เมืองของเราก็เลยเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ด้วย” คุณลีโอเล่าถึงที่ไปที่มาและความสำคัญของเทศกาล

สิ่งที่ควรตระหนักกันมากขึ้นคือเรื่อง
ความยืดหยุ่นในการปรับตัวรับสถานการณ์ (Resilience Adaptation)
ตอนนี้เราเริ่มเห็นภาพวิกฤตชัดขึ้น ภัยพิบัติเริ่มใกล้ตัวมากขึ้น
แต่เรายังไม่เห็นความพร้อมในรับมือกับมันเลย

ก่อนอื่นคงต้องขอปูพื้นความรู้กันเบื้องต้นก่อนว่า Bangkok Climate Action Week นี้ก็คืองานสัปดาห์การขับเคลื่อนด้านสภาพภูมิอากาศกรุงเทพฯ ที่เกิดการรวมตัวกันของคนที่สนใจตลอดจนทำกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ (ทั้งกลุ่มอิสระไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่) หลากหลายรูปแบบเพื่อร่วมกันจุดพลังให้พลเมืองมาร่วมกันตระหนักถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, สภาวะโลกร้อน, ตลอดจนสิ่งแวดล้อม, เพื่อร่วมกันสร้างการรับรู้ เปลี่ยน แปลงแก้ไข รับมือ และร่วมสร้างอนาคตที่สดใสและยั่งยืน โดยกิจกรรมนี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องกันเป็นสัปดาห์ในหลายจุดทั่วกรุงเทพฯ และจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

ความพิเศษที่มาพร้อมวาระพิเศษ
สำหรับ Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) 2026 นี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-11 ตุลาคม 2569 แล้ววาระพิเศษในปีนี้ก็คือตรงกับช่วงเวลาที่ประเทศไทยเราเป็นเจ้าภาพ ‘การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 International Monetary Fund (IMF) – World Bank Group Annual Meetings)’ ด้วย นั่นเลยเป็นที่ไปที่มาของธีมเทศกาลปีนี้ด้วยเช่นกัน

“เนื่องในโอกาสพิเศษนี้เราเลยกำหนดทิศทางหลักของเทศกาลเพื่อให้สอดคล้องกัน ปีนี้เราเลยจะเน้นเรื่องราวของเศรษฐกิจเข้าไปได้ เพราะเรารู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นต้นเหตุสำคัญหนึ่งของปัญหา Climate Change ของโลกเลย แล้วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรานี้ก็เป็นพื้นที่ที่เปราะบางที่สุดแห่งหนึ่งที่จะได้รับผลกระทบหนักจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกด้วย ภูมิภาคนี้มีส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกแต่ว่าพื้นที่ในแถบนี้ก็กลับได้รับความใส่ใจดูและให้ความสำคัญน้อยในเรื่องนี้ ปีนี้เราเลยคิดว่าเป็นจุดสำคัญที่เราจะร่วมสร้างฉันทามติเกี่ยวกับเศรษฐกิจแนวทางใหม่ที่ดีต่อโลกยิ่งขึ้น” คุณลีโอให้ข้อมูลถึงธีมพิเศษครั้งนี้ พร้อมใช้เวที BKKCAW2026 เป็นกระบอกเสียงสำคัญในการขับเคลื่อนไปพร้อมกันด้วย

วาระพิเศษนี้กลายมาเป็นจุดกำเนิดของธีมงาน We Shape Our Future หรือ เราลิขิต – เสกสรรเศรษฐกิจ ร่วมลิขิตฟ้าใหม่ เพื่อต้องการเน้นย้ำว่าการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศต้องเดินควบคู่ไปกับการออกแบบและบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ และต้องการปลูกฝังแนวคิดนี้กับทุกคนด้วยว่าอนาคตด้านสภาพภูมิอากาศและเศรษฐกิจของเรานั้นจะยั่งยืนหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับทางเลือกที่เราตัดสินใจในวันนี้

ไฮไลท์ใน BKKCAW2026
เทศกาลในปีนี้มีกิจกรรมน่าสนใจมากมายหลากหลายรูปแบบเช่นเคย ทว่าไฮไลท์โดดเด่นที่สุดอันเนื่องมาจากวาระพิเศษครั้งนี้ก็คือการร่วมมือกับมูลนิธิ The Rockefeller Foundation จัดเวทีอภิปรายในหัวข้อ New Asia Rising Climate Economy Forum ขึ้นเพื่อนำเสนอหัวข้อในการเสวนาถึงสถานะใหม่ของเอเชียในฐานะเป็นกุญแจสำคัญแห่งการขับเคลื่อน Green Economy Transformation (การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว) ตลอดจนสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนและสร้างโอกาสใหม่ที่ดีต่อโลกยิ่งกว่าเดิม

“โอกาสที่สองกิจกรรมใหญ่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาเดียวกันมันค่อนข้างยากครับ ผมก็เลยอยากใช้โอกาสสำคัญนี้เพื่อสร้างความร่วมมือเกี่ยวโยงกันในการใช้พลังของเทศกาล Bangkok Climate Action Week เป็นกระบอกเสียงส่งไปถึงยังเหล่าบุคคลที่มีอำนาจในการตัดสินใจด้านเศรษฐกิจของโลกได้ให้ร่วมตระหนักให้มากขึ้น กระตุ้นให้ทุกฝ่ายหันมาร่วมกันแก้ปัญหาพร้อมเตรียมรับมือ และอยากร่วมเสนอทางเลือกที่จะทำให้โลกนี้ดียิ่งขึ้น เพราะอนาคตของเราเราเลือกได้ เราเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่วันนี้ครับ” คุณลีโอกล่าวเสริมถึงเวทีพิเศษที่จะเกิดขึ้นในปีนี้

นอกจากนี้ก็ยังมีไฮไลท์เด่นอีกหลายกิจกรรม อาทิ การจัด Climate Action Cup การแข่งขันฟุตบอลเพื่อเป็นกระบอกเสียงขับเคลื่อนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก รวมถึงการเปิดเวที Sustainable Fashion Week ที่ได้รับความร่วมมือจากทาง College of Fashion and Design of Donghua University สถาบันชั้นนำด้านแฟชั่นและการออกแบบแห่งเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน มาร่วมส่งเสริมวิถีแฟชั่นเพื่อความยั่งยืนและทิศทางของอุตสาหกรรมแฟชั่นแห่งอนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย

เปิดรับสมัครผู้ร่วมสร้างอนาคต
นอกจากกิจกรรมหลักแล้วก็ยังมีกิจกรรมย่อยอีกมากมายที่เป็นหัวใจสำคัญของเทศกาล Bangkok Climate Action Week ในทุกครั้ง แล้วอีกหนึ่งวัตถุประสงค์หลักของการจัดงานนี้ก็คือการเป็นตัวกลางประสานงานความร่วมมือและร่วมสนับสนุนให้เกิดการรวมพลังกันขับเคลื่อนเรื่องนี้ ในทุกครั้งเทศกาลนี้จึงเปิดพื้นที่ให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมเข้ามาจัดกิจกรรมเปลี่ยนแปลงโลกไปด้วยกัน โดยผู้ที่สนใจสามารถส่งโครงการหรือกิจกรรมของตนมาร่วมคัดเลือกเพื่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลในปีนี้ได้

เราอยากชวนทุกคนที่มีความหวัง
มีไอเดีย มีความสนใจในปัญหานี้
และอยากเปลี่ยนแปลงให้มันดีขึ้น
มาร่วมขับเคลื่อนและลงมือทำด้วยกัน

“เราอยากชวนทุกคนที่มีความหวัง มีไอเดีย มีความสนใจในปัญหานี้และอยากเปลี่ยนแปลงให้มันดีขึ้น ตรงนี้เราสร้างพื้นที่เพื่อให้ทุกคนมารวมพลังกัน ร่วมกันเป็นกระบอกเสียง ร่วมกันจัดกิจกรรม ร่วมกันทดลองอะไรใหม่ ๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น หรืออยากสร้างสรรค์อะไรเพื่อให้โลกเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีกว่าเดิม เราเปิดรับทุกอย่างโดยไม่มีข้อจำกัดใด ๆ ครับ เราแค่อยากให้คุณมารวมพลังและส่งต่อสิ่งดีให้กับคนอื่นร่วมกัน” คุณลีโอกล่าวเชิญชวนทุกคนให้มาร่วมสร้างอนาคตที่ดีร่วมกัน เพราะอนาคตจะเป็นอย่างไรก็อยู่ที่มือของพวกเราทุกคนเช่นกัน

กิจกรรมที่สามารถเข้าร่วมในเทศกาล Bangkok Climate Action Week นี้ได้นั้นไม่มีการกำหนดรูปแบบตายตัว หรือมีฟอร์แมทบังคับใด ๆ จะเป็นเวิร์กช็อป, ทำ market, จัดแสดงนิทรรศการศิลปะ, จัดทอล์กโชว์, หรือรูปแบบอื่น ๆ อีกมากมายซึ่งสามารถสร้างสรรค์ไอเดียได้แบบเปิดกว้างไม่มีกรอบจำกัด โดยผู้ที่สนใจสมัครเป็น “พันธมิตรด้านโปรแกรม” สามารถนำเสนอกิจกรรมเพื่อเข้ารับการคัดเลือกได้เลยตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 พ.ค. 2569 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bangkokclimateactionweek.org

ทิศทางและอนาคตที่มีความหวัง
ทุกวันนี้โลกเราหันมาใส่ใจร่วมมือกันแก้ปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนี้กันมากขึ้น (และจริงจังขึ้น) ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเรื่องไกลตัวเมื่อก่อนกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวในวันนี้ไปเสียแล้ว ปัญหาที่หลายคนคิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับเจนเนอเรชันในอนาคตกลายเป็นวิกฤตฉับพลันที่มาเร็วจนทันยุคนี้อย่างเกิดความคาดหมาย จากที่เคยนิ่งเฉยจึงต้องเริ่มต้นขยับ และปรับตัวตามให้ทัน

“อันที่จริงแล้วเป้าหมายอย่างหนึ่งของ Bangkok Climate Action Week คือเราอยากจะปรับเปลี่ยนการเล่าเรื่อง (Narrative) ใหม่ ตลอดจนปรับทัศนคติในเรื่องนี้กันใหม่ จากเมื่อก่อนที่เคยบอกว่ามันเป็นปัญหาใหญ่ เป็นวิกฤตร้ายแรงที่เราต้องรีบแก้ไข ทำให้มันเลยกลายเป็นความเครียดสะสมของมนุษย์ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จากตระหนักก็เริ่มกังวลและเมื่อมันมากเกินไปอาจกลายเป็นความท้อแท้ในการรับมือได้ในที่สุด เราอยากมาชวนปรับความคิดใหม่ให้คิดว่านี่เป็นเรื่องของภัยธรรมชาติที่มันจะต้องเกิดขึ้นเสมอ ตอนนี้ควรเตรียมรับมือกับมันไว้ให้ดี เดี๋ยวมันมาแล้วมันก็จะผ่านไปเหมือนทุกครั้ง

หากมองเรื่อง Climate Change เป็นวิกฤตร้ายแรง เราอาจเครียด วิตก และกลายเป็นท้อกับการเผชิญปัญหา ลองเปลี่ยนมุมมองใหม่ดูว่า
เราอยากได้อนาคตที่น่าอยู่ไหม แล้วชวนกันมาสร้างอนาคตแบบนั้นที่เราอยากให้เป็น เราอาจจะมีความหวังในการรับมือและแก้ปัญหามากขึ้น
อนาคตจะเป็นอย่างไร เราทุกคนเลือกได้ตั้งแต่วันนี้

อีกด้านผมเชื่อว่าเราทุกคนอยากมีอนาคตที่ดี อยู่ในสังคมที่เฮลท์ตี้ อยู่บนโลกที่อากาศสดใสหายใจสะดวก อยู่บนโลกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อยู่บนวิถียั่งยืนที่แท้จริง ซึ่งมันจะดีกับทุกฝ่าย แล้วอนาคตเหล่านี้เราสามารถเลือกได้ เราทุกคนช่วยกันร่วมมือกันสร้างได้ ลองมองว่า Climate Change คือสัญญาณเตือนที่มาบอกเราล่วงหน้า ว่าถ้าอยากได้อนาคตที่ดีเราทุกคนต้องสร้างขึ้นมาเองนะ และวิธีสร้างมันก็คือการรับผิดชอบต่อโลกให้มากขึ้น อนาคตจะไปในทิศทางไหนเราเลือกได้ เราเองที่เป็นคนกำหนดมัน แทนที่จะทำให้ทุกคนกลัวกับปัญหา แต่อยากชวนทุกคนให้มาสร้างอนาคตที่ดีร่วมกันดีกว่า” คุณลีโอทิ้งท้ายไว้อย่างน่าประทับใจทีเดียว

ย้อนกลับมาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับเศรษฐกิจอีกครั้ง หนึ่งในการขับเคลื่อนที่สร้างแรงกระเพื่อมได้ดีก็คือแนวทางปฏิบัติเรื่อง SDGs หรือ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) นั่นเอง โดยเป้าหมายนี้ใช้ให้เห็นความสำคัญว่าสิ่งแวดล้อมคือหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน หากเราพัฒนาเศรษฐกิจที่ทำลายสิ่งแวดล้อมเราก็จะได้รับสิ่งแวดล้อมที่เลวร้ายกลับมาเช่นกัน ฉะนั้นสองสิ่งนี้ควรพัฒนาร่วมกันและไปด้วยกันในทิศทางเดียวกัน เพราะนี่คือกุญแจสำคัญของวิถียั่งยืนที่เราต้องการนั่นเอง

ติดตามความเคลื่อนไหวของ Bangkok Climate Action Week ได้ที่
Website: www.bangkokclimateactionweek.org
Facebook: www.facebook.com/bkkcaw
Instagram: www.instagram.com/bangkokclimateactionweek