กนกพร ดิษฐกระจันทร์ เปลี่ยนความคิดคนให้ทำเกษตรอินทรีย์ ยากกว่ารับมือกับลมฟ้าอากาศ


“เราหันมาปลูกข้าวแบบเกษตรอินทรีย์ เพราะเริ่มจากการเห็นชาวบ้านเป็นหนี้เยอะ ช่วงนั้นคือปี 2549 ชาวบ้านปลูกข้าวขายแทบตาย แต่ก็เหลือเงินไม่พอใช้ ข้าวไร่หนึ่งมีต้นทุนเกือบ 5,000 บาท เพราะต้นทุนมันเกิดขึ้นจากการต้องไปซื้อพันธุ์ข้าว ใช้กับปุ๋ย ยาฆ่าแมลง คือเคมีทั้งนั้น แล้วตอนนั้นขายข้าวได้กิโลฯ ละ 6 บาท ไร่หนึ่งขายได้เต็มที่ก็ 800-900 กิโลฯ ไม่ถึงตัน หักต้นทุนออกแล้ว เหลือเงินกันแค่ 400-500 มันก็ไม่พอกิน เราเห็นแล้วว่า ถ้าไม่อยากอยู่ในวงจรนี้ก็ต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงวิถีเดิม

“เราก็เลยหันมาสนใจเรื่องเกษตรอินทรีย์ ซึ่งดีกับสุขภาพด้วยและประหยัดต้นทุน ด้วยการเก็บพันธุ์ข้าวไปปลูกได้ ไม่ต้องไปซื้ออย่างเดียว แต่มันต้องเริ่มจากการให้ความรู้ชาวบ้านในกลุ่มที่สนใจเหมือนกัน เราก็พาชาวบ้านไปอบรมที่มูลนิธิข้าวขวัญ ของอาจารย์เดชา ศิริภัทร ที่สุพรรณบุรี พันธุ์แรกที่เราใช้ปลูกกันก็คือ ข้าวหอมปทุมเทพ ที่เขามีการถวายให้พระเทพฯ คัดเมล็ดที่ดีที่สุดจากการทำเกษตรอินทรีย์มาปลูก เราก็เริ่มกันมาตั้งแต่นั้น และเริ่มเก็บเกี่ยวได้จริงจังในปี 2551 แต่ก็ได้แค่เอาข้าวไปแลกกับพี่น้องในกลุ่มที่ทำเกษตรอินทรีย์ เพราะผลผลิตไม่เยอะมาก ชาวบ้านก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมไม่ทำให้ปลูกได้เยอะๆ บางคนคิดว่า เราต้องไม่รอดแน่ ถึงขนาดมาบอกแม่เราเลยว่า เตรียมตัวขายนาใช้หนี้ให้ลูกได้เลย แต่พอเราทำไปเรื่อยๆ ทุกคนก็เริ่มเห็นว่า ต้นทุนมันลดลงได้จริง ผลผลิตเริ่มมากขึ้น มีกำไรมากขึ้นเท่าตัว เขาถึงเชื่อและคิดว่ามาถูกทาง จริงๆ

“การเปลี่ยนความคิดคนเป็นเรื่องยากที่สุด คนชอบคิดว่า ทำการเกษตรมันเสี่ยงกับลมฟ้าอากาศที่ไม่แน่นอน จริงๆ เรื่องนี้ไม่เท่าไหร่หรอก เรื่องที่ยากที่สุด คือทำงานกับความคิดคน เมื่อก่อนแทบไม่มีคนสนใจเรื่องเกษตรอินทรีย์ อย่าว่าแต่เปลี่ยนให้คนหันมากินเลย แค่เปลี่ยนให้หันมาปลูกยังยาก ทุกวันนี้ผ่านมา 10 กว่าปี ทุกอย่างมันก็ค่อยๆ ดีขึ้น แต่เรื่องที่ยังยากคือ ตลาด ทุกวันนี้เราก็ยังคงต้องหาตลาดเขียวขายในกรุงเทพ หรือไม่ก็ขายออนไลน์ เพราะคนท้องถิ่นไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากเท่าคนในเมือง แต่เราก็ไม่คิดจะเลิกทำ คิดแต่ว่าทำยังไงก็ได้ให้มันรอด เพราะสิ่งที่ทำให้เราภูมิใจมากที่สุดคือ ช่วยเปลี่ยนวิธีคิดชาวบ้าน ถึงจะยังทำได้ไม่มาก แต่ก็ถือว่าในรอบหลายปีที่ผ่านมา จากมีคนสนใจแค่สิบคน ตอนนี้คนสนใจมากเป็นสิบเท่าจากเดิม แต่สิ่งที่เห็นผลเลยก็คือ เขามีรายได้มากขึ้นจริง ได้โฉนดคืนกันไปเยอะ มีบ้าน มีที่ดินอยู่ ไม่เป็นหนี้ เราเชื่อว่า เมื่อคนเปลี่ยนวิธีคิดแล้ว เขาก็จะไม่ไปทำแบบเดิม ทุกอย่างมันก็จะอยู่ได้ยาว”

.

#CanChangeTheWorld ซีรีส์สัมภาษณ์ 12 บุคคล ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมและโลกใบนี้ในแบบของตัวเอง พวกเขาไม่เพียงแต่มีความเชื่อ แต่ยังเริ่มต้นลงมือทำด้วยความไม่ย่อท้อ จนมีผลงานที่พิสูจน์ได้ว่า คนหนึ่งคนเปลี่ยนแปลงโลกอย่างที่อยากเห็นได้จริงๆ | www.greenery.org/canchangetheworld

ภาพถ่าย: สุจิตรา นาคะศิริกุล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *