สุภิสาข์ มัยขุนทด กับเกษตรอินทรีย์วิถีไทย สร้างโลกให้ปลอดภัยและลดการเบียดเบียน


“ครอบครัวเรา เราเริ่มต้นจากการทำธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตมาก่อน ชื่อสวนเพชร ริเวอร์วิว รีสอร์ต เพราะพ่ออยากให้ลูกมีธุรกิจดูแลตัวเอง ทั้งที่พ่อเราเป็นเกษตรกร ที่มีความรู้เรื่องการเกษตรเยอะมาก เป็นปราชญ์ชาวบ้าน หรือหมอดินเมืองเพชร เพราะพ่อมีความรู้เรื่องการปรุงดินจนได้รับการยอมรับ แต่พ่อไม่อยากให้ลูกต้องมาลำบากทำการเกษตรเหมือนพ่อ เพราะสมัยก่อนคนเป็นเกษตรกรมักจะไม่ค่อยมีคนยอมรับ พ่อก็มีปมเรื่องนี้ เลยอยากส่งเสียให้ลูกเรียนสูงๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องทำงานแบบพ่อ แต่จุดเปลี่ยนจากการทำโรงแรมเกิดขึ้นตอนปี 2554 ที่น้ำท่วม แล้วก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองปี 2557-2558 ตอนนั้นธุรกิจสะดุด เราเลยคิดว่าเราไม่มีทางอื่นแล้ว เราต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงในจุดที่เราสามารถทำได้ จึงมองเรื่องการเกษตร และเริ่มปลูกผักไว้เพื่อดูแลครอบครัวและพนักงานที่มีกว่า 20 ชีวิต เป็นการลดรายจ่าย และในเมื่อเรามีพ่อเป็นคนใกล้ตัวที่มีความรู้มากมายและช่วยเราได้ เราก็เลยขอให้พ่อถ่ายทอดวิชาความรู้อย่างจริงจัง เพราะพวกเราลูกๆ เชื่อว่าการทำการเกษตรต่างหากที่เป็นสิ่งที่ยั่งยืนและพึ่งตัวเองได้ในระยะยาวไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราเลยตั้งเป้าว่าจะใช้พื้นที่หลายไร่ที่มี มาสร้างเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ และเป็นพื้นที่ให้คนมาศึกษาดูงาน (ศูนย์การเรียนรู้ Earth Safe สวนเพชร เกาะอินทรีย์วิถีไทย)

“พอเราเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ พัฒนาองค์ความรู้จนได้ใบรับรองด้านเกษตรอินทรีย์มาด้วย คนก็ให้ความสนใจมากขึ้น เพราะมันเป็นความรู้ที่ทุกคนมองหา ทำให้เราเชื่อว่าเรามาถูกทาง แล้วการเปลี่ยนมาสนใจเรื่องเกษตรอินทรีย์ ก็คือการเปลี่ยนโลกของเราและเปลี่ยนโลกรอบข้างไปด้วยในตัว เช่น เราสนใจการเลี้ยงหนอนที่ทุกคนไม่อยากแตะต้อง แต่เราชอบมาก เพราะหนอนมันมีคุณค่ากับโลกอย่างที่เราอาจไม่เคยรู้ หนอนช่วยย่อยสลายขยะ กำจัดขยะให้บ้านเราได้เป็นร้อยกิโลกรัม พอหนอนย่อยขยะอินทรีย์แล้ว ไก่มากินหนอน ไก่ได้รับอาหาร พอไข่ออกมา เราเอาไข่มากิน เอาเปลือกไข่มาทุบให้กลายเป็นปุ๋ยบำรุงดิน จะเห็นว่าทุกกระบวนการเป็นเรื่องธรรมชาติ และไม่เบียดเบียนใคร พอเราทำอะไรที่ไม่เบียดเบียนใคร เราก็มีความสุข ได้กินของปลอดภัย ดีกับตัวเอง โลกเองก็ปลอดภัยจากสารเคมี ยิ่งพอมาทำการเกษตร อยู่กับธรรมชาติ ปลูกผัก ยิ่งทำให้เราเข้าใจธรรมชาติมากขึ้น เข้าใจตัวเองมากขึ้น อดทนรอทุกอย่างตามวงจรธรรมชาติได้ เพราะเราต้องพึ่งพาธรรมชาติ ไม่ใช่ใจร้อนอยากให้เป็นไปอย่างใจเราทุกอย่าง แค่นี้มันก็เปลี่ยนแปลงตัวเองไปมากแล้ว”

.

#CanChangeTheWorld ซีรีส์สัมภาษณ์บุคคลที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมและโลกใบนี้ในแบบของตัวเอง พวกเขาไม่เพียงแต่มีความเชื่อ แต่ยังเริ่มต้นลงมือทำด้วยความไม่ย่อท้อ จนมีผลงานที่พิสูจน์ได้ว่า คนหนึ่งคนเปลี่ยนแปลงโลกอย่างที่อยากเห็นได้จริงๆ | www.greenery.org/canchangetheworld

ภาพถ่าย: สุจิตรา นาคะศิริกุล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *