รู้หรือไม่! แค่วัวตดหรือเรอ
ก็ทำร้ายโลกได้อย่างไม่น่าเชื่อ
บรรดาสัตว์เคี้ยวเอื้องทั้งหลายเมื่อมันตดหรือเรอออกมาจะปลอดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และก๊าซมีเทน (CH4) สู่บรรยากาศโลก ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases: GHGs) เหล่านี้สร้างผลกระทบมากมายรวมไปถึงส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลกให้สูงขึ้นในทุกวันนี้ด้วย แน่นอนว่าอุตสาหกรรมทั้งวัวนมและวัวเนื้อนั้นถือเป็นตัวแปรสำคัญในการทำให้วิกฤติโลกร้อนรุนแรงอย่างรวดเร็วเช่นกัน ถึงแม้ทุกวันนี้กระแสวีแกนจะมาแรงขึ้นเรื่อยทว่าจะให้คนเลิกกินเนื้อดื่มนมโดยสิ้นเชิงอาจเป็นเรื่องยาก ดั้งนั้นวิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็น่าจะเป็น … มาทำให้วัวตดหรือเรอน้อยลงกันเถอะ
- เชื่อหรือไม่! ก๊าซมีเทน (CH4) มีศักยภาพทำให้โลกร้อน (Global Warming Potential-GWP) สูงกว่ากว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ถึง 28 เท่า (ในช่วงระยะเวลา 100 ปี)

จากวัฏจักรปัญหาสู่ทางออกแก้วิกฤติ
เมื่อวัฏจักรปัญหาสองวงมาเชื่อมต่อกันแทนที่ปัญหานั้นจะหนักหน่วงยุ่งเหยิงกว่าเดิมทว่าลับกลายเป็นว่าแต่ละวัฏจักรปัญหากลับกลายเป็นกุญแจไขสู่ประตูทางออกให้กับกันและกันได้อย่างดีเยี่ยมทีเดียว กรณีนี้เรากำลังพูดถึงวัฏจักรปัญหาในแวววงปศุสัตว์กับจักรปัญหาในแวดวงเกษตรที่นอกจากจะแก้ไขปัญหาให้กันและกันแล้วผลลัพธ์พลอยได้ครั้งนี้ยังสามารถช่วยลดโลกร้อนและทำให้โลกยั่งยืนขึ้นได้อีกด้วย
ที่ไปที่มาของเรื่องนี้เริ่มต้นจากปัญหาฝั่งเกษตรกรรมกันก่อนซึ่งปกติแล้วผลผลิตจากไร่โกโก้กว่า 50-60% นั้นมักจะเป็นผลโกโก้ที่ไม่ได้มาตรฐาน (อาจขนาดไม่ได้มาตรฐาน หรือติดโรค ชื้นจนขึ้นรา เป็นต้น) ทำให้กลายเป็นผลโกโก้ตกเกรดเหลือทิ้งเป็นขยะเกษตรกรรมในที่สุด ต้นเหตุหนึ่งของปัญหานี้ก็มาจากภาวะโลกร้อนที่ทำให้เกษตรกรรมได้ผลผลิตน้อยลงและคุณภาพแย่ลงด้วย ส่วนปัญหาฝั่งปศุสัตว์โดยเฉพาะการเลี้ยงวัวเนื้อและวัวนมนั้นมีสองปัญหาหลัก ๆ คือเรื่องขาดแคลนอาหารในช่วงฤดูแล้ง และการปล่อยก๊าซมีเทนปริมาณมากจนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั่นเอง

ต้นตอของปัญหาทั้งสองฝั่งนี้กลับแก้ปัญหาซึ่งกันและกันได้ โดยแนวความคิดในการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสนี้เริ่มต้นจากกลุ่ม LOCOL สตาร์ทอัพไทยรุ่นใหม่สาย Climate-tech startup ที่ตระหนักในปัญหาโลกร้อนและมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจผลิตภัณฑ์โคเนื้อคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Beef) เพื่อทางเลือกใหม่ ร่วมมือกับทางอาจารย์ทั้งจากสำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร จุฬาฯ และ สาขาสัตวศาสตร์และประมง ม.เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จ.น่าน เพื่อทำการศึกษาวิจัยทั้งสองเรื่องแบบบูรณาการร่วมกันจนเกิดเป็นการนำเอาผลผลิตโกโก้ตกเกรดมาพัฒนาเป็นอาหารเสริมสูตรใหม่และส่วนผสมอาหารสัตว์สำหรับเลี้ยงวัวนั่นเอง
นวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นนี้นอกจากจะทำให้เกษตรลดรายจ่ายและมีรายได้เพิ่มแล้วก็ยังช่วยลดปัญหาขยะจากการเกษตรได้ด้วย ในส่วนของวัวนั้นนอกจากจะหมดปัญหาอาหารขาดแคลนแล้วอาหารสูตรส่วนผสมโกโก้นี้ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย ยิ่งไปกว่านั้นทำให้วัวเจริญเติบโตได้ดีขึ้น ผลผลิตมีคุณภาพขึ้น เนื้อมีมันแทรกเพิ่มและคุณภาพสูงขึ้น แถมยังใช้เวลาเลี้ยงน้อยลง ทำให้ประหยัดเวลาและได้กำไรเพิ่มขึ้นอีกด้วย เรียกได้ว่าช่วยเหลือทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และดีต่อวิถียั่งยืนทีเดียว
นวัตกรรมลดตดวัว
ถ้าเปรียบวัวทั่วโลกเป็นประชากรของประเทศหนึ่ง ข้อมูลชวนฉงนปนตกตะลึงพบว่าประเทศวัวนั้นปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเป็นอันดับ 3 ของโลกเลยทีเดียว (รองจากจีนและสหรัฐอเมริกา) แน่นอนว่าตัวการวายร้ายที่สุดนั้นก็คือก๊าซมีเทนซึ่งส่งผลกระทบร้ายแรงกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ถึง 28 เท่าเลยทีเดียว
- รู้หรือไม่! ปัจจุบันมีประชากรวัวทั่วโลก (ทั้งโคเนื้องและโคนม) อยู่ประมาณ 1.5 พันล้านตัว แต่ละตัวมีความสามารถผลิตก๊าซมีเทนออกมาสู่บรรยากาศโลกได้ราว 70-120 กิโลกรัม/ปี หรือปริมาณทั้งหมด 105-180 ล้านตัน/ปี
จากการศึกษาวิจัยในโครงการนี้พบว่าภายในโกโก้มีสาร ธีโอโบรมีน (Theobromine) และ โพลิฟีนอล (Polyphenols) ที่มีส่วนช่วยทำให้ระบบย่อยของวัวดีขึ้น เมื่อย่อยดีจึงทำให้เกิดการหมักในกระเพาะวัวลดลง วัวจะตดและเรอน้อยลง ส่งผลให้ลดการปล่อยก๊าซมีเทนลงได้กว่า 44.54% เลยทีเดียว กระบวนนี้เปรียบดั่ง Cow Effect ที่เพียงแค่ปรับเปลี่ยนน้อยนิดแต่ก่อผลประโยชน์ได้มากมายมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อทีเดียว


นวัตกรรมลดตด (และเรอ) วัวที่ทาง Locol พัฒนาขึ้นนั้นมี 2 รูปแบบด้วยกัน นั่นก็คือ LICK BLOCK แท่งวัวเลียที่เกษตรกรใช้เสริมแร่ธาตุกันอยู่แล้วทว่าสูตรนี้จะเสริมสารสกัดโกโก้เข้าไปด้วยโดยที่ไม่ต้องปรับสูตรอาหาร อีกผลิตภัณฑ์นั้นเป็นแบบ PRE-MIX อาหารเสริมโกโก้ที่สามารถนำไปผสมกับอาหารสูตรปกติได้ (เสริมไปในปริมาณ 2% ของอาหารหลักสูตรเดิม) ซึ่งอาหารทั้งสองรูปแบบจะช่วยเร่งโต เพิ่มน้ำหนักวัว เพิ่มไขมันแทรก ปรับเนื้อให้มีคุณภาพสูงขึ้น (เกรดพรีเมี่ยมขึ้น) และยังช่วยลดมีเทนที่ดีต่อโลกด้วยนั่นเอง
ผลผลิตรักษ์โลกนี้ยังมีต้นทุนที่ต่ำแต่ให้ความคุ้มค่าสูงในหลากหลายมิติ แถมส่งเสริมให้เกษตรกรตลอดจนฟาร์มเลี้ยงโคมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ตลอดจนส่งเสริมการบริโภคที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงก่อให้เกิดวิถียั่งยืนที่เปี่ยมคุณภาพได้ในคราวเดียวกัน

บริโภคเนื้อวัวก็รักษ์โลกได้เช่นกัน
ปัจจุบันเทรนด์วิแกน (Vegan) ไปจนถึงอาหารจากพืช (Plant-based Food) เป็นที่นิยมมากขึ้น ส่วนหนึ่งที่คนเลิกบริโภคเนื้อสัตว์แล้วหันมาทานอาหารจากพืชแทนนั้นก็เพราะว่าอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารจากสัตว์นั้นเป็นตัวเร่งให้เกิดวิกฤติโลกร้อนได้รุนแรงทีเดียว ทว่ากรณีนี้ก็มีคำถามและข้อสงสัยตามมาเช่นกันว่า แล้วการบริโภคเนื้อสัตว์นั้นเป็นสิ่งที่ผิดหรือ? แน่นอนว่าคำตอบนั้นเป็นได้ทั้ง ไม่ และ ใช่ แต่ก็ไม่มีคำตอบใดที่ ถูก หรือ ผิด เช่นกัน
ดั้งนั้นทางออกที่กำลังกลายเป็นเทรนด์เกิดขึ้นทั่วโลกขณะนี้ก็คือการส่งเสริมให้เกิดธุรกิจตลอดจนผลิตภัณฑ์บนพื้นฐานใส่ใจสิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อสังคมให้ได้มากที่สุด หนึ่งในกรณีนี้ก็คือการส่งเสริมและสนับสนันการเลี้ยงโคเนื้อและโคนมที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้มากที่สุดด้วยนั่นเอง เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์โคเนื้อโคนมคาร์บอนต่ำ (Low-carbon beef and dairy products)

แล้วถ้ายังรักการบริโภคเนื้อสัตว์ (โดยเฉพาะเนื้อวัว) ก็ลองเปลี่ยนจากเนื้อปกติมาเป็นเนื้อคาร์บอนต่ำทดแทนดูก็ได้ รับรองว่าคุณภาพวัตถุดิบและความอร่อยแต่ละจานนั้นไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมอย่างแน่นอน … แต่ที่เปลี่ยนไปคือหัวใจรักษ์โลกของผู้บริโภคนั่นเอง
ที่มาข้อมูลและภาพ:
– locol.company
– www.instagram.com/locol.company
– www.youtube.com/watch?v=8egeWufPl64
– www.youtube.com/watch?v=wODoplbs5Wk
– www.bangkokbiznews.com/tech/innovation/1201723
– online.anyflip.com
– pollution.sustainability-directory.com
– worldostats.com



