
ชวนเด็ก ๆ มาเล่นเกมกันเถอะ! ตอนนี้ไม่ใช่แค่เกมบนโลกออนไลน์กำลังฮิตเท่านั้นแต่เกมแบบดั้งเดิมในโลกออฟไลน์อย่างบอร์ดเกมก็กลายเป็นเทรนด์ฮิตคู่ขนานกันไปด้วย ทุกวันนี้มีการสร้างสรรค์บอร์ดเกมสนุก ๆ ออกมาให้เลือกเล่นมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นบอร์ดเกมยังถูกพัฒนาให้กลายเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่แฝงความรู้ควบคู่ไปกับการเล่นอีกด้วย นอกจากประโยชน์ด้านสันทนาการแล้วมันก็ยังกลายเป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพทีเดียว
ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องสนุก
ยุคนี้เรื่องมลพิษทางอากาศเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด โดยเฉพาะเรื่องฝุ่น PM2.5 ที่ไม่ใช่เป็นปัญหาเฉพาะเมืองใหญ่หากแต่เกิดขึ้นได้ทุกพื้นที่เช่นกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้สำหรับวัยผู้ใหญ่ว่ายากแล้วดังนั้นการสร้างความเข้าใจให้กับเด็ก ๆ ในเรื่องนี้ดูจะยากยิ่งกว่า เพราะนอกจากศัพท์ยากมากมายแล้วก็ยังมีเรื่องตัวเลขและความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ให้ปวดหัวอีกมากมาย แต่นั่นล่ะคือโจทย์สำคัญที่ทำให้เกิดการสร้างสรรค์เครื่องมือการเรียนรู้ชิ้นนี้ขึ้นมา
แนวความคิดเปลี่ยนตำราน่าเบื่อให้กลายเป็นการเรียนรู้ที่สนุกนี้ทำให้เกิดการสร้างสรรค์บอร์ดเกม “หมู่บ้านไร้ฝุ่น เริ่มจากฉัน” ขึ้นเพื่อทำให้เด็ก ๆ ได้สนุกกับการเล่นเกมและได้รับความรู้ไปพร้อมกัน นี่เป็นเครื่องมือเปลี่ยนความรู้เชิงวิชาการให้กลายเป็นความรู้พื้นฐานที่จะบันทึกอยู่ในความทรงจำเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพทีเดียว วิธีการเรียนรู้แบบนี้ทำให้เกมมีพลังมากกว่าการเป็นเพียง “สื่อการสอน” เท่านั้น เพราะวิธีนี้ไม่ได้แค่ท่องจำตำราใส่สมองอย่างรูปแบบเดิม ๆ แต่เป็นการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (experiential learning) ที่ทำให้เขาได้ลองผิดลองถูก วางแผน ตัดสินใจ ตลอดจนคิดวิเคราะห์และหาทางแก้ปัญหากับสถานการณ์สมมติที่เกิดขึ้น แล้วประสบการการเรียนรู้อย่างสนุกสนานในหลากหลายแง่มุมบวกกับการฝึกเชื่อมโยงองค์ความรู้ต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์นี่เองที่จะทำให้เขาเข้าใจและสร้างระบบการจดจำระยะยาวได้อย่างเป็นธรรมชาติ และปลูกฝังเป็นความรู้พื้นฐานติดตัวไปตลอดชีวิตได้

รวมพลังเพื่อชัยชนะ
บอร์ดเกมโดยทั่วไปอาจดีไซน์มาเพื่อให้แต่ละคนแข่งขันกันคว้าชัยชนะ ทว่าบอร์ดเกม “หมู่บ้านไร้ฝุ่น เริ่มจากฉัน” นี้ออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนร่วมมือกันบริหารจัดการหมู่บ้านของตัวเองให้ปลอดมลพิษและมีคุณภาพชีวิตที่ดีซึ่งนั่นเป็นผลแห่งชัยชนะสำหรับทุกคนด้วยกัน
ผู้เล่นต้องเผชิญการ์ดสถานการณ์ต่าง ๆ ที่สะท้อนถึงสภาพปัญหาสิ่งแวดล้อมในชีวิตจริง ตั้งแต่ ค่าฝุ่นที่สูงจนทำให้โรงเรียนต้องปิด การเผาพื้นที่เกษตรกรรม ความรุนแรงของมลพิษที่มาตามฤดูกาล ไปจนถึงกิจกรรมในชุมชนที่อาจกลายเป็นต้นเหตุของฝุ่นและมลพิษทางอากาศได้โดยไม่รู้ตัว สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ทำให้เด็ก ๆ ต้องเรียนรู้มิติมลพิษทางอากาศในรูปแบบต่าง ๆ ตลอดจนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า วางแผนร่วมกัน และฝึกการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล โดยที่ทุกการเลือกของผู้เล่นแต่ละคนมีผลลัพธ์กลับมาที่กระดานหลักซึ่งเปรียบเสมือนสังคมที่เราอยู่เสมอ
ตัวเกมยังผูกโยงเนื้อหาความรู้เรื่องฝุ่น PM2.5 เข้าไว้กับการเล่นได้อย่างแนบเนียน ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุการเกิดฝุ่นจากกิจกรรมในบ้าน การเดินทาง (คมนาคม-ขนส่ง) การกำจัดขยะ ไปจนปัญหาต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต ภายในเกมอาจไม่ได้บอกตรง ๆ ว่าฝุ่นเป็นอันตรายอย่างไร แต่จะทำให้ผู้เล่นได้เรียนรู้ด้วยตัวเองในมิติและสถานการณ์จำลองต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบกลับมายังชุมชนและตัวเรา ทำให้เกิดความเข้าใจอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าการท่องจำเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้การเล่นเกมยังฝึกให้เด็ก ๆ ได้พูดคุย สนทนา ปรึกษากัน ฝึกวางแผน ฝึกยอมรับความคิดเห็น ฝึกแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ฝึกการช่วยเหลือ ตลอดจนเข้าใจภาพรวมเดียวกันด้วย ที่สำคัญยังสามารถนำความรู้เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้กับชีวิตจริงได้ในทันที ชัยชนะในเกมอาจสร้างความภาคภูมิใจได้ชั่วครู่ แต่เราเชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นสารตั้งต้นให้เป็นเกราะป้องกันชั้นดีให้อนาคตของชาติสามารถรวมกันเอาชนะมลพิษทางอากาศในโลกแห่งความเป็นจริงให้ได้ในอนาคตด้วยเช่นกัน


เครื่องมือส่งผ่านประสบการณ์
อย่างที่บอกไปว่าบอร์ดเกมนี้เป็นมากกว่าเกมและเป็นมากกว่าสื่อการสอน คุณค่าสำคัญอีกประการของเกมนี้ก็คือการออกแบบให้ครูหรือผู้ปกครองเข้าใจเกมได้ง่าย ใช้เป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดความรู้ ตลอดจนร่วมเล่นกับเด็ก ๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและถ่ายทอดประสบการณ์ไปพร้อมกัน นอกจากการตั้งคำถามระหว่างเกมแล้วยังสามารถชวนเด็ก ๆ พูดคุยหลังจบเกม เชื่อมโยงสถานการณ์จากเกมไปสู่สถานการณ์ในสังคมปัจจุบันที่จะทำให้เด็ก ๆ เข้าใจเรื่องมลพิษทางอากาศได้ง่ายขึ้น ตลอดจนช่วยฝึกทักษะหลาย ๆ ด้านให้กับเด็กไปในตัวได้ด้วย ที่สำคัญไม่ใช่แค่การให้ความรู้เท่านั้น แต่เรายังสอดแทรกวิธีป้องกันตัวเองจากมลพิษให้กับเด็ก ตลอดจนสร้างนิสัยที่ดีที่จะปลูกฝังให้เด็กไม่ก่อมลพิษทางอากาศด้วยตัวเขาเองได้ด้วยเช่นกัน
เมื่อมองลึกลงไปบอร์ดเกมนี้ยังสะท้อนแนวโน้มการศึกษาแบบใหม่ที่เห็นความสำคัญของการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะการเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมที่จำเป็นต้อง “ทำให้เห็นภาพและรู้สึกได้” ไม่ใช่เพียงแค่การอ่านข่าว อ่านหนังสือ หรืออธิบายด้วยศัพท์ทางวิชาการเท่านั้น การให้เด็กเป็นผู้รับบทบาทในการดูแลหมู่บ้าน ทำให้เด็กกลายเป็นผู้กำหนดความเปลี่ยนแปลงในเกม และมีแนวโน้มจะนำการเปลี่ยนแปลงนั้นกลับไปใช้ในชีวิตจริง การเรียนรู้แบบนี้ยังช่วยสร้างทักษะ “พลเมืองรุ่นเยาว์” ที่เข้าใจผลกระทบของพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ต่อระบบขนาดใหญ่ และเห็นว่าปัญหาฝุ่นตลอดจนมลพิษทางอากาศไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัว แต่เป็นผลของการตัดสินใจและพฤติกรรมที่เราทำอยู่ทุกวันด้วยนั่นเอง
มาเล่นกันเถอะ! มาเล่นกันเถอะ!
บอร์ดเกม “หมู่บ้านไร้ฝุ่น เริ่มจากฉัน” นี้สร้างสรรค์ขึ้นโดย Child Impact ดิจิทัลแพลตฟอร์มเชื่อมโยงความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วนร่วมกันพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อเป้าหมายในการให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องมลพิษทางอากาศจนสามารถมีความรู้เบื้องต้น ตลอดจนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างเกราะป้องกันตัวเองได้

ถึงแม้ว่าเกมนี้จะทำมาให้วัยเด็กได้สนุกกันทว่าอีกมิติมันก็เป็นเกมที่สร้างความเพลิดเพลินให้กับวัยผู้ใหญ่ได้ดีไม่แพ้กัน สำหรับใครที่อยากได้รายละเอียดเพิ่มเติมตลอดจนอยากลองเล่นเกมนี้หรือนำเกมไปให้เด็ก ๆ ได้ลองเล่นดูบ้าง ก็สามารถเข้าไปดาวน์โหลดกันได้ที่ https://childimpact.co/learning/dustfreevillage-boardgame แล้วมาเล่นเกมนี้ด้วยกัน
ที่มาข้อมูลและภาพ:
– https://childimpact.co/learning/dustfreevillage-boardgame



