
ทุกวันนี้โลกเราผลิตขยะกันราว 2.3 พันล้านตัน/ ปี และมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อย ๆ นับวันขยะยิ่งสะสมเป็นปริมาณมหาศาลจนก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย การกำจัดขยะให้หมดไปจากโลกอาจไม่ใช่เรื่องง่ายแต่จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกันลดการผลิตขยะลงได้บ้าง
หนึ่งในกำลังสำคัญที่มีส่วนช่วยลดการผลิตขยะบนโลกใบนี้ก็คือ คุณโด-ณัฐพล อินคล้าย ผู้ก่อตั้ง EcoCrew Thailand สตาร์ทอัพไทยหัวใจสีเขียวที่ต้องการทำธุรกิจเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม ธุรกิจหลักนี้ให้บริการ Reusable Packaging Service เพื่อต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการลดปริมาณขยะ โดยเฉพาะขยะประเภทพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastic – SUP) ซึ่งอำนวยความสะดวกสบายให้มนุษย์แต่ขณะเดียวกันก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่แก้ไม่ตกเช่นกัน
พลาสติกไม่ใช่สิ่งไม่ดี แต่ถูกนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์มากกว่า สามารถใช้ซ้ำได้หลายครั้ง มีอายุการใช้งานยาวนาน นี่คือจุดแข็งของพลาสติกที่เราควรใช้ให้คุ้มค่า กว่าการใช้แค่ครั้งเดียวแล้วทิ้ง
“จริง ๆ แล้วพลาสติกไม่ใช่สิ่งไม่ดีแต่มันถูกนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์มากกว่าครับ พลาสติกสามารถใช้ซ้ำได้หลายครั้งแล้วก็มีอายุการใช้งานค่อนข้างนานพอสมควร ผมมองว่าตรงนี้เป็นจุดแข็งของพลาสติกและควรใช้มันให้คุ้มค่าที่สุดกว่าการใช้แค่ครั้งเดียวแล้วทิ้งเพราะมันจะกลายเป็นขยะทั้งที่มันยังไม่หมดประโยชน์ และเป็นขยะที่กำจัดได้ยากก่อมลพิษได้อีกหลายมิติ ฉะนั้นการเกิดธุรกิจนี้ของเราขึ้นก็เพื่อนำพลาสติกมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่าจริง ๆ ขณะเดียวกันก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกลงได้ในตัว” คุณโดกล่าว

ชวนเปิดใจต่อพลาสติกใช้ซ้ำ
พลาสติกไม่ใช่ตัวร้ายเพราะต้นเหตุที่แท้จริงคือพฤติกรรมของมนุษย์ต่างหากที่ก่อให้เกิดปัญหานี้ขึ้นด้วยตัวเอง สำหรับพลาสติกที่นำมาใช้งานเป็นภาชนะของ EcoCrew Thailand ก็เช่นกัน พลาสติกตัวนี้ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์บรรจุอาหาร (Food Grade) และไม่มีสารก่อมะเร็ง แข็งแรงทนทานทว่ามีน้ำหนักเบา แล้วก็สามารถทำความสะอาดเพื่อใช้ซ้ำได้หลายครั้งและยาวนาน ในส่วนกระบวนการใช้งานของผู้บริโภค (Customer Journey) เมื่อเข้าไปซื้ออาหาร/ เครื่องดื่มจากร้านค้า (ตอนนี้ยังคงเป็นร้านค้าที่เข้าร่วมในกิจกรรมหรืออีเวนต์ต่าง ๆ) ตลอดจนรับอาหาร/ เครื่องดื่มฟรีจากกิจกรรมหรืออีเวนต์ต่าง ๆ เมื่อรับประทานเสร็จแล้วก็แค่เอาภาชนะมาคืนยังจุดรับคืนที่กำหนด หลังจากนั้นทาง EcoCrew Thailand ก็จะนำภาชนะทั้งหมดไปล้างแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ต่อไปอีกครั้ง
หลายคนมาถึงตรงจุดนี้อาจกังวลเรื่องความสะอาดและปลอดภัยซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ใครหลายคนไม่เปิดใจกับการใช้งานซ้ำในรูปแบบนี้ แต่ความเป็นจริงแล้วภาชนะใช้ซ้ำทุกชิ้นของทาง EcoCrew Thailand สะอาดและปลอดภัยอย่างแน่นอนซึ่งสิ่งนี้การันตีได้จากระบบการทำความสะอาดที่ได้มาตรฐานและมีสุขอนามัยที่ดี โดยหลังจากจบงานก็จะรวบรวมภาชนะที่ใช้งานแล้วทั้งหมดนำกลับมาทำความสะอาดถึง 3 ขั้นตอน โดยเริ่มจากขั้นตอนแรกก็คือกระบวนการ Pre-wash ที่ใช้คนกำจัดเศษสิ่งสกปรกตลอดจนล้างเอาคราบความมันออกให้หมด จากนั้นจะนำเข้าสู่ขั้นตอนที่สองคือกระบวนการล้างภาชนะด้วยเครื่องอัตโนมัติมาตรฐานสูง ใช้น้ำยาล้างจานที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย รวมถึงใช้น้ำอุณหภูมิสูงในการล้างทำความสะอาดได้ดียิ่งขึ้น
‘กรุงเทพกลางแปลง’ เป็นงานแรกที่เริ่มเห็นผลลัพธ์น่าพึงพอใจ ขยะเกลื่อนในงานแทบจะไม่มีให้เห็น จนทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่มันเห็นผลได้จริง เป็นงานแรกที่ใจฟู ประทับใจมาก และมีกำลังใจทำต่อไป
โดยเครื่องล้างภาชนะระบบอุตสาหกรรมนี้ใช้ระดับอุณหภูมิ 80° ทำความสะอาดในเวลา 2 นาที หลังจากนั้นก็จะมีการอบฆ่าเชื้อโรคด้วย จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 3 คือการควบคุมคุณภาพ (Quality Control – QC) ทุกล็อตของการล้างแต่ละครั้งจะสุ่มภาชนะในล็อตนั้นมาตรวจหาเชื้อโรค (Swab Test) อีกที เพื่อดูว่ายังมีสารก่อเชื้อหลงเหลืออยู่หรือเปล่า ทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการทำความสะอาดตามมาตรฐานปกติที่ทำอย่างสม่ำเสมอ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าภาชนะใช้ซ้ำทุกชิ้นของ EcoCrew Thailand นั้นสะอาดเหมือนใหม่ทุกครั้งแน่นอน
“จะมีผู้ใช้งานอยู่ราว 2-3% ที่จะถามเรื่องความสะอาดปลอดภัยว่ามันเป็นอย่างไรบ้างครับ แต่โดยภาพรวมแล้วต้องบอกว่าคนไทยเป็นคนที่ค่อนข้างน่ารักครับเพราะส่วนใหญ่ก็คุ้นเคยกับระบบภาชนะใช้ซ้ำกันอยู่แล้ว และให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี เพียงแต่ว่าการจัดงานอีเวนต์ต่าง ๆ ส่วนมากจะเลือกใช้ภาชนะแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเพื่อลดความยุ่งยาก จริง ๆ แล้วอยากฝากถึงร้านค้าหรือผู้จัดงานอีเวนต์มากกว่าว่าอยากให้ลองเปิดใจกับระบบนี้ดูบ้าง ถึงแม้จะมีขั้นตอนเพิ่มมากสักนิดแต่ก็ไม่ยากอย่างที่คิดครับ ที่สำคัญคุณมีส่วนช่วยลดปริมาณขยะบนโลกได้ ช่วยโลกช่วยสิ่งแวดล้อมได้ แล้วก็ลดผลกระทบหลายอย่างที่จะกลับมาสู่เราเองได้ด้วย” คุณโดกล่าวเสริมว่าถึงแม้ทุกวันนี้ทุกคนจะมีความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างดี และตระหนักถึงมันมากขึ้น แต่ปริมาณขยะก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แบบไม่มีวันลดลง ขยะอยู่รอบตัวเราเต็มไปหมด เกิดขึ้นตลอดเวลา ถ้าเราเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดปริมาณขยะลงได้ มันน่าภูมิใจไม่น้อยเลยทีเดียว

การขับเคลื่อนธุรกิจหัวใจสีเขียว
การทำธุรกิจหัวใจสีเขียวที่ต้องการสร้างผลกำไรแล้วก็ห่วงใยโลกไปพร้อมกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแต่สำหรับคนที่เข้าใจและอยากทำให้โลกดีขึ้นจากใจจริง ๆ มันเป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินไปเช่นกัน ในส่วน Business Model ของ EcoCrew Thailand นั้นในตอนนี้มี 2 รูปแบบหลัก ๆ ก็คือ Event Organizer Model ซึ่งจะดีลกับทางผู้จัดงานเพื่อนำระบบภาชนะใช้ซ้ำเข้าไปให้บริการใน (ซึ่งมักจะเป็นการให้บริการฟรี) อาทิ แก้วดื่มน้ำสำหรับการแข่งขันวิ่งมาราธอน หรือ ภาชนะอาหารและเครื่องดื่มสำหรับงานอีเวนต์ (ที่ผู้จัดเป็นคนจัดการดูแลเองจากส่วนกลางทั้งหมด) กับอีกโมเดลก็คือ Retailer Model ที่ดีลกับร้านค้ารายย่อยโดยตรง แต่ขณะนี้ยังเป็นรูปแบบร้านค้าที่ผูกกับอีเวนต์ต่าง ๆ อยู่ คือผู้จัดงานอนุญาตให้ทาง EcoCrew Thailand เข้าไปดูแลเรื่องภาชนะใช้ซ้ำได้ แต่ผู้จัดการไม่ได้เป็นคนจัดการดูแลเองทั้งงาน ซึ่งภาระส่วนนี้จะเป็นของร้านรายย่อยที่รับผิดชอบตัวเอง และทาง EcoCrew Thailand ก็ลงดีลกับแต่ละร้านโดยตรงเอง
“สำหรับการทำธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมถ้าคนที่อยากทำผมว่ามันเริ่มได้เลย ไม่จำเป็นต้องรออะไร เริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ ง่าย ๆ ก่อนก็ได้ หรือไม่ก็ลองหาข้อมูลธุรกิจเกี่ยวกับ Green Business หรือ Sustainable Business จากต่างประเทศแล้วก็ลองเอามาทำตามดูในเมืองไทยก็ได้ ทุกวันนี้มีคนทำธุรกิจด้านนี้กันเยอะขึ้น แล้วก็น่าสนใจทั้งนั้น อะไรที่มันดีต่อโลกผมว่ามันก็ดีต่อเราหมด อีกมิติตอนนี้เราก็กำลังช่วยกันผลักดัน พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยให้ได้ ก็น่าจะช่วยให้คนที่สนใจทำธุรกิจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทำได้ง่ายขึ้นครับ จูงใจให้คนอยากหันมาทำมากขึ้น เป็นธุรกิจที่สร้างผลกำไรได้ และเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนได้ในระยะยาวด้วย” คุณโดเสริมถึงทิศทางและแนวโน้มของบ้านเราที่กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมีอนาคตสดใส และอยากให้กำลังใจรวมถึงอยากชักชวนให้ทุกคนหันมาทำธุรกิจที่ใส่ใจโลกให้มากขึ้นไปด้วยกัน
ส่วนโมเดลธุรกิจรูปแบบที่ 3 ของ EcoCrew Thailand ที่วางแผนไว้ต่อไปก็คือ Food Delivery Model โดยมีเป้าหมายจะไปเป็นพาร์ทเนอร์กับระบบ Food Delivery ต่าง ๆ ในการบริการภาชนะแบบใช้ซ้ำซึ่งคาดว่าจะช่วยลดปริมาณขยะลงได้อีกมาก โดยโมเดลนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนศึกษาและพัฒนาธุรกิจ ตลอดจนหาความร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัทหรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ และคาดว่ารูปแบบธุรกิจลำดับต่อไปนี้จะทำให้เกิดขึ้นจริงให้ได้ภายในระยะเวลา 2-3 ปีนี้เช่นกัน

โลกยังมีหวัง สังคมยังมีอนาคต
อันที่จริงแล้วก้าวแรกของ EcoCrew Thailand ก็ไม่ได้สวยหรูหรือประสบความสำเร็จตามที่คาด การเริ่มออกสตาร์ทครั้งแรกนั้นดูจะล้มเหลวเสียด้วยซ้ำซึ่งงานใหญ่งานแรกในครั้งนั้นคือการไปร่วมสนับสนุนกิจกรรมงานวิ่งด้วยการบริการจุดรับน้ำระหว่างเส้นทางโดยใช้แก้วพลาสติกแบบใช้ซ้ำ ผลสุดท้ายพบว่ามีภาชนะหายไปถึงกว่า 50% เลยทีเดียว ทว่าเมื่อไปสำรวจตามถังขยะต่าง ๆ รอบงานก็กลับพบว่าแทบไม่มีขยะจากส่วนที่หายไปนี้สักเท่าไร ส่วนหนึ่งเรามองในแง่บวกว่าน่าจะมาจากภาชนะสีสวยและการดีไซน์ที่ดีจึงทำให้คนอยากนำกลับไปใช้ที่บ้านด้วย ถึงสนามแรกจะสร้างความตกใจและทำให้ท้อใจเล็กน้อยแต่การกลับแนวคิดมาเป็นแง่บวกว่าก็ยังถือเป็นเรื่องที่ดีที่เราสามารถลดปริมาณขยะในงานนี้ลงได้กว่า 50% เลยทีเดียว แสดงว่าโอกาสที่ธุรกิจจะไปต่อได้ยังมีความหวังอยู่ และมีกำลังใจลุกขึ้นลุยต่อไปอีกครั้ง
“มีช่วงหนึ่งที่ทำธุรกิจนี้มาสักพักใหญ่แล้วเรารู้สึกลึก ๆ มาตลอดว่ามันยังไม่เห็นผล แล้วก็เริ่มท้ออยู่เหมือนกัน แต่มีงานหนึ่งที่พอมันเริ่มเห็นผลลัพธ์น่าพึงพอใจครั้งแรกก็คืองาน ‘กรุงเทพกลางแปลง’ ที่งานนั้นเปอร์เซ็นต์การคืนภาชนะค่อนข้างสูง แล้วเราก็เห็นได้ชัดเลยว่าขยะในงานแทบจะไม่มีให้เห็น ขยะในงานมันเกลื่อนน้อยมาก จนทำให้เรารู้สึกว่า เห้ย! สิ่งที่เราทำมันเห็นผลแล้วจริง ๆ เห็นกับตาเลย ซึ่งเป็นงานแรกที่เราใจฟูกันมาก ประทับใจมาก และทำให้เรามีกำลังใจทำธุรกิจนี้ต่อไป ก็ชาเลนจ์ตัวเองว่าเราจะสู้กับมันจนกว่าเราจะชนะ” คุณโดแชร์ความประทับใจที่กลายมาเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เดินต่อไปข้างหน้า

ทุกวันนี้ถึงแม้ว่า EcoCrew Thailand จะดำเนินธุรกิจมาแค่เพียง 2 ปี แต่แนวโน้มกลับดีขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในมุมของธุรกิจและมุมของผู้บริโภค สตาร์ทอัพที่ต้องการสร้างอิมแพคให้สังคมยังคงสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยังมีคนเอาใจช่วยอยู่ตลอดเวลา ผลประกอบการที่ผ่านมาก็ดูยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีและยังมีแผนขยายธุรกิจให้เติบโตต่อไป ด้านผู้บริโภคหรือคนใช้งานทั่วไปนั้นก็เริ่มรู้จักและตอบรับดีเยี่ยม รวมถึงเปิดใจเรื่องภาชนะใช้ซ้ำกันมากขึ้น ที่สำคัญแนวโน้มของคนรักษ์และห่วงใยโลกเพิ่มมากขึ้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อช่วยให้โลกนี้ดีขึ้นเริ่มทำกันในวงกว้างจนกลายเป็นวิถีปกติประจำวันไปแล้ว รวมถึงการให้การยอมรับและให้ความร่วมมือนั้นก็ง่ายและเพิ่มขึ้นเช่นกัน อนาคตยังคงสดใสและต้องการความร่วมมือจากทุกคน
เมื่อก้าวต่อไปแล้วก็ต้องไม่หยุดก้าวด้วย นอกจากนี้ทาง EcoCrew Thailand ก็ตั้งใจพัฒนาแอปให้ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย ตลอดจนกำลังร่วมทำงานวิจัยกับทาง สวทช. (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ / National Science and Technology Development Agency – NSTDA) และ NECTEC (ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติของประเทศไทย / National Electronics and Computer Technology Center) เพื่อสร้างให้ระบบมีมาตรฐานมากยิ่งขึ้นด้วย

เป้าหมายมีไว้พุ่งชน
จากวันแรกจนถึงวันนี้ EcoCrew Thailand เติบโตขึ้นเรื่อยและได้รับการยอมรับมากยิ่งขึ้น ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี ธุรกิจบริการภาชนะแบบใช้ซ้ำนี้ให้บริการไป 70 กว่างานแล้ว และสามารถลดปริมาณขยะได้ถึงกว่า 400,000 ชิ้นเลยทีเดียว ทั้งผู้บริโภค/ผู้ใช้งานกว่า 90% มีความพึงพอใจและรู้สึกดีในเชิงบวก
เราไม่ต้องทำอะไรที่ยิ่งใหญ่โดยที่เราไม่ถนัด
แค่เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่ตัวเราเองก่อนก็ได้
ถึงแม้ว่าตัวเลขจะดูสวยหรูและผลลัพธ์ดูงดงามก็ตามที แต่นั่นก็ยังห่างไกลกับเป้าหมายที่ EcoCrew Thailand วางไว้อยู่ เพราะความตั้งใจที่แท้จริงนั้นต้องการลดปริมาณขยะลงให้ได้ปีละ 10 ล้านชิ้น ก็คงต้องร่วมมือพัฒนาธุรกิจกันต่อไปเพื่อให้เติบโตและแข็งแรงกว่านี้ ทำอย่างไรก็ได้ให้ฝั่งผู้ผลิตหรือผู้จัดงานหันมาอยากใช้บริการเราให้มากขึ้น ถ้าเราเปลี่ยนได้ตั้งแต่ฝั่งต้นน้ำ ปลายน้ำอย่างผู้บริโภค/ผู้ใช้งานก็จะเปลี่ยนตามได้ไม่ยาก แล้วเมื่อทุกฝั่งร่วมมือกันเปลี่ยนแปลง ก็จะพิชิตเป้าหมายได้สำเร็จง่ายดายอย่างแน่นอน

ติดตาม EcoCrew Thailand ได้ที่
– Website: www.ecocrew.asia
– Facebook: www.facebook.com/ecocrewth
– Instagram: www.instagram.com/ecocrew.th
ที่มาข้อมูล:
– www.unep.org



