
หนึ่งในรางวัลน่าสนใจของเวทีการออกแบบระดับโลก Good Design Award 2025 ประเทศญี่ปุ่นที่เพิ่งประกาศไปช่วงปลายปีที่ผ่านมาก็คือรางวัล GOOD DESIGN LONG LIFE DESIGN AWARD รางวัลที่มอบให้กับองค์กรไปจนถึงนวัตกรรมที่ใส่ใจวิถียั่งยืน ซึ่งปีล่าสุดนี้หนึ่งในผลงานที่คว้ารางวัลหมวดนี้ไปได้ก็คือ AquaSoil – Green Roof System ของบริษัท Ikegami Co., ltd. (株式会社イケガミ) ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์ระบบอาคารหลังคาสีเขียวรักษ์สิ่งแวดล้อมมาอย่างยาวนานนั่นเอง
ผู้เชี่ยวชาญการปลูกป่าเทียมบนหลังคา
ระบบหลังคาพื้นที่สีเขียว Green Roof System ของบริษัทนี้นอกจากจะให้ความสำคัญในเรื่องการออกแบบภูมิทัศน์ (Landscape Design) ไปจนถึงการวางระบบระบายน้ำรองรับอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว อีกหัวใจสำคัญหนึ่งก็คือ AquaSoil ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมดินชนิดพิเศษที่ช่วยทำให้ระบบ Green Roof System นี้ไม่ใช่แค่สวนผักชีโรยหน้าทว่าเป็นดั่งป่าเทียมที่เติบโตเหมือนในระบบธรรมชาติและยืนหยัดได้ยั่งยืนอย่างแท้จริง

เดิมทีแล้วปัญหาหลักของระบบ Green Roof System นั้นมีข้อเดียวทว่าเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญที่สุดซึ่งก็คือเรื่องของ “ดิน” นั่นเอง ดินธรรมชาตินั้นหนักและเมื่อรวมกับต้นไม้ก็จะยิ่งเพิ่มน้ำหนักเป็นอย่างมากทำให้ส่งผลต่อการออกแบบโครงสร้างอาคารหรือถ้าไม่ได้ออกแบบเพื่อรองรับน้ำหนักมหาศาลนี้ไว้ก่อนหน้าก็จะกลายเป็นปัญหาที่สร้างอันตรายได้ จุดนี้เองเป็นสารตั้งต้นที่ทำให้บริษัท Ikegami เริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ตนเองอย่าง AquaSoil ซึ่งนำหินภูเขาไฟเพอร์ไลท์ (Perlite) มาบดและแปรรูปจนกลายเป็นดินเทียมน้ำหนักเบา มีรูพรุนสูง ระบายน้ำและอากาศได้ยอดเยี่ยม ขณะเดียวกันก็อุ้มน้ำได้ดีกว่าดิน ที่สำคัญมันมีน้ำหนักเพียง 1 ใน 3 ของดินธรรมชาติเท่านั้นเอง และไม่ย่อยสลายทำให้มีอายุการใช้งานยาวนานมากโดยไม่ต้องบำรุงรักษา
ดูเหมือน AquaSoil จะเป็นดินที่ไม่ใช่ดิน แต่มีคุณสมบัติเด่นเหนือกว่าดิน และทำงานได้ดีกว่าดินตามธรรมชาติเสียอีก แต่เคล็ดลับความสำเร็จไม่ได้อยู่แค่เรื่องของดินเทียมชนิดพิเศษเท่านั้นหากแต่เป็นการออกแบบระบบทั้งระบบด้วย โดยโครงสร้างของ Green Roof System จะประกอบไปด้วยระบบ 5 ชั้นที่ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่การปูแผ่นระบายน้ำทนแรงอัดสูงที่ฐานชั้นล่างสุด ตามด้วยการปูผ้ากรองน้ำ เสริมชั้น AquaSoil สำหรับเพาะปลูก (ซึ่งเป็นส่วนหลัก) และทำให้เกิดการระบายน้ำที่ดีมีประสิทธิภาพ แล้วปิดท้ายด้วยการกลบหน้าดินซึ่งเป็นดินที่ทำมาจากไม้สนตามธรรมชาติและย่อยสลายได้ง่าย
สิ่งที่ทำให้ AquaSoil แตกต่างจากดินเทียมอื่นอย่างเห็นได้ชัดก็คือมิติของพฤติกรรมรากพืช เมื่อรากพืชเติบโตในดิน AquaSoil แล้วรากจะเปลี่ยนรูปแบบกลายเป็นรากฝอยขนาดเล็กเกาะติดกับเนื้อดินทำให้พืชยึดติดแน่นได้แม้ดินจะหนาเพียง 50 เซนติเมตรก็ตามที ที่สำคัญกว่านั้นรากจะหยุดเติบโตก่อนถึงโครงสร้างอาคารจึงไม่ทำให้เกิดความเสียหายกับชั้นที่กันน้ำหรือส่งผลต่อโครงสร้างอาคารแต่อย่างใด
ด้านการบริหารจัดการน้ำก็ถือเป็นอีกหัวใจของระบบนี้ เมื่อฝนตกลงมา AquaSoil จะสามารถดูดซับและสะสมน้ำในระดับที่เพียงพอต่อการเติบโตได้ถึง 60 วันโดยไม่ต้องพึ่งระบบรดน้ำอัตโนมัติเลยทีเดียว ส่วนน้ำส่วนเกินจะค่อย ๆ ซึมผ่านชั้นดินลงมาด้านล่างอย่างช้า ๆ สร้างระบบระบายน้ำที่คล้ายกับภูเขาจริงในธรรมชาติ นั่นหมายความว่าระบบทั้งหมดสามารถดำรงอยู่ได้ด้วยน้ำฝนเพียงอย่างเดียว ซึ่งมิตินี้ช่วยลดต้นทุนในการดูแลรักษาได้ดีทีเดียว ทั้งยังพิสูจน์จากผลงานบนหลากหลายตึกแล้วว่าไม่เกิดปัญหาดินยุบตัว หรือปัญหาเศษดินไปอุดตันระบบระบายน้ำ แถมยังไม่เสื่อมสภาพเร็วอีกด้วย

สร้างประวัติศาสตร์ที่น่าภูมิใจ
ผลงานโดดเด่นที่สุดจนทำให้ AquaSoil เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติและกลายเป็น Case Study สำคัญระดับสากลที่จดจำได้ทั่วโลกนั้นก็คือ ACROS Fukuoka (Asian Cross-Road Over the Sea – Fukuoka) ซึ่งเป็นอาคารศูนย์รวมกิจกรรมนานาชาติแห่งเมืองฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น สร้างขึ้นในปี 1995 ออกแบบโดย Emilio Ambasz สถาปนิกชาวอาร์เจนตินา-อเมริกัน หนึ่งในผู้บุกเบิก Green Architecture คนสำคัญของโลก สถาปัตยกรรมนี้เป็นอาคาร 14 ชั้นสร้างขึ้นภายใต้แนวคิด “ตึกกลางเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ซึ่งด้านนอกที่ติดถนนจะดูเหมือนอาคารสำนักงานทั่วไปส่วนด้านในที่ติดกับสวนสาธารณะเท็นจิน (Tenjin Central Park) มีลักษณะเป็น Step Garden สวนสีเขียวแบบขั้นบันไดขนาดใหญ่ปกคลุมทั้งอาคารคล้ายกับการจำลองภูเขามาไว้กลางเมือง
ระบบสวนนี้ไม่มีการวางระบบรดน้ำอัตโนมัติแม้แต่จุดเดียวและพึ่งพาการเจริญเติบโตจากน้ำฝนเพียงอย่างเดียวเท่านั้นมาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน จากจุดเริ่มต้นที่เป็นสวนเทียมดูเหมือนว่ามันจะพัฒนาและสร้างสภาพแวดล้อมด้วยตนเองตามธรรมชาติจนกลายเป็นหนึ่งในระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ของเมืองไปแล้ว การดูแลต้นไม้ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีใด ๆ ทว่าปัจจุบันมีจำนวนสายพันธุ์พื้นเพิ่มขึ้นในระบบนิเวศนี้มากกว่า 200 สายพันธุ์แล้ว รวมถึงเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์หลากหลายชนิด ตลอดจนเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองและเป็นเสมือนปอดของฟุกุโอกะอย่างแท้จริง

ไม่ใช่แค่อาคารใหญ่เท่านั้น แต่ปัจจุบันระบบหลังคาสีเขียวนี้ยังเป็นที่นิยมสำหรับบ้านเรือนทั่วไปตลอดจนอาคารขนาดเล็กและอาคารประโยชน์ใช้สอยอื่นที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยอีกด้วย โดยระบบสวนบนหลังคานี้มีทั้งรูปแบบ Green Slope Roof (หลังคาบ้านแนวเอียง) และ Green Roof System (หลังคาอาคารแนวระนาบ) ที่นอกจากจะดีไซน์สวยแล้วสวนในรูปแบบ Pocket Garden นี้ยังมีประโยชน์มากมาย มอบความสดชื่น ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ป้องกันและช่วยควบคุมอุณหภูมิภายในอาคารได้ดี กันความร้อนเข้าอาคาร ลดเสียงฝนกระทบหลังคา ตลอดจนเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศเมืองไปโดยปริยายด้วย
ทำไม Green Roof ถึงเป็นที่นิยมและเป็นเรื่องจริงจังในญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นไม่ได้หันมาสนใจหลังคาสีเขียว (Green Roof) เพียงเพราะมันเป็นเทรนด์ฮิตหรือแฟชั่น แต่มันพัฒนามาจากปัญหาเมืองที่เพิ่มขึ้นไปตามการเจริญเติบโตของเมือง กรณีของโตเกียวและเมืองใหญ่ทั่วญี่ปุ่นต่างต้องเผชิญกับปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “เกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island)” ซึ่งเกิดจากการที่คอนกรีตไปจนถึงยางมะตอยดูดซับและสะสมความร้อนตลอดวันจนปล่อยความร้อนออกมาในเวลากลางคืน ทว่าหลังคาสีเขียวนี้สามารถทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนที่พื้นผิวมีอุณหภูมิเพียง 30 °C ซึ่งเมื่อเทียบกับคอนกรีตที่อาจร้อนถึง 65 °C (ในฤดูร้อน) เลยทีเดียว ตรงจุดนี้จึงทำให้เมืองร้อนกว่าชนบทอย่างมีนัยสำคัญ แล้วค่าอุณหภูมิเฉลี่ยในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นราว 3 องศาเซลเซียสในรอบหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมาและส่วนใหญ่เกิดจากปรากฏการณ์นี้โดยตรง
รัฐบาลกรุงโตเกียวจึงออกกฎหมาย Nature Conservation Ordinance ปี 2001 บังคับให้อาคารใหม่ขนาดเกิน 1,000 ตารางเมตร (สำหรับเอกชน) และ 250 ตารางเมตร (สำหรับหน่วยงานรัฐ) ต้องติดตั้งพื้นที่สีเขียวบนหลังคาอาคารในสัดส่วนตามที่กฎหมายกำหนด นับเป็นครั้งแรกในเอเชียที่มีการบังคับใช้กฎหมายมาตรการนี้อย่างเป็นระบบ ผลลัพธ์หลังจากนั้นไม่กี่ปีดูจะเป็นที่น่าพอใจ เพราะอาคารกว่า 5,700 แห่งเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนหลังคาเข้าไปทำให้เกิดพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นราว 1.8 ล้านตารางเมตรเลยทีเดียว และจากผลการวิจัยพบว่าหลังคาเขียวนี้ช่วยลดอุณหภูมิผิวอาคารได้ถึง 25 องศาเซลเซียสในฤดูร้อน เทียบกับหลังคาคอนกรีตที่ดูดซับและแผ่ความร้อนออกมาแทบไม่หยุด
อีกมิติของการติดตั้งระบบหลังคาสีเขียวนั้นยังช่วยให้อุณหภูมิภายในอาคารลดลงและค่าไฟสำหรับเครื่องปรับอากาศปรับลดลงตามอย่างเห็นได้ชัด งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า Green Roof สามารถลดการใช้พลังงานของอาคารได้สูงสุดถึง 30% ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มอายุการใช้งานของหลังคาให้ยาวนานมากขึ้นด้วย การเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างมีประสิทธิภาพและมีประโยชน์จริง ๆ นั้นอาไม่ใช่แค่เรื่องของการปูหญ้าปลูกต้นไม้เท่านั้น แต่ต้องทำให้เป็นระบบ Green Roof System ที่ถูกต้องและยั่งยืนอย่างแท้จริง

จากความฝันสู่รากฐานที่ทรงคุณค่า
ถ้าไม่วางรากฐานในอดีตให้แข็งแกร่งอนาคตอาจเติบโตอย่างไร้วิสัยทัศน์ สำหรับผู้ก่อตั้งบริษัท Ikegami นี้ขึ้นมาก็คือคุณ Nobuo Ikegami (池上信夫) ผู้เกิดและเติบโตในท้องถิ่นชนบทก่อนภายหลังจะย้ายเข้ามาทำงานและใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ต้นกำเนิดไอเดียการก่อตั้งบริษัทนั้นเริ่มต้นมาจากการที่เขาขึ้นไปบนหอคอยโตเกียวแล้วมองลงมาเห็นเมืองด้านล่างที่พัฒนาอย่างเจริญก้าวหน้าแต่มันกลับเต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องที่เปรียบเสมือนป่าคอนกรีตสุดลูกหูลูกตา ภาพในสายตาเขาในวันนั้นทำให้เริ่มปณิธานกับตนเองว่าอยากเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมืองให้มากกว่านี้ จนนำมาสู่การเปิดบริษัทขึ้นในปี 1979 พร้อมสโลแกนที่ว่า “空から森が見える日まで” — จวบจนวันที่มองลงมาจากฟ้าแล้วเห็นผืนป่า”
จะว่าเรื่องนี้เป็นพรสวรรค์ที่ทำให้ฝันเป็นจริงก็ไม่ใช่เสียทีเดียวเพราะก่อนหน้านี้เขาเริ่มต้นพรแสวงด้วยสองมือจนสั่งสมความสำเร็จมากบ้างแล้ว เพราะอันที่จริง Nobuo Ikegami เริ่มพัฒนางานวิจัยและคิดค้นนวัตกรรมดินเทียมสำหรับสวนบนหลังคานี้ตั้งแต่ปี 1964 ก่อนการตั้งบริษัทถึง 15 ปี โดยในคราวนั้นเขาได้รับโจทย์จากห้างสรรพสินค้า Nihonbashi Takashimaya (日本橋髙島屋) ในโตเกียวว่าให้พัฒนาระบบปลูกต้นไม้บนดาดฟ้าอย่างจริงจังให้หน่อย และต่อมาในปี 1967 ก็ถือกำเนิด “สวนหลังคาด้วยดินเบาแห่งแรกในญี่ปุ่น” ที่ห้าง Nihonbashi Takashimaya ซึ่งจุดนี้ถือว่าเป็นโครงการบุกเบิกและต้นกำเนิดองค์ความรู้เรื่อง Green Roof ในญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ และเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้นี้มาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับเสาหลัก (Core Pillar) ในการดำเนินธุรกิจมีอยู่ 3 ด้าน นั่นก็คือ
- ความปลอดภัย – ผลิตภัณฑ์น้ำหนักเบาและไม่ทำลายโครงสร้างตลอดจนก่อปัญหาด้านอื่น)
- ความยืดหยุ่น – สามารถปรับดีไซน์และออกแบบระบบให้เข้ากับแต่ละสถานที่ได้รวมถึงรองรับได้ทั้งพื้นที่แนวระนาบตลอดจนพื้นที่แนวเอียง
- ความสวยงาม – ต้องมีดีไซน์ที่สวยงาม เหมาะสมกับบุคลิกของผู้ใช้และอาคาร เป็นมิตรกับผู้คนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงใช้ประโยชน์ได้ยั่งยืนยาวนานอย่างแท้จริง
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Aqasoil (Ikegami Co., Ltd.) และ Good Design Award
ที่มาข้อมูลและภาพ:
– www.g-mark.org
– aqasoil.co.jp
– theurbanis.com
– www.acros.or.jp
– www.c40.org
– adaptation-platform.nies.go.jp
– www.iatp.org
– Ikegami Co., Ltd., Shift Japan, Greenroofs.com



