เคยตั้งคำถามไหมว่า ไก่หนึ่งตัวที่เรากินในชีวิตประจำวัน กว่าจะโตต้องผ่านอะไรมาบ้าง?
ในอุตสาหกรรมปศุสัตว์แบบเดิม ไก่เนื้อส่วนใหญ่ถูกพัฒนาสายพันธุ์ให้โตไว ตัวป้อม อกใหญ่ ขาสั้น เพื่อให้ได้เนื้อเยอะที่สุดในเวลาอันสั้น วงจรชีวิตของไก่เหล่านี้คือการอยู่ในคอกที่แออัด ถูกตัดเล็บ ขลิบปาก และโตมาพร้อมกับความเครียดสะสม

แต่องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) มองเรื่องนี้ต่างออกไป พวกเขาเชื่อว่าสัตว์ก็มีความรู้สึกเจ็บ กลัว และสัมผัสถึงความสุขได้ไม่ต่างจากมนุษย์ การให้ความสำคัญกับสัตว์จึงไม่ได้เป็นเรื่องที่ดีสำหรับสัตว์เพียงอย่างเดียว แต่ยังสำคัญต่อคนและโลกที่เราอยู่ร่วมกันด้วย

และนี่คือที่มาของแนวคิด “Together, we can transform the lives of farm animals in Thailand” จุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนวิธีคิดในการทำฟาร์มของเกษตรกรไทย ไปสู่การลดและยุติการทารุณกรรม ด้วยการเลี้ยงแบบสัตว์สวัสดิภาพสูง (Animal High Welfare) ภายใต้โครงการ “Healthier Chicken Thailand” โดย ปฐม ออร์แกนิก ลิฟวิ่ง จึงเกิดเป็น ‘กลุ่มไก่สุขใจ’ เครือข่ายฟาร์มไก่อินทรีย์ ที่เลี้ยงไก่ให้มีความสุขและได้เติบโตแบบธรรมชาติ ที่องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย ให้การสนับสนุน

ความสุขของไก่ เริ่มต้นที่การเลี้ยงแบบให้อิสระ
โจทย์สำคัญของโครงการ Healthier Chicken Thailand เริ่มจากการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการเลี้ยงไก่ ให้กลับมาสอดคล้องกับธรรมชาติมากที่สุด หัวใจของการทำฟาร์มสัตว์สวัสดิภาพสูง จึงอยู่ที่การเลือกสายพันธุ์ไก่ที่มีวิถีชีวิตกลางแจ้ง และไก่โคราช สายพันธุ์พื้นเมืองลูกผสม ที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ก็คือคำตอบนั้น

ด้วยสรีระตามธรรมชาติที่เพรียว ขายาว ปีกยาว และมีเล็บสำหรับยึดเกาะของไก่โคราช จึงมีสัญชาตญาณชอบกระโดด บินขึ้นเกาะคอนนอนบนต้นไม้ คุ้ยเขี่ยดินหาอาหาร และออกไปนอนอาบแดดกลางแจ้ง สอดรับกับมาตรฐานสัตว์สวัสดิภาพสูง (Animal High Welfare) ที่ไก่จะไม่ถูกขลิบปาก ไม่ตัดเล็บ ไม่ขังกรงแออัด แต่ปล่อยให้ได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ได้แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ไม่มีความเครียดสะสม

การเติบโตอย่างสมบูรณ์ตามธรรมชาติ ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของเนื้อไก่ ที่มีรสสัมผัสนุ่มหนึบ ชุ่มฉ่ำ ให้ปริมาณโปรตีนและคอลลาเจนสูง มีไขมันต่ำ มีกรดไขมันดีอย่างโอเมก้า-3 และสารต้านอนุมูลอิสระสูง ดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค

ความสุขของไก่ไม่เพียงดีต่อไก่และคนกิน แต่ยังดีกับเกษตรกรที่นอกจากจะหลุดพ้นจากวงจรการใช้สารเร่งที่ทำให้เกิดการตกค้างของสารเคมี ยังได้รับการรับซื้อที่เป็นธรรม ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของฟาร์มเล็ก ๆ ให้ยั่งยืน

“ไก่สุขใจ” เปลี่ยนคุณภาพชีวิตไก่ ยกระดับชีวิตเกษตรกร
จุดเริ่มต้นของโครงการเกิดขึ้นในปี 2565 โดย ปฐม ออร์แกนิก ลิฟวิ่ง ร่วมกับคิดดีฟาร์ม ฟาร์มต้นแบบที่ทดลองเลี้ยงไก่ด้วยมาตรฐานสัตว์สวัสดิภาพสูง ก่อนขยายเครือข่ายเกษตรกรเพิ่มขึ้นเป็น 11 ฟาร์มในเวลาต่อมา ในจังหวัดนครราชสีมา สุรินทร์ และนครปฐม ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของไก่ในฟาร์มรวมกันกว่า 20,000 ตัวต่อปี

และในปี 2569 เกษตรกรทั้ง 11 ฟาร์ม ประกอบด้วย คิดดีฟาร์ม, พลูโตฟาร์ม, กุลจิราฟาร์ม, ศตพรฟาร์ม, เครือวรรณฟาร์ม, นิปปอนฟาร์มไทยแลนด์, หัวใจอินทรีย์ฟาร์ม, สุพัตราฟาร์ม, ฟาร์มคุณยายตุ๋ย, หัสดีฟาร์ม และไร่คืนรังฟาร์ม ได้ร่วมกันจัดตั้งกลุ่ม “ไก่สุขใจ” เพื่อเตรียมนำฟาร์มเข้าสู่ระบบรับรองมาตรฐาน “PGS ไก่สุขใจ” ยกระดับจากการเลี้ยงแบบสัตว์สวัสดิภาพสูง ไปสู่มาตรฐานอินทรีย์ควบคู่สัตว์สวัสดิภาพสูง (Organic & Animal High Welfare) อย่างเต็มรูปแบบ

การยกระดับมาตรฐานฟาร์มไก่ ไม่เพียงเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของไก่ให้ได้แสดงออกตามพฤติกรรมธรรมชาติ จากการเลี้ยงดูที่เหมาะสม แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกในอีกหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น:

  • ยกระดับชีวิตเกษตรกรและเศรษฐกิจท้องถิ่น: เกษตรกรได้ใช้ทรัพยากรในฟาร์มอย่างคุ้มค่า และขายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม เมื่อฟาร์มเติบโตขึ้น ก็เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชน และต่อยอดไปสู่ธุรกิจแปรรูปอาหารหรือการท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้
  • สร้างความอุ่นใจให้คนกิน: ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่น เพราะสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มา และกระบวนการเลี้ยงได้อย่างโปร่งใส
  • ชูภาพลักษณ์ให้พื้นที่: การผลักดันฟาร์มสัตว์สวัสดิภาพสูงอย่างจริงจัง ช่วยยกระดับและสร้างชื่อเสียงให้กับอำเภอหรือจังหวัด ในฐานะพื้นที่ต้นแบบด้านเกษตรปลอดภัย
  • ดูแลสิ่งแวดล้อมในระยะยาว: การทำฟาร์มอย่างยั่งยืนช่วยลดการใช้ทรัพยากร ลดผลกระทบต่อธรรมชาติ และสร้างระบบการผลิตที่เหมาะกับการพัฒนาในระยะยาว

ขยายผลให้ยั่งยืน
เพื่อให้การเลี้ยงไก่ในมาตรฐานอินทรีย์ควบคู่สัตว์สวัสดิภาพสูงขยายวงกว้างขึ้น ปฐม ออร์แกนิก ลิฟวิ่ง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้เตรียมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนใน 3 ด้านหลัก ทั้งงานวิจัยสุขภาพเชิงลึก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค การเพิ่มองค์ความรู้ให้กับเกษตรกร และขยายภาคีเครือข่ายภายใต้ MOU ไปยังองค์กรการศึกษา กลุ่มเกษตรกร ธุรกิจขนส่งและผู้จัดจำหน่าย การตลาดและสื่อสารประชาสัมพันธ์ องค์กรรัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนระดับจังหวัดและระดับประเทศ

สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาดูงานหรือต้องการพัฒนาฟาร์มไก่สู่มาตรฐาน Organic & Animal High Welfare สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณเฮ้าส์ โทร. 094-442-4262