
คุณเป็นคาแรกเตอร์ไหนในสายกรีน?
ทุกวันนี้ประเด็นสิ่งแวดล้อมกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่เคย ทำให้หลายคนเริ่มหันมาปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เพื่อช่วยโลกในแบบที่ตัวเองถนัด ตั้งแต่สิ่งที่ทำได้ทันทีรอบตัว อย่างการลดใช้ถุงพลาสติก ใช้ถุงผ้า ไปจนถึงการวางแผนการซื้อของและจัดการขยะที่บ้านให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งแต่ละคนต่างมีสไตล์ไม่เหมือนกัน ชวนลองสำรวจตัวเองสนุก ๆ กันหน่อยว่า เราเป็นคาแรกเตอร์แบบไหนในการรักษ์โลก
1. นักปฏิเสธพลาสติก
สายเซย์โนใช้ถุงพลาสติกในชีวิตประจำวัน เน้นจัดการขยะที่มองเห็นง่ายที่สุดรอบตัว คนไทป์นี้เน้นความเรียบง่าย ไม่ยุ่งยาก ทำได้ทันที ซึ่งช่วยลดการเกิดขยะจากพลาสติกที่ไม่จำเป็นและขยะอาหารในชีวิตประจำวันได้จำนวนมาก
กิจกรรมของนักปฏิเสธพลาสติก
1.1 #คิดไม่ถุง: บอกลาถุงพลาสติก พกถุงผ้าเข้าคาเฟ่หรือร้านสะดวกซื้อ
1.2 #ขวดเดียวแก้วเดิม #ไม่หลอดเนาะ: เลิกใช้ขวดน้ำและหลอดพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง ลดการเกิดขยะมหาศาล
1.3 #กล่องข้าวน้อยจ้าแม่: พกกล่องข้าวใส่อาหารแทนใช้กล่องโฟมและพลาสติกที่ย่อยสลายยาก
จุดเด่นของนักปฏิเสธพลาสติก
รู้ไหมว่า ทุกครั้งที่คุณเซย์โนการใช้พลาสติก คุณกำลังช่วยลดสถิติคนไทยเฉลี่ยใช้ถุงพลาสติก 45,000 ล้านใบ/ปี จากข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษและยังเผยถึง แค่ในพื้นที่กรุงเทพฯ 1 คนใช้ถุงพลาสติกเฉลี่ย 8 ใบ/วัน ทำให้มีขยะพลาสติกมากถึง 80 ล้านใบ/วัน ซึ่งแหล่งกำเนิดส่วนใหญ่ก็มาจากร้านค้า ห้างสรรพสินค้าหรือตลาดที่ใช้จ่ายในทุกวัน
2. นักชอปสายกรีน
คนช่างเลือก ช่างใช้สิ่งของที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เน้นเติมรีฟิลและใช้ซ้ำจนติดเป็นนิสัย โฟกัสที่การเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อและการใช้ของที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด นอกจากจะช่วยลดขยะตั้งแต่ต้นทางแล้ว ยังช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้แบบเต็ม ๆ อีกด้วย
กิจกรรมของนักชอปสายกรีน
2.1 #รีแล้วกรีน ลดซื้อของตามใจ เน้นใช้งานระยะยาว: เลือกซื้อเฉพาะของที่จำเป็นและเน้นคุณภาพที่ใช้งานได้นาน ซึ่งเราสามารถซ่อมแซมหรือนำกลับมาใช้ซ้ำได้เสมอ เช่น เสื้อผ้าที่สามารถใส่ได้ทุกกิจกรรม เครื่องครัวที่คงทน หรือของใช้ส่วนตัวที่ช่วยลดพลาสติกแบบใช้ทิ้ง การลงทุนกับสิ่งของที่สามารถใช้ได้ในระยะยาวจะช่วยลดปริมาณขยะจากต้นทาง และช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีกด้วย
2.2 #ใช้ซ้ำปังสุด มิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้า: ท้าทายตัวเองด้วยการสนุกกับการแต่งตัวจากเสื้อผ้าเดิมของเรา เพื่อช่วยลดขยะจากอุตสาหกรรม Fast Fashion ที่ทรัพยากรในการผลิตจำนวนมาก หรือจะเป็น #ของขวัญกรีนดี: ใช้ของเหลือใช้ทำงานคราฟต์เป็นของขวัญ เช่น ริบบิ้นห่อของขวัญทำจากเศษผ้าไม่ใช้แล้ว หรือ เศษกระดาษนำมาเป็นที่กันกระแทกให้กับสิ่งของ ลดการเกิดขยะในบ้านให้เบาลง
2.3 #คนละTree ลดสร้างฝุ่น: ลดฝุ่นให้กับโลกอย่างปลูกต้นไม้ที่ชอบสักต้น หรือเปลี่ยนมาใช้ขนส่งสาธารณะ เดิน หรือปั่นจักรยานในระยะใกล้ ๆ เพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและฝุ่น PM2.5 ให้เบาบางลง
จุดเด่นของนักช้อปสายกรีน
รู้หรือไม่ว่า คุณคือส่วนหนึ่งที่ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกในประเทศไทยที่สูงถึง 2.88 ล้านตัน/ปี ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเลือกใช้ของที่มีอยู่ให้คุ้มค่ายังช่วยหยุดวงจร Fast Fashion ได้ จากการสำรวจของ YouGov เผยคนไทย 40% ใส่เสื้อผ้าครั้งเดียวแล้วทิ้ง ซึ่งทำให้เกิดขยะเสื้อผ้าที่ย่อยสลายยากจำนวนมาก
3. นักวางแผนชีวิต ECO
สายเก็บรายละเอียดที่ให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนของชีวิต ตั้งแต่ต้นทางการวางแผนซื้อของให้เหลือขยะน้อยที่สุด ไปจนถึงการจัดการขยะปลายทางอย่างถูกวิธี เพื่อให้มั่นใจว่าไลฟ์สไตล์ของคุณจะไม่เป็นภาระให้สิ่งแวดล้อมและคนข้างหลัง
กิจกรรมนักวางแผนชีวิต ECO
3.1 #รีแล้วกรีน วางแผนชีวิตลดขยะตั้งแต่ต้นทาง: ทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน คุณจะเริ่มต้นด้วยการจดรายการเฉพาะของที่จำเป็น เพื่อตัดวงจรการซื้อตามอารมณ์ ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของขยะเหลือทิ้งตั้งแต่ก้าวเข้าบ้าน ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือสิ่งของเครื่องใช้ ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการซ่อมแซมสิ่งของให้ถึงที่สุดก่อนตัดสินใจทิ้ง เพื่อยืดอายุการใช้งานให้คุ้มค่าและลดภาระต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพในทุกขั้นตอนของชีวิต
3.2 #แยกได้แยกดี แยกขยะและจัดการเศษอาหารในครัวเรือนอย่างเป็นระบบ: ทั้งขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย นอกจากนี้ยังจัดการขยะอาหาร ตั้งแต่ต้นทางด้วยการเคลียร์ของในตู้เย็นให้หมด ไปจนถึงปลายทางด้วยการทำปุ๋ยหมักใช้เองที่บ้าน
3.3 #ไม่เก็บไม่ใช้ไปไหนต่อ จัดการสิ่งของไม่ใช้แล้วส่งคืนต้นทางเพื่อนำไปใช้ใหม่: เริ่มจากเคลียร์ของที่ไม่ใช้แล้วในสภาพดีส่งต่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น บริจาคปฏิทินเก่าส่งต่อให้มูลนิธิคนตาบอด หรือ เก็บถุงพลาสติกส่งไปทำเป็นอิฐบล็อกปูถนน
จุดเด่นของนักวางแผนชีวิต ECO
รู้หรือไม่ว่า ทุกครั้งที่วางแผนคุณช่วยลดตัวเลขสถิติขยะมูลฝอยกว่า 27 ล้านตันต่อปี เพราะค่าเฉลี่ยที่หนึ่งคนสร้างขยะสูงถึง 1.12 กิโลกรัมในทุก ๆ วัน ซึ่งขยะเหล่านี้เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันรอบตัวเราทั้งสิ้น จากข้อมูลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปี 2566 ขณะเดียวกันการซ่อมแทนการซื้อเสื้อผ้าใหม่ หากเรายืดอายุการใช้งานออกไปได้อีกเพียง 9 เดือน จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้สูงถึง 20-30% เลยทีเดียว จากงานวิจัยของ WRAP (Waste & Resources Action Programme)
ตอนนี้คุณเป็นคาแรกเตอร์แบบไหน? อย่าลืมมาอวดกันที่ #GreeneryChallenge หน่อยนะ สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะสไตล์ไหนเราขอยกนิ้วให้กับความตั้งใจในการรักษ์โลกของทุกคน เพราะโลกจะน่าอยู่ขึ้น เริ่มต้นได้จากพลังสองมือของพวกเราทุกคน
ที่มาข้อมูล:
https://www.thaipbs.or.th/news/content/340722
https://www.seub.or.th/bloging/news/แคมเปญ-งดใช้ถุงพลาสติก-ช/
https://www.tei.or.th/th/environment_news_detail.php?eid=2650
https://www.pptvhd36.com/wealth/sustainability/231294
https://www.thaipbs.or.th/now/content/1200
https://blog.gettransport.com/hu/less-waste-more-taste-attitudes-toward-food-waste-reduction-strategies/
https://www.wrap.ngo/resources/case-study/extending-product-lifetimes-wraps-work-clothing-durability
https://www.onep.go.th//30-ธันวาคม-2568-ขยะพลาสติก-ล้/
other Infographics
ดูอินโฟกราฟฟิคทั้งหมดEnvironment
เช็กลิสต์ 5 วิธี ดูแลตัวเองให้รอดจากฝุ่นจิ๋ว
Environment

