แฟชั่นเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในขณะเดียวกันก็ถูกโจมตีว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุและเป็นต้นเหตุสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อวิกฤติโลกร้อนเช่นกัน แน่นอนว่าจะไปสั่งให้อุตสาหกรรมแฟชั่นหยุดขับเคลื่อนก็คงไม่ได้ แต่ก็ยังมีแนวโน้มที่ดีว่าอุตสาหกรรมนี้ก็กำลังผนึกกำลังช่วยกันเปลี่ยนแปลงเพื่อให้โลกดีขึ้นด้วยเช่นกัน หนึ่งในการปรับเปลี่ยนที่น่าสนใจก็คือการพยายามคิดค้นวัตถุดิบใหม่ ๆ ที่ทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้วก็ยั่งยืนไปพร้อมกันด้วย เราเลยรวบรวมแนวคิดดี ๆ ของการสร้างสรรค์นวัตกรรมเปลี่ยนโลกในทิศทางวัสดุแฟชั่นเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Fashion Material) ตลอดจนนวัตกรรมวัสดุทดแทนหนังสัตว์ (Alternative Leather) ที่ลดการเบียดเบียนชีวิตสัตว์และสร้างมลพิษให้โลกได้มากทีเดียว จะมีอะไรน่าสนใจบ้างลองมาดูกัน

หนังวัวเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ (Lab Grown Cow Leather)
นวัตกรรมใหม่มาแรงที่คาดว่าจะมีส่วนในการปฏิวัติอุตสาหกรรมแฟชั่นได้ในอนาคตอันใกล้นี้ก็คือนวัตกรรมหนังวัวแท้ที่ไม่ใช่ลอกหนังมาจากวัวเช่นเดิมแต่เป็นการหนังแท้ที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงเซลล์ผิวหนังของวัวโดยที่วัวจะไม่ถูกฆ่าและยังคงมีชีวิตอยู่ตามปกติ หนังประเภทนี้เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีชีวภาพ (Biofabrication) เพาะเลี้ยงเซลล์ภายในไบโอรีแอคเตอร์ที่มีสารอาหารเหมาะสมในการเจริญเติบโต
กระบวนการนี้จะใช้เวลาเพียง 3-4 สัปดาห์ในการเพาะให้เซลล์เจริญเติบโตจนเป็นเนื้อเยื่อหนังที่สมบูรณ์ และยังแตกต่างจากการเลี้ยงวัวแบบดั้งเดิมที่ใช้เวลาหลายปีกว่าวัวจะเจริญเติบโตจนนำหนังมาใช้ประโยชน์ได้ หนึ่งในองค์การที่กำลังศึกษาและพัฒนาเรื่องนี้อย่างบริษัท VitroLabs และ Cultivated Biomaterials ก็กำลังพัฒนาเทคโนโลยีนี้เพื่อให้นำไปใช้ในอุตสาหกรรมแฟชั่นในอนาคต โดยงานวิจัยยังชี้ว่าหนังวัวเพาะเลี้ยงนี้อาจช่วยลดการใช้น้ำลงได้ถึง 95% และลดการใช้น้ำทั้งหมดภายในระบบผลิตกว่า 80% รวมถึงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้กว่า 90% เมื่อเทียบกับการผลิตหนังจากระบบดั้งเดิมเลยทีเดียว
นี่ยังไม่นับการช่วยแก้ปัญหาจากการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อทำฟาร์มเลี้ยงวัว การใช้สารเคมีอันตรายในโรงฟอกหนัง การขนส่งอื่น ๆ และผลกระทบอีกมากมายที่เกิดจากกระบวนการผลิตหนังแบบเดิม ยิ่งไปกว่านั้นหนังวัวรูปแบบใหม่นี้จะทำให้เราสามารถใช้ผลิตภัณฑ์หนังสัตว์ได้อย่างไม่รู้สึกผิด และเป็นผลิตภัณฑ์หนังที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากมายหลายมิติ ตลอดจนทำให้วงการแฟชั่นยังสามารถนำหนังสัตว์ (หนังวัว) ไปสร้างสรรค์ผลงานได้อีกมากมายโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและทำร้ายชีวิตสัตว์เช่นที่ผ่านมา

หนังจากกากกาแฟ (Coffee Grounds Leather)
หนึ่งในขยะจากอุตสาหกรรมกาแฟที่มักเป็นปัญหาสำคัญก็คือกากกาแฟนั่นเอง อันที่จริงแล้วก็มีคนพยายามคิดค้นนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อนำกากกาแฟไปใช้ประโยชน์ต่อมากมายทว่าผลงานล่าสุดของการสร้างสรรค์นวัตกรรมนี้ดูสร้างคุณค่าและมูลค่าให้กับมันได้มากและน่าสนใจทีเดียว นวัตกรรมที่ว่านี้ก็คือการผลิตหนังจากกากกาแฟซึ่งเป็นผลงานของนักวิจัยไทยที่ไปคว้ารางวัลการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาติที่กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์มาแล้วด้วย โดยนวัตกรรม “หนังสังเคราะห์จากกากกาแฟ” นี้สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกิดประโยชน์ต่อเนื่องมหาศาลและเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจให้กับทั้งอุตสาหกรรมกาแฟและอุตสาหกรรมแฟชั่นได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว
นวัตกรรมนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดเรียบง่ายไม่ซับซ้อน เพียงแค่นำกากกาแฟมาผสมกับน้ำยางธรรมชาติในอัตราส่วนที่เหมาะสมก็จะเกิดเป็นผลผลิตยางคอมโพสิต (Rubber Composite) ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับหนังแท้เลยทีเดียว แถมราคายังถูกกว่าหนังสัตว์ถึงครึ่งหนึ่งอีกด้วย ที่สำคัญกระบวนการทั้งหมดใช้เวลาสั้นและได้แผ่นหนังสังเคราะห์พร้อมใช้งานทันที ไม่ต้องผ่านกระบวนการฟอกที่ทำลายสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้นเรายังสามารถเลือกผลิตหนังให้หนาหรือบางได้ตามความตามต้องการในการใช้งาน รวมถึงสร้างสรรค์ลายหนังบนพื้นผิวได้ตามความต้องการเช่นกัน
นอกจากนี้ในด้านมิติสิ่งแวดล้อมกระบวนการผลิตหนังสัตว์นั้นสร้างคาร์บอนฟุตพรินท์ให้โลกสูงมาก ส่วนหนังสังเคราะห์ทั่วไป อาทิ PU (โพลียูรีเทน) หรือ PVC (โพลีไวนิลคลอไรด์) ก็เป็นโพลิเมอร์ที่ต้องกลั่นจากน้ำมันแบบ Fossil-based เมื่อใช้งานไประยะหนึ่งแล้วจะเกิดการเสื่อมสภาพและเป็นวัตถุที่ย่อยสลายได้ยากและใช้เวลานานอีกต่างหาก แถมก็ยังไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในหลายมิติด้วย ในขณะที่หนังสังเคราะห์จากกากกาแฟนั้นจากการคำนวณผลคาร์บอนฟุตพรินท์พบว่ามีค่าน้อยกว่าวัสดุเดิมอย่างมาก และมีแนวโน้มที่จะย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเมื่อถูกฝังกลบ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่า คุณสมบัติการใช้งานไม่ด้อยกว่าใคร และต้นทุนถูกกว่ามากทีเดียว คาดว่าจะเป็นอีกวัสดุยั่งยืนที่จะเป็นทางเลือกที่ดีต่อวงการแฟชั่นในอนาคตแน่นอน

หนังเทียมจากขยะอาหารทะเล (Seafood Waste Leather)
ในหนึ่งวันโลกเราผลิตขยะอาหารจากแค่เฉพาะสัตว์ทะเลทั้งจากระบบอุตสาหกรรมอาหารไปจนถึงการบริโภคระดับครัวเรือนอย่างมากมายมหาศาลไม่น่าเชื่อ ประเด็นนี้เองเป็นแรงบันดาลใจให้นักวิจัยด้านวัสดุศาสตร์ตลอดจนดีไซน์เนอร์ชาวเวียดนามนำมาคิดค้นนวัตกรรมวัสดุทดแทนหนังสัตว์ (Alternative Leather) ในอีกรูปแบบที่น่าสนใจทีเดียว
ผลิตภัณฑ์นี้ก็คือ TômTex หนังเทียมที่ผลิตจากเปลือกสัตว์ทะเลอันเป็นขยะอาหาร (คำว่า Tôm ในภาษาเวียดนามเเปลว่า กุ้ง) โดยไอเดียนี้เริ่มจากการนำบรรดาเปลือกกุ้ง เกล็ดปลา ตลอดจนเปลือกขยะอาหารทะเลต่าง ๆ มาสกัดสารไคโตซาน (Chitosan) ให้เป็นรูปแบบผง จากนั้นจะนำมาผสมกับน้ำและสารสกัดอื่น ๆ ตลอดจนส่วนผสมอื่น ๆ ที่ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ผสมตามสูตรที่คิดค้นขึ้น ทั้งยังสามารถผสมสีลงไป (ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้เลือกใช้สีธรรมชาติ) ก่อนจะนำไปเทลงในแม่พิมพ์แล้วทิ้งไว้หนึ่งคืนแล้วนำไปตากทิ้งไว้ในที่ร่ม (อุณหภูมิห้อง) อีก 2 วัน ก็จะได้วัสดุหนังคล้ายยางที่นุ่ม ยืดหยุ่น แต่เหนียวและแข็งแรงทนทาน กันน้ำ ตลอดจนยังสร้างสรรค์ลวดลายลงบนพื้นผิววัสดุได้อีกมากมายด้วย
กระบวนการนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องทำความร้อน นั่นหมายถึงการประหยัดพลังงาน แถมยังช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์อีกมากมาย นอกจากนี้วัตถุดิบยังเป็นวัสดุที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ สามารถย่อยสลายได้ง่ายตามธรรมชาติในระยะเวลาไม่นาน นับเป็นนวัตกรรมวัสดุแฟชั่นสุดสร้างสรรค์และน่าสนใจทีเดียว

ผ้าจากขยะเกษตรกรรม (Crop Waste Fabric)
อีกหนึ่งเทรนด์ด้านวัสดุสำหรับ Sustainable Fashion และ Sustainable Design & Furniture ที่กำลังมาแรงอีกครั้งก็คือเทรนด์ผลิตผ้าทอจากขยะเกษตรกรรม ซึ่งปัจจุบันนี้มีคนคิดค้นนวัตกรรมขึ้นมากมายรวมถึงทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนและมหาวิทยาลัยเทคนิคแห่งเดนมาร์กนี้ที่ได้พัฒนานวัตกรรมการผลิตผ้าจากเศษพืชผลทางการเกษตร เช่น ฟางข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ที่เกษตรกรทิ้งไปแล้ว โดยมีเป้าหมายพัฒนาวัสดุอุตสาหกรรมแฟชั่นเพื่ออนาคตอย่างจริงจัง
กระบวนการนี้จะนำขยะการเกษตรมาย่อยสลายเป็นเซลลูโลสซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของผนังเซลล์พืชแล้วปั่นเป็นเส้นใยวิสโคสที่ใช้ผลิตเสื้อผ้าได้ แถมยังช่วยประหยัดพลังงานและน้ำมากกว่าวิธีการดั้งเดิมด้วย ผลการทดสอบในห้องทดลองปฏิบัติการพบว่าเส้นใยที่ได้จะมีคุณภาพเทียบเท่ากับเส้นใยที่ผลิตจากเยื่อไม้เลยทีเดียว โดยการผลิตผ้าฝ้ายแบบดั้งเดิมนั้นต้องใช้น้ำและสารกำจัดศัตรูพืชจำนวนมาก หรือแม้แต่เส้นใยสังเคราะห์จากเชื้อเพลิงฟอสซิลก็ปล่อยไมโครพลาสติกสู่ระบบนิเวศ
การนำมวลชีวภาพมาผลิตผ้านี้ยังช่วยลดมลพิษและสร้างแหล่งรายได้ใหม่ให้กับชุมชนชนบทตลอดจนเกษตรกรทั่วโลกได้ด้วย ทั้งตัวผืนผ้าเองยังย่อยสลายได้ง่ายอีกด้วย ดูเป็นทิศทางของแฟชั่นวิถียั่งยืนที่มีอนาคตไกลทีเดียว
ยังมีวัสดุแฟชั่นเพื่อวิถียั่งยืนอีกมากมายที่เราไม่ได้นำเสนอ รวมถึงก็ยังมีนวัตกรรมใหม่ ๆ อีกมากมายที่จะทำให้โลกนี้ดีขึ้น แต่ทางที่ดีกว่าคือการรู้จักบริโภคแฟชั่น ใช้ให้เกิดประโยชน์ที่พอดี ตลอดจนเลือกแฟชั่นที่ผลิตจากวัสดุยั่งยืน ก็เป็นอีกหนึ่งหนทางช่วยโลกได้เช่นกัน
ที่มาข้อมูล:
– happyeconews.com
– www.greenqueen.com.hk
– www.chula.ac.th
– www.dezeen.com
– happyeconews.com
ภาพถ่าย: Happy Eco News, green queen, dezeen



