เมื่อพูดถึง “อาหารแห่งอนาคต” หลายคนอาจนึกถึงแค่อาหารแคปซูลหรือโปรตีนจากแมลง แต่แท้จริงแล้ว แก่นของการเปลี่ยนผ่านระบบอาหารในศตวรรษนี้ตั้งอยู่บนแนวคิด Regenerative Food System หรือระบบอาหารเชิงฟื้นฟู ที่เน้นการเยียวยาระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิต-ผู้บริโภค และความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจอย่างเป็นองค์รวม

ในงานสัมมนานานาชาติ Future Food System Conference & Show 2025 นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต ระบบนิเวศที่ยั่งยืน และการลงทุน “RE-GENERATIVE FOOD & AI: TRANSFORMING OUR FOOD SYSTEM” ที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง BKO Buddy, TASTEBUD LAB และ Future Food Network ร่วมกับภาครัฐและเอกชน ได้กลายเป็นเวทีรวมพลังของผู้เชี่ยวชาญ และผู้นำธุรกิจกว่า 15 ประเทศทั่วโลก ร่วมกันออกแบบระบบอาหารแห่งอนาคตที่ยั่งยืน ครอบคลุม และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง

8 บทเรียนสู่ระบบอาหารแบบฟื้นฟู (Regenerative Food)
อาหารแห่งอนาคตไม่ได้หมายถึงนวัตกรรมล้ำ ๆ อย่างเดียว แต่คือการฟื้นฟูความสมดุลระหว่างธรรมชาติ เกษตรกรรม และผู้บริโภค ซึ่งในวงเสนาได้ถอดบทเรียนสำคัญ 8 ข้อ ที่จะเป็นเข็มทิศเปลี่ยนอนาคตอาหารโลก ไว้ดังนี้

  1. Regenerative ไม่ใช่แค่การทำเกษตรแบบยั่งยืน แต่คือการคืนชีวิตให้ดิน โดย ดร.ศิริกุล เลากัยกุล, Sustainable Brands Thailand กล่าวว่า “การทำเกษตรแบบฟื้นฟู ต้องเริ่มจากเข้าใจธรรมชาติของดิน ไม่ใช่เพียงเพื่อผลผลิต แต่เพื่อตอบแทนธรรมชาติที่เลี้ยงดูเรา”
  2. แบรนด์อาหารยุคใหม่ ต้องสร้าง “ความเชื่อมั่น” มากกว่าสินค้า ความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อสังคม และการสนับสนุนชุมชนคือบทบาทใหม่ที่แบรนด์ต้องรับผิดชอบ
  3. ออกแบบระบบอาหารต้องมองทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ คุณแดน ปฐมวาณิชย จาก NRF ย้ำว่า “กว่า 80% ของคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในอาหารหนึ่งหน่วย มาจากวัตถุดิบ ไม่ใช่โรงงาน” ดังนั้น การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต้องเริ่มจากแหล่งผลิต โดยการส่งเสริมเกษตรกรให้เข้าสู่ระบบเกษตรแบบฟื้นฟูอย่างจริงจัง
  4. Regenerative Food คือการลงทุนในอุตสาหกรรมอาหาร โดยคุณ Ming Zhu (Nourish Ventures) กล่าวว่า “เรามองหาโครงการที่เข้าใจบริบทของเกษตรกร และสามารถสร้างผลลัพธเชิงระบบ ไม่ใช่แค่นวัตกรรมที่สวยงาม”
  5. เกษตรกรไทยมีศักยภาพ แต่ยังขาดแรงจูงใจและกลไกส่งเสริม จำเป็นต้องมีนโยบายช่วยลดต้นทุน และเพิ่มมูลค่าด้วยตลาดที่ยุติธรรม
  6. ระบบอาหารยั่งยืน ต้องเกิดจาก “ความร่วมมือ” ทุกภาคส่วนต้องเชื่อมโยงกันในลักษณะ Ecosystem
  7. ไม่ใช่แค่มนุษย์ต้องเปลี่ยน โลกเองก็ต้องได้ฟื้นฟู แนวคิด Life-Centric เน้นให้ธรรมชาติกลับมามีบทบาทร่วมในการออกแบบอนาคต
  8. การเปลี่ยนอนาคต เริ่มจากการเปลี่ยนมุมมองต่อ “คุณค่า” ผู้บริโภคต้องเห็นคุณค่าของอาหารที่ผลิตอย่างรับผิดชอบ ธุรกิจต้องกล้ายอมรับต้นทุนที่สะท้อนความเป็นจริง

เมื่อ AI และ Regenerative Thinking กลายเป็นตัวช่วยพลิกอนาคตอาหารโลก
การฟื้นฟูไม่ได้หมายถึงการย้อนกลับ แต่คือการสร้างระบบใหม่ที่ดีกว่า “คำถามไม่ใช่ว่าเราจะถอยกลับไปหาอดีตได้ไหม แต่คือเราจะสร้างสิ่งใหม่ในโลกที่เปลี่ยนไปแล้วอย่างไร” คือประเด็นจากวงเสวนานี้ ที่ชี้ให้เห็นว่า Regenerative Food System ไม่ใช่แค่เรื่องของเกษตรกรรม แต่คือแนวทางของทั้งเศรษฐกิจอาหาร ที่ต้องขับเคลื่อนร่วมกันก่อนปี 2050 จะมาถึงโดยไม่ทันตั้งตัว

ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา เชื่อว่า AI จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ว่า “ควรปลูกอะไร ปลูกเมื่อไร และขายให้ใคร” ขณะที่คุณหทัยกาญจน์ กมลศิริสกุล จาก Thai Wah ใช้ข้อมูลจากฟาร์มกว่า 3,000 แห่งพัฒนาอาหารที่ตอบโจทย์อย่างแท้จริง และ Mr. Peter Yu มองว่าเนื้อเพาะเลี้ยงคือโอกาสใหม่ ไม่ใช่ภัยคุกคาม “Cultivated Meat ไม่ได้มาแทนระบบเดิม แต่มาเสริมให้โปรตีนเพียงพอในอนาคต” และ Dr. Crispin Howitt สรุปชัดว่า “มันไม่ใช่ Alternative Protein แต่เรียกว่า Complementary” นวัตกรรมโปรตีน เช่น Lactoferrin จากเทคโนโลยี Precision Fermentation ถูกพัฒนาเพื่อเติม เต็มระบบอาหาร ไม่ได้แย่งพื้นที่หรือวัตถุดิบจากภาคการผลิตดั้งเดิม จุดมุ่งหมายคือการสร้างตัวเลือก ที่ดีต่อสุขภาพ รสชาติ และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

ลงทุนอย่างไรให้โลกยั่งยืน
การลงทุนยุคใหม่ต้องกล้ายอมรับความเสี่ยง และสนับสนุนไอเดียที่มีศักยภาพในการสร้างโลก ที่ดีกว่าการลงทุนในระบบอาหารยุคใหม่ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลก สุขภาพ และความมั่นคงทางอาหารอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ Dr. Srinivasan Ancha, Principal Climate Change Specialist, ADB ชี้ว่า “ทุนวันนี้ต้องผสมผสานหลายรูปแบบ เช่น Blended Finance และเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเร่งสตารทอัพที่มีเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน” ส่วนคุณมนู มากมณี (TBAN) เน้นว่า “ไม่ใช่ทุกไอเดียจะเป็นยูนิคอร์น แต่ทุกไอเดียเปลี่ยนโลกได้ ถ้าวัดผลถูกวิธี”

นอกจากนี้คุณสันติ อาภากาศ (Tastebud Lab) ได้มองว่าประเทศไทยมีองค์ประกอบที่พร้อมสำหรับการเป็น “ฐานพัฒนาและขับเคลื่อน นวัตกรรมอาหารระดับโลก” ทั้งด้านวัตถุดิบทางชีวภาพ ผู้บริโภคที่เปิดรับนวัตกรรม และระบบทุน ที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจใหม่ ๆ พร้อมชูไทยเป็นฐานของนวัตกรรมอาหารโลก ด้วยทุน 4 รูปแบบ ภาครัฐ, Angel, VC และ Matching Fund

ในวันที่โลกต้องเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม โภชนาการ และความมั่นคงทางอาหาร การเปลี่ยนแปลงระบบอาหาร จึงไม่ควรถูกมองเพียงในมิติของผลตอบแทนทางการเงิน แต่คือการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ที่เราทุกคนมีบทบาทในการร่วมออกแบบอนาคตอาหารที่ยั่งยืนไปด้วยกัน

ภาพถ่าย: Future Food System Conference & Show 2025