กินดี กินสนุก กินให้มีความสุขแบบ MS HAPPY DIET


กินแล้วผอม กินแล้วหุ่นดี น่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้สาวๆ หลายคนหันมาใส่ใจการกิน สนใจอาหารที่เราทานกันมากขึ้น เช่นเดียวกับ เมย์-ศวิตา เศรษฐาภรณ์ บล็อกเกอร์สาว และ Health Coach ที่เปลี่ยนชีวิตจากคนไม่สนใจอาหาร มาสู่การเป็นผู้ให้คำแนะนำสาวๆ ถึงแนวคิด วิธีการกิน และการดูแลตนเอง ผ่าน MS HAPPY DIET สังคมเล็กๆ ที่เธอสร้างมาเพื่อส่งต่อและแบ่งปันวิธีการดูแลตัวเองให้ทั้งสุขภาพดีและมีความสุข ในช่องทางที่หลากหลาย ทั้งเว็บไซต์ สังคมออนไลน์ และการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปร่วมกับเชฟหลายๆ คน เพื่อบอกว่าเราสามารถกินอาหารอร่อย แต่ก็ให้ความสำคัญสุขภาพไปพร้อมๆ กันได้

จุดเริ่มต้นของ MS HAPPY DIET คือการลดน้ำหนักแบบลองผิดลองถูกเมื่อ 5-6 ปีก่อน เมย์บอกว่าเธอเองก็เป็นเด็กสาวทั่วไปที่ไม่มีความรู้หรือความเข้าใจเกี่ยวกับการลดน้ำหนักมากมาย พยายามลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกาย ไม่กินแป้ง เลี่ยงไขมัน แต่วันหนึ่งเธอได้รู้จักกับการกินแบบ Macrobiotic ซึ่งเป็นวิธีการกินแบบคนญี่ปุ่นที่เน้นธัญพืชและถั่วไม่ขัดสีเป็นหลัก ทำให้เธอพบว่ามีวิธีการกินที่ยังอิ่มท้อง แต่น้ำหนักไม่ขึ้นได้ นั่นทำให้เธอสนใจเรื่องอาหารดี ลงลึกไปกับเรื่องราวของอาหารเพื่อสุขภาพมาจนถึงทุกวันนี้

จากการลองผิดลองถูกมามากมาย วันนี้เธอสามารถหาสมดุลของการเป็นคนชอบกินและชอบใช้ชีวิตมีความสุขกับการรักษาสุขภาพของตนเองและรวมถึงสร้างแรงบันดาลใจเกี่ยวกับการใช้ชีวิตแบบสุขภาพดีและมีความสุขให้กับผู้หญิงอีกหลายหมื่นคนผ่าน MS HAPPY DIET ของเธอ

จากคนที่สนใจสุขภาพทั่วไป มาเริ่มทำบล็อกได้อย่างไร

พอเราสนใจเรื่อง Macrobiotic เเล้วผอมลง คนก็เลยถามว่าทำยังไง เเล้วตอนนั้นเราก็ไปอินกับวิปัสสนาด้วยเพราะอยากให้ชีวิตตัวเองมีสมาธิมากขึ้น เมย์คิดว่าการดูแลร่างกายกับเรื่องจิตใจมันมาคู่กัน คุณเเม่บอกว่าเธอใช้ชีวิตแบบนี้ดูแก่เกินวัยมาก ชาตินี้ต้องขึ้นคานชัวร์ (หัวเราะ) แต่เราคิดว่าการดูแลสุขภาพมันไม่ได้ดูแก่เกินวัย เราเริ่ม MS HAPPY DIET มาได้เพราะเป็นคนชอบถ่ายรูปอาหาร คือเมื่อ 6 ปีที่แล้วยังไม่ได้มีบล็อกเยอะมากขนาดนี้ พอจะถ่ายรูปอาหาร ที่บ้านก็ถามว่าถ่ายทำไมจะกินแล้ว ก็เลยคิดว่าทำบล็อกเเล้วกันจะได้มีเหตุผลว่าเอารูปไปใช้

เราอยากทำภาพลักษณ์ของการดูเเลสุขภาพให้ดูวัยรุ่นขึ้น เพื่อให้เพื่อนๆ วัยเราอยากกินอาหารที่ดีและหันมาดูแลสุขภาพได้โดยที่ไม่รู้สึกว่ามันทรมานชีวิต

ช่วงนั้นจะมีแต่สื่อแบบนิตยสารชีวจิต หรือสื่อที่คุยกับคนอายุมากหน่อย เมย์เลยพยายามสร้างรูปแบบของบล็อกให้เป็นไลฟ์สไตล์เลย มีความเป็นแฟชั่น ไม่ให้ดูแก่ และพอทำมาสักพัก คนก็เริ่มมาถามนู่นนี่ ช่วงแรกๆ เราก็กูเกิลตอบ แต่ก็คิดว่ามันน่าเกลียดไปหน่อย ชีวิตเขาเลยนะ อยากรับผิดชอบในคำพูดตัวเอง ก็เลยไปเรียนหลักสูตรต่างๆ มาเรื่อยๆ ตลอด 5 ปี จนตอนนี้ได้รับการรับรองเป็น Certified Health Coach หรือที่ปรึกษาด้านสุขภาพแล้ว

การเรียนเพื่อเป็น Health Coach คืออะไร ต่างจากเป็นเทรนเนอร์หรือนักโภชนาการอย่างไร

ตอนแรกสุดเลย เราไปเรียนด้านโภชนาการเกี่ยวกับ plant based nutrition จาก Cornell University อันนี้เกี่ยวกับการกินแบบ whole foods คืออาหารจากธรรมชาติแบบครบรูป ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ ถั่ว หรือธัญพืช เราจะเน้นทานแบบที่ผ่านกระบวนการน้อยที่สุด ขัดสีน้อยที่สุด ซึ่งรักษามะเร็งและโรคต่างๆ ได้ด้วย ก็รู้สึกว่าเจ๋งดีเพราะก่อนหน้านี้ตอนที่เรากินอาหารสุขภาพเเรกๆ คิดอะไรไม่ออกก็กินข้าวน้อย แล้วก็ไม่กินเนื้อสัตว์ คิดเอาเอง แล้วกินผิด เรากินด้วยความไม่รู้ กลายเป็นเลือดจางจนต้องไปให้เลือด แล้วพอไปเรียน plant based  เราเลยได้รู้ว่าต้องมีวิตามินตัวนี้ๆ นะ ก็ดีขึ้น แต่ก็ยังมีความรู้สึกว่าเรายังไม่ได้ป่วย ไม่อยากใช้ชีวิตเหมือนคนป่วย โลกนี้ยังมีอะไรเยอะแยะ เป็นคนชอบกินด้วยก็ไม่อยากใช้ชีวิตแบบกินเจ ตอนนั้นเราก็ค้นหาที่เรียนเกี่ยวกับโภชนาการนี้แหละ พอพบว่าหลักสูตร Health Coach ของ Institute of Integrative Nutrition ก็สนใจ 

Health Coach ไม่จำเป็นต้องเก่ง รู้ทุกอย่าง แต่คือคนที่สามารถไกด์คนอื่นไปให้ถึงจุดเป้าหมายของเขาได้โดยวิธีการธรรมชาติ และเหมาะกับแต่ละบุคคล

Health Coach ต้องเรียนอะไรบ้าง

คลาสเรียนนี้เป็นการให้เราสำรวจการกินทั่วโลกซึ่งมีหลายสิบแบบเลย แล้วดูว่าแบบไหนเหมาะกับตัวเอง แล้วเขาก็จะสอนว่าการกินเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพนะ การมีสุขภาพที่ดีจริงๆ ต้องมาจากจิตใจก่อน เขาก็บอกว่าจริงๆ แล้วอาหารมี 2 แบบนะ คือ primary food กับ secondary food 

primary food ไม่ใช่อาหารที่เรากินเลย แต่คืออาหารใจ เหมือนกับการงานเราโอเคหรือเปล่า การเงินเป็นอย่างไร ครอบครัวมีความสุขไหม อะไรก็ตามที่เป็นไลฟ์สไตล์เรา เพราะเขาเชื่อว่าถ้าเราเเฮปปี้กับสิ่งเหล่านั้นเราจะไม่โหยอาหาร

บางทีชีวิตเราอาจจะต้องการการเติมเต็มอยู่ มันโหยอย่างอื่นที่ไม่ใช่อาหาร เวลาที่โค้ชคน เราจึงไม่พูดถึงแต่เรื่องอาหาร เราจะพูดถึงไลฟ์สไตล์อย่างอื่นของเขาก่อน ไม่ได้เริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนอาหาร แต่ให้เปลี่ยนไลฟ์สไตล์

น้องคนหนึ่งมีปัญหาสิว อ้วน ท้องผูก ก็คุยกับเขาแล้วเจอว่าเขาไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลย การบ้านที่เมย์ให้ไปทำคือไปดูหนังคนเดียวให้หน่อย เขาก็งงมากว่าทำไปทำไม คือเขาไม่เคยไปเที่ยวต่างประเทศ ไม่เคยแพลนทำอะไรด้วยตัวเองเลยเพราะเขาไม่มีความมั่นใจในตัวเอง แต่พอเปลี่ยนแปลง ตอนนี้ไปไกลเลย มีความฝัน มีสิ่งที่อยากทำให้ตัวเอง แล้วน้ำหนักก็เริ่มลงโดยที่ไม่ต้องทำอะไรมาก เพราะมันเริ่มจากที่เรารักตัวเอง ความรู้สึกอยากดูแลตัวเองดีๆ อยากทานอาหารที่ดีมันจะตามมาเองโดยที่ไม่ต้องพยายามมาก

secondary food คืออาหารที่เรากินเข้าไป ก็ต้องสอนให้เขากินอาหารให้ครบหมู่ กินอาหารที่มีวัตถุดิบที่ดี ที่มาจากธรรมชาติ อาจไม่ต้องถึงขั้นออร์แกนิกแต่รู้เเหล่งที่มา เลี่ยงของแปรรูปรวมถึงผงปรุงรสต่างๆ นอกจากนี้ก็จะเป็นเรื่องหลักๆ ของหลักสูตร นั่นคือการบอกว่าร่างกายของทุกคนไม่เหมือนกัน อย่าให้ทุกคนกินเหมือนกัน เพราะสิ่งที่ดีสำหรับเราอาจจะเป็นพิษกับคนอื่นก็ได้ อย่าบังคับว่าทุกทฤษฎีจะเหมาะกับทุกคน แล้วก็สอนการกินทั่วโลกเลยว่าทำไมประเทศนี้อายุยืน สารต้านอนุมูลอิสระคืออะไร ระบบย่อยคืออะไร อายุรเวชคืออะไร ก็คือสอนทุกทฤษฎีให้เราเอาไปปรับใช้

พอเรามาเป็นโค้ชส่วนตัว เราก็ต้องดูที่ไลฟ์สไตล์เขาว่าต้องการอะไรแบบไหน เป็นคนชอบออกกำลังกายหรือเปล่า ชอบกินอะไรแบบไหน หลักการเรามันคือ MS HAPPY DIET คืออยากให้คุณเป็นผู้หญิงที่มีความสุข คำว่า diet ของเราคือการบริโภค ซึ่งไม่ได้เป็นแค่อาหาร เพราะฉะนั้น เมย์จะบอกทุกคนเสมอว่าถ้าเริ่มกินอาหารคลีนหรือเริ่มออกกำลังกายแล้วเครียด ไม่ต้องทำ เพราะมันจะแย่กว่าเดิมอีก

สิ่งที่ทำต้องมีความสุขเป็นพื้นฐาน หลายทฤษฎีบอกตรงกันว่า สิ่งที่อันตรายที่สุดกับร่างกายก็คือความเครียดนี่แหละ

คนส่วนใหญ่เริ่มหันมาใส่ในสุขภาพ หรือปรึกษาปัญหาสุขภาพกับคุณเพราะอะไร

สัญญาณอะไรที่บอกว่าเราควรดูเเลร่างกายตัวเอง คือปกติร่างกายเราดีท็อกซ์ด้วย 5 อย่าง การหายใจ เหงื่อ ประจำเดือน ปัสสาวะ อุจจาระ อันนี้คือร่างกายปกติ สุขภาพดี แต่ถ้าร่างกายเริ่มมีสารพิษแล้วขับออกมา ก็จะเริ่มมีอาการอย่างปวดหัว เป็นไข้ ท้องผูก ท้องเสีย ประจำเดือนไม่มา สิว ผื่น พวกนี้คือวิธีที่ร่างกายเราขับพิษ ฉะนั้นถ้าเจอสัญญาณพวกนี้ควรเริ่มดูแลตัวเองได้เเล้ว

พอคนเริ่มมีอาการผิดปกติ เมย์จะให้ดูที่ 2 อย่างก่อนคือความเครียดกับการกิน สิ่งแรกเลยคือเราเครียดหรือเปล่า เราพอใจกับชีวิตการงานหรือเปล่า มีอะไรที่เราไม่เเฮปปี้ไหม ถ้ามีก็อย่าบ่นอย่างเดียว ช่วยเปลี่ยนมันหน่อย take action กับชีวิตตัวเองซะ การกินก็ไม่ต้องเริ่มอะไรมาก เริ่มจากการกินอาหารที่มาจากธรรมชาติมากขึ้น ดูว่าจากอาหารที่เรากินเลยมองออกไหมว่ามันทำจากอะไร เริ่มใส่ใจวันละมื้อก็ได้

นอกจากเป็นโค้ชส่วนตัว เมย์ทำอะไรอีกเพื่อให้คนอื่นๆ มีส่วนร่วมกับ MS HAPPY DIET

ในเว็บไซต์และเพจ เมย์จะมีข้อมูลเกี่ยวกับการกินที่เราสนใจมาเเชร์อยู่เสมอ นอกจากนี้เราทำกิจกรรมในเฟซบุ๊ก ชวนให้คนมาปรับวิธีชีวิตเพื่อให้สุขภาพดีขึ้นด้วย ที่ผ่านมาเราเคยทำกิจกรรม Oh no sugar คือให้งดน้ำตาลไปเลย 2 สัปดาห์ เพราะรู้สึกว่าคนไทยกินหวานเยอะมาก แต่พอทำแล้วรู้สึกว่ามัน extreme เกินไป คนทำได้ 2 อาทิตย์เเล้วก็ทำต่อไม่ได้แล้ว ปีนี้เลยเปลี่ยนมาเป็น Healthy Foodie ซึ่งทำได้ตลอดชีวิต เมย์ก็ทำอยู่

Health Foodie ไม่ได้ห้ามกินสิ่งต่างๆ แต่เป็นการกินของดีมากขึ้น เพราะจะมีที่สำหรับของไม่ดีน้อยลงเอง ในทุกมื้อกินผัก 50% เป็นผักอะไรก็ได้แต่ให้มีผักใบเขียวเยอะๆ กินให้ครบหมู่ มีคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันดี ไขมันดีนี้โดยเฉพาะผู้หญิงถ้าไม่กินไขมันดีเลยจะผิวแห้ง ผมร่วง ประจำเดือนขาดได้ ต่อมาคือกินให้หลากหลาย ซึ่งเราตั้ง Hashtag ด้วยคือ #unicorneatsrainbow อยากสวยเหมือนยูนิคอร์นต้องกินให้หลากหลายหลากสี แต่ไม่ใช่ภายในมื้อเดียวนะคะ อาทิตย์หนึ่งกินให้มันหลากหลาย เช่น คาร์โบไฮเครต วันนี้กินข้าว พรุ่งนี้กินพืชหัวพวกมันเผือกก็ได้ แต่ถ้าชอบกินแต่ข้าวก็กินข้าวหลายพันธุ์หน่อย ข้าวกล้องเเดง ข้าวกล้องดำ ข้าวหอมนิล เป็นต้น เพราะการกินหลากหลายจะได้ไม่เป็นการสะสมสารพิษตัวเดิมๆ จากอาหารชนิดเดียวกัน สารอาหารที่ได้ก็หลากหลายด้วย ผักก็ให้หลากชนิด เนื้อสัตว์ก็หลากชนิด เป็น 3 ข้อที่เมย์ทำประจำ แล้วทุกคนก็น่าจะทำเป็นประจำได้

ส่วนถ้าอยากดีท็อกซ์เลย เมย์จะให้เลี่ยงนมวัว เพราะทุกทฤษฎีที่เรียนมาบอกว่านมวัวทำให้มีการอักเสบในร่างกายเยอะมาก แล้วคนไทยเเพ้นมวัวเยอะมาก อย่างเรื่องสิวก็เป็นเพราะนมวัวด้วยเหมือนกัน เลี่ยงผงชูรส และน้ำตาลขาว อยากดีท็อกซ์ขึ้นไปอีกก็เลี่ยงแป้งสาลีเพราะมันผ่านกระบวนการเยอะมาก แล้วมันอยู่ในของแปรรูปเกือบทุกอย่าง

ตั้งแต่ทำ MS HAPPY DIET มา คำถามอะไรที่เราเจอมากที่สุด

ที่เราเจอบ่อยๆ ตอนทำ Personal Coach คือคนประจำเดือนหายเยอะมาก ส่วนมากก็จะหายไปเป็นเดือน 3 เดือน เจอหนักสุด 3 ปี มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการกิน คือเขาไปหาหมอมาหมดแล้ว หมดไปเป็นเเสน กินยานู่นนี่ แต่ไม่เคยมีหมอคนไหนคุยกับเขาเรื่องอาหาร เมย์แค่บอกให้เขาเลิกนับแคล แล้วไปกินไขมันดีบ้าง กินถั่ว กินเนยถั่วบ้าง แค่ไม่ถึง 2 อาทิตย์ประจำเดือนเขาก็กลับมา คือเรื่องพวกนี้อาหารการกิน หมอในโรงพยาบาลไม่พูดถึงเลยทั้งที่มันเป็นเรื่องที่ง่าย ก็เลยคิดว่าอยากให้คนไทยกินให้มันสมดุล ส่วนมากที่ประจำเดือนหายคือเคร่งมากเรื่องการกิน ตัดแป้งไปเลย ออกกำลังกายหนักเกินอะไรพวกนี้

ส่วนในเพจ ทุกคนอยากเห็นผลลัพธ์แบบเร็วๆ มีคำถามเยอะว่ากินแบบเรากี่วันผอม ทำ meal plan ให้หน่อยได้ไหม น่าจะเป็นสิ่งเดียวตลอด 5 ปีที่เราได้รับคำถามมาแล้วเราไม่อยากตอบ

เมย์ไม่อยากทำ meal plan ให้ เพราะไม่รู้ว่าแต่ละคนชอบกินอะไร สิ่งที่เมย์อยากทำคือสอนให้เขาคิดและเลือกเองเป็นมากกว่า

อะไรคือวิธีคิดที่อยากให้คนอื่นๆ มี

วิธีเลือก วิธีปรุงอาหารด้วยสมุนไพรง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้ซอสขวด ซึ่งนี่เเหละที่ทำให้ไม่อยากทำ meal plan เพราะไม่รู้ว่าแถวบ้านเขามีวัตถุดิบอะไร ชอบกินอาหารแบบที่เราชอบหรือเปล่า วิธีอ่านฉลากโภชนาการ เราว่าการอ่านฉลากสำคัญมาก เพราะเราจะรู้จักส่วนประกอบ รู้ว่าจริงๆ แล้ววัตถุดิบหรืออาหารเหล่านั้นดีต่อสุขภาพหรือไม่ ทุกครั้งที่เมย์ไปบรรยายจะบอกว่าถ้าจำอะไรจากเมย์ไม่ได้เลย วันนี้อยากให้อ่านฉลากให้เป็น บางแบรนด์บอกว่าเป็น whole wheat crackers แต่มีโซเดียมสูงมาก หรือเป็น fat free yogurt แต่เต็มไปด้วยน้ำตาล ถ้าเราอ่านฉลากไม่เป็นก็สามารถตกเป็นเหยื่อของโฆษณาได้ง่ายๆ เลย

แล้วตัวเมย์เองเลือกโฆษณาผลิตภัณฑ์ในบล็อกอย่างไรบ้าง

เมย์ปฏิเสธโฆษณาไปเยอะมาก กว่า 90% เลย ตั้งแต่ทำบล็อกมาเมย์ไม่รวยเพราะปฏิเสธโฆษณานี่แหละ อย่างที่รู้กันว่ารายได้หลักจริงๆ ของบล็อกเกอร์ก็มาจากสปอนเซอร์ แต่มันจะมีแบรนด์ใหญ่ๆ ที่อยากมีอิมเมจดูสุขภาพดี แต่พอเรามาอ่านฉลาก ดูกระบวนการผลิตแล้วก็ต้องปฏิเสธไป 

บางทีเรื่องโฆษณาก็ทำให้เราเริ่มไม่อยากเป็นแค่บล็อกเกอร์แล้ว เราอยากทำคอนเทนต์ตัวเอง ทำคลาสของตัวเอง ก็เลยมีเวิร์กช็อปอย่าง Kitchen Therapy ที่ทำกับเชฟตาม ชุดารี และ Healthy Bakery ที่ทำร่วมกับเชฟเอื้อง เจ้าของร้านอาหารและเบเกอรี่เพื่อสุขภาพ Theera ขึ้นมา ซึ่งในอนาคตเราก็อยากต่อยอดไปอีก ให้ MS HAPPY DIET เป็นแบรนด์ที่ทุกคนมีส่วนร่วมมากขึ้น ไม่ใช่เเค่บล็อกของเมย์คนเดียว

ในฐานะ influencer อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดของอาชีพนี้

สำหรับเรา คิดว่าเป็นอาชีพที่ต้องมีจรรยาบรรณมาก แล้วก็ซื่อสัตย์กับสิ่งที่เราทดลอง เมย์ว่านั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้คนยังติดตามเรามาถึงทุกวันนี้ คือบอกเลยว่า MS HAPPY DIET ไม่แมสเลย เป็นไลฟ์สไตล์ที่ต้องใช้พลังเยอะมากในการทำ แต่สิ่งที่เราให้มันซื่อสัตย์ จริงใจมาก ใช้อะไรก็ลงอย่างนั้น ไม่ใช้ก็ไม่พูด ไม่โฆษณา

อะไรคือสิ่งที่เมย์อยากให้คนรับรู้ได้จาก MS HAPPY DIET

เมื่อก่อนเป็น MS happy diet เป็นชื่อเราคือ เมย์ ศาวิตา แต่ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็น MS HAPPY DIET เพราะอยากให้เป็นพื้นที่ของผู้หญิงคนไหนก็ได้ที่รักตัวเอง ชอบบริโภคอะไรที่ทำให้ตัวเองมีความสุข แล้วก็มีความมั่นใจในการเลือกสิ่งดีๆ ให้ตัวเองผ่านความรู้ที่เมย์อยากทำให้เขารู้สึกว่าเรื่องสุขภาพมันไม่ต้องน่าเบื่อหรือไม่อร่อย

เราคือ Healthy Foodies คือคนชอบกิน เน้นความเเฮปปี้ เป็นไลฟ์สไตล์ที่ชอบเที่ยวและชอบกินด้วย แต่ก็ยังสุขภาพดีได้ อยากให้เขารู้ว่าไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งนะ เรายังสนุกกับชีวิตได้เหมือนเดิม

จริงๆ เราไม่คิดว่าสิ่งนี้มันจะเป็นอาชีพด้วยซ้ำ เเค่ทำเพราะอยากเเชร์สิ่งที่เรากิน อยากหาที่ระบาย แต่ตอนนี้ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญมากในชีวิต จริงๆ ก็ต้องขอบคุณ MS HAPPY DIET ที่ทำให้เมย์พยายามขวนขวายหาสิ่งดีๆ มาใส่ตัวเองตลอดเวลา ไปเรียนเพิ่มขึ้น ตอนนี้ก็เพิ่งไปเรียน Spirituality Yoga ฝึกความแข็งแรงของทั้งร่างกายและจิตใจ กลับไปพร้อมรอยยิ้ม พลังบวก และแรงบันดาลใจที่จะอยากดูแลตัวเองในทุกๆ วัน

เวลาคนเข้าคลาสทุกคลาสเมย์จะให้เขียนมาก่อนเลยว่าทำไมถึงอยากสุขภาพดี

อยากลดน้ำหนัก อยากหุ่นดีได้ แต่มันต้องมีเป้าหมายที่ไกลกว่านั้น ให้สุขภาพดีเป็นจุดเริ่มต้น และเห็นความสุขในการใช้ชีวิตที่ดีต่อๆ ไป

ข้อมูลเพิ่มเติม: www.mshappydiet.com

ภาพถ่าย: มณีนุช บุญเรือง