ลูกหมีแพนด้าช่วยแม่ล้างจาน: แบรนด์เล็กๆ ของคุณแม่ที่ชีวิตดีขึ้นเพราะน้ำยาล้างจาน!

เพราะเราทุกคนเคยเป็นลูก (หมีแพนด้า) ที่ต้องช่วยแม่ล้างจานกันทั้งนั้น

ฟา-นภสร ศศิสนธิ์ คุณแม่ยังสาวเจ้าของแบรนด์ ‘ลูกหมีแพนด้าช่วยแม่ล้างจาน’ ตอบคำถามเราเรื่องการตั้งชื่อแบรนด์ด้วยรอยยิ้ม แต่นอกเหนือจากชื่ออันยาวเหยียดสะดุดหู ชื่อเสียงเรียงนามที่ทำให้แบรนด์น้ำยาล้างจานนี้มีแฟนคลับตามซื้อ เพราะติดใจส่วนประกอบของน้ำยาล้างจานที่ทำจาก ‘มะขามแท้ 100%’ ซึ่งถนอมมือคนล้างจานเป็นที่สุด

ฟาบอกว่า เธอไม่ใช่คนทำธุรกิจที่เก่งมาจากไหน แต่ทุกอย่างเริ่มต้นจากปัญหาหรืออินไซต์ของตัวเอง นั่นทำให้เธอเลือกที่จะ ‘เปลี่ยนแปลง’ ของใช้บางอย่างในบ้าน เริ่มจากเปลี่ยนน้ำยาล้างจาน ทำไปทำมามีคนสนใจมากเข้า ก็เปลี่ยนจากทำใช้เองมาเป็นคนขาย และโดยไม่รู้ตัว วิถีชีวิตของเธอก็เปลี่ยนจากที่สนใจตัวเอง กลายเป็นคนที่สนใจโลกมากขึ้นกว่าเดิม

ทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นจากเปลี่ยนน้ำยาล้างจานเพียงขวดเดียว

เปลี่ยน เพราะมือแห้ง

“เรื่องมันเริ่มต้นมาจากตัวเอง ตั้งแต่เด็กๆ หน้าที่เราในบ้านตั้งแต่จำความได้เลยคือล้างจาน แล้วปัญหาคือ พอล้างเสร็จแล้วมือเราแห้งมาก ถ้าหน้าหนาวนี่แห้งถึงขั้นว่าปริ แต่ตอนเด็กเราก็ไม่มีทางเลือก กินวันละสามมื้อก็ล้างไป สิ่งที่เราทำได้คือล้างเสร็จปุ๊บก็ทาครีม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือมือเราเปียกปุ๊บ แห้ง ทาครีม เปียกใหม่ แห้ง ทาครีม อย่างนี้วนไป มันยิ่งทำให้ผิวที่มือเริ่มแห้งๆ เหี่ยวๆ” ฟาเล่า

ปัญหาสุดคลาสสิกของคนมือแห้งไม่เคยถูกแก้ จนกระทั่งได้รับอิทธิพลจากพี่สาวที่สนใจเรื่องของใช้สุขภาพ หลังจากที่พี่ไปลงเรียนทำบ้านดิน เรียนทำของใช้เอง แล้วยื่นน้ำยาล้างจานสูตรมะขามทำเองให้ฟาและสามีลองใช้เป็นครั้งแรก

“เราสองคนล้างแล้วแบบ เอ้อ ทำไมมันดีมากเลย มือไม่แห้ง ไม่ตึง พอมาเจอสูตรนี้แล้วรู้สึกว่าแฮปปี้อะ เพราะว่าชอบทำกับข้าว ชอบทำขนม แล้วน้ำยาสูตรนี้มันล้างได้ทั้งวันเลย แล้วเราก็คิดว่า ถ้าเรามีปัญหา ก็ต้องมีคนอื่นมีปัญหาแบบเราบ้างสิ ใช่ไหม ก็เลยชวนแฟนว่ามาลองทำแบรนด์กันเถอะ”

“เราเป็นคนชอบแพนด้ามาแต่ไหนแต่ไร แต่ชื่อแพนด้าอย่างเดียวมันไม่สื่อสารว่ามันเป็นสินค้าอะไร เราเลยคิดถึงตอนเด็กๆ ที่เราช่วยแม่ล้างจาน คำว่าลูกหมีแพนด้าช่วยแม่ล้างจาน อยากสื่อสารสองอย่าง หนึ่งคืออยากให้รู้ว่ามันปลอดภัยกระทั่งเด็กก็ล้างได้ สองคือ ถ้าเด็กทำงานบ้าน เขาจะมีวินัยตั้งแต่เด็ก เพราะปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่พ่อแม่จะไม่ค่อยให้ลูกทำอะไร เลยคิดว่ามันน่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างวินัยให้เด็กได้”

เปลี่ยน เป็นคนทำธุรกิจ

แทนที่จะเริ่มขายของด้วยการอวดคุณสมบัติ เช่นเดียวกับสินค้าในหมวดเดียวกัน วิธีคิดตั้งต้นของแบรนด์ลูกหมีแพนด้า กลับเลือกที่จะแตกต่างด้วยการแจกให้ลองใช้ฟรี ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียในตอนที่ยังใช้ชื่อเพจเฟซบุ๊กเดิมว่า ‘ลูกหมีแพนด้าทำความดี’

“โพสต์แรกบอกว่า ใครอยากได้น้ำยาล้างจานใช้ฟรี เราไปส่งให้ถึงที่เลย ใครอินบ็อกซ์มาว่าอยู่ที่ไหน เราก็ขับรถเอาไปให้ เพราะเราเป็นแบรนด์ใหม่ที่ยังไม่มีใครรู้จัก ใครจะกล้าใช้ เราคิดจาก thought ของเราอย่างเดียวเลยว่า ถ้าเรามีปัญหา ก็ต้องมีคนมีปัญหาเหมือนกับเรา แต่เราจะต้องตามหาเขาหน่อย มันเหมือน Niche in Global เพราะเราพบว่าลูกค้าเราไม่ได้มีอยู่แค่ก้อนเดียว แต่แยกออกไปหลายๆ จังหวัดในประเทศ แล้วเราเจอคนๆ นั้นแทบทุกวัน คือทุกวันนี้เราขายออนไลน์ทั้งๆ ที่เสียสตางค์ซื้อโฆษณาในเฟซบุ๊กแค่หลักร้อย”

จากกลยุทธ์แรกทำให้แบรนด์น้ำยาล้างจานที่ไม่มีใครรู้จัก เริ่มมีคนติดใจ โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้านที่พบเจอปัญหาแบบเดียวกัน และไม่อาจหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์สารเคมีในท้องตลาดได้ ด้วยกำแพงของการเข้าถึงและราคาที่ค่อนข้างสูง

“พอมันเวิร์ก เราก็เลยมองภาพกว้างมากขึ้นจนเห็นปัญหา หนึ่ง น้ำยาล้างจานส่วนใหญ่ที่ขายอยู่ในตลาดคือของที่มาจากต่างประเทศ สองคือมีแต่สารเคมีรวมกัน ขณะที่น้ำยาล้างจานของเรามันทำจากมะขามของคนไทยไง และมันคือสมุนไพรที่ปลอดภัย เราก็เลยรู้สึกว่าสิ่งที่เราทำมันมีส่วนช่วยได้ทั้ง circle เลยนะ หนึ่ง เงินทองไม่ไหลออกประเทศ สองคือมือคุณก็ไม่เสีย คุณก็ทำอาหารได้ต่อด้วย แล้วก็ปลอดภัยกับคุณ”

เปลี่ยน หนีสารเคมี

เมื่อเริ่มลงมือทำเพื่อขาย ทำให้ฟาและสามีเริ่มลงไปศึกษาลึกขึ้น ว่าทำไมสารเคมีในน้ำยาล้างจาน รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับซักล้างอื่นๆ ถึงทำให้เรามือแห้งตึง   

“สารเคมีในนั้นมันคือกรดที่กัดไขมัน อย่างในโฆษณาสมัยก่อนเขาจะบอกว่า 1 ช้อน ล้างจานได้ 30 ใบเลย คือปฏิกิริยาของมันคล้ายๆ กับกรดมะนาวกัดความมัน แต่คือสารเคมีที่มีความเข้มข้นสูงกว่านั้นหลายเท่า แล้วมันกัดได้เยอะขนาดนั้น ลองคิดดูสิว่า แล้วมือเราล่ะจะเป็นยังไง”

ส่วนผสมหลักของผลิตภัณฑ์ที่ฟาเลือกมาใช้ นอกเหนือจากมะขามแท้ 100% ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรดกัดความมันตามธรรมชาติ โดยมะขามเองก็มีคุณสมบัติเด่นคือไม่ทำให้ผิวแห้งและช่วยผลัดเซลล์ผิว ยังต้องมีส่วนผสมเป็นสารอีก 2 ชนิดที่จำเป็นต่อการซักล้าง ได้แก่ AD25 ซึ่งเป็นสารให้ฟองที่ทำให้เกิดความลื่น และ SLES ที่ทำให้เนื้อน้ำยาละมุนละไมมากขึ้น ซึ่งปลอดภัยกว่าสาร SLS ที่ผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดใช้กันทั่วไป

“ทุกวันนี้มีคนที่ใช้น้ำยาซักล้างจากส่วนผสมธรรมชาติมากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ ของเราก็เหมือนกันนะ แต่ถามว่าถ้าเทียบกับสบู่ในตลาดที่มีส่วนผสมของเคมีอยู่ประมาณ 99 เปอร์เซ็นต์ เราก็ยังถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ธรรมชาติ เพราะว่ามีส่วนผสมของธรรมชาติอยู่มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์”

สิ่งที่เหลือจากการลงมือผลิตน้ำยาล้างจานเพื่อขาย คือกากที่เหลือจากการทำน้ำยา ซึ่งฟาเลือกนำมาต่อยอดด้วยการเอาเนื้อละเอียดของมะขามมาบี้และคั้น ก่อนจะเอาไปผสมกับกลีเซอรีนซึ่งเป็นไขมันจากพืช มีคุณสมบัติชะล้าง ซึ่งเมื่อมารวมกับเนื้อมะขามก็กลายเป็นสบู่เหลวที่มีคุณสมบัติบำรุงผิวและผลัดเซลล์ได้ไปในตัว

“สิ่งที่ยากคือ คนยังรู้สึกว่าน้ำยาล้างจานมันต้องถูกไง ขวดละ 10 บาท ล้างได้ 3 หมู่บ้าน เพราะฉะนั้นกลุ่มเป้าหมายของเรามันก็จะไม่ใช่กลุ่มแมส คือหนึ่ง รักสุขภาพแล้ว สองเขาต้องจ่ายได้ แต่ปัญหานี้ไม่เกิดกับผลิตภัณฑ์สบู่เหลวอาบน้ำและโฟมล้างมือนะ เพราะราคาเทียบเท่ากับท้องตลาดเลย ซึ่งตัวนี้เราได้กลุ่มเป้าหมายใหม่มาก คือเป็นผู้ชายที่ผิวแห้ง แต่ไม่ชอบทาครีม” ฟาหัวเราะ

เปลี่ยน วิถีชีวิต

จากน้ำยาล้างจานสูตรมะขามทำเองขวดแรก เวลาผ่านไปกว่าสามปี วันนี้ครอบครัวของเธออันประกอบไปด้วยสามีและลูกน้อยวัย 8 เดือน ก็มีวิถีชีวิตที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้นไปโดยไม่รู้ตัว

“ต้องขอบคุณพี่สาวเรานะที่มากรอกหูบ่อยๆ ว่าแก มันดีมากนะ จนเราได้ลงมือเปลี่ยนแปลงจริงๆ ทำให้เราทดลองทำน้ำยาล้างจานเอง ลามมาทำสบู่อาบน้ำ จนตอนนี้ก็ทำส่งที่บ้านพี่สาวด้วย จำไม่ได้ว่าแล้วว่าเราซื้อน้ำยาล้างจาน โฟมล้างหน้า สบู่เหลวอาบน้ำครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ทุกวันนี้ก็ไม่ต้องทาครีมแล้วด้วย ล้างจานเสร็จแล้วก็ไปหยิบของกินได้เลย เรารู้สึกว่าเออ แบบนี้มันก็ดีกับชีวิตในระยะยาวนะ”

ด้วยวิธีคิดจากการค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตัวเอง ทำให้เธอเกิดแรงบันดาลใจที่อยากให้คนอื่นได้ลองเปลี่ยนแปลงทีละเล็กทีละน้อยเช่นเดียวกัน

“เราเชื่อว่าคนรักสุขภาพส่วนใหญ่เขาจะคิดอะไรที่เป็น long term ไม่ได้มาลองใช้ๆ แล้วก็หายไป เพราะฉะนั้นเราเลยเลือกที่จะไปออกตลาด ไปเจอกับคนใหม่ๆ เพราะว่าเขาจะได้ลองล้างมือ ได้สัมผัสมันด้วยตัวเอง เรารู้สึกว่าตอนนี้เป็นยุคที่ดีนะ เพราะผู้บริโภคฉลาดขึ้น เราไม่ต้องยึดติดกับการซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างเดียวแล้ว เราเริ่มรู้ว่าสินค้าส่วนใหญ่เขาไม่บอกความจริงกับเรา คิดว่าอินเทอร์เน็ตและหน่วยงานมีส่วนช่วยให้ความรู้เยอะ อันนี้เป็นทิศทางที่ดี”

นอกจากกลุ่มแม่บ้านและคนที่มีปัญหาเรื่องมือแห้งแบบเดียวกัน ลูกหมีแพนด้าช่วยแม่ล้างจานก็ได้ลูกค้าพันธมิตรรายสำคัญเป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อาทิ Thank God It’s Organic ที่ใส่ใจในกระบวนการทำความสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเช่นกัน

“ทุกวันนี้เราก็แยกขยะที่บ้าน แยกถุงพลาสติก เวลาออกไปที่ไหนจะมีกล่องอยู่ในรถสำหรับใส่ของที่เราซื้อมา เราอยากสร้างขยะให้น้อยลงที่สุดเท่าที่เราทำได้ ถ้าเราเริ่มจากครอบครัวเล็กๆ พอไปมหภาคปุ๊บมันก็จะไม่กองเป็นภาระคนอื่น ของประเทศ หรือของโลก เราคิดว่ามันเป็นความรับผิดชอบต่อสังคม เหมือนกันเราเชื่อว่าถ้าคนหันใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติ เราก็มีส่วนช่วยให้สารเคมีไหลลงน้ำน้อยลง จากสารเคมี 10 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 1 เปอร์เซ็นต์ ก็ยังดีค่ะ”

ข้อมูลเพิ่มเติม: ลูกหมีแพนด้าสุขภาพดี

ภาพถ่าย: มณีนุช บุญเรือง