‘สัมมากร’ น้ำดื่มบรรจุกระป๋องที่คิดก้าวแรกเพราะแคร์โลก


หากใครได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมโครงการบ้านจัดสรร ‘สัมมากร’ คงจะเห็นความใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สอดแทรกความห่วงใยในสิ่งแวดล้อมของแบรนด์บ้านจัดสรรเก่าแก่มากกว่า 50 ปี ด้วยน้ำดื่มเย็นเจี๊ยบในกระป๋องอะลูมิเนียมหน้าตาเท่ ๆ ที่ผ่านการดีไซน์โดยดีไซเนอร์มือรางวัลระดับโลก

และเมื่อได้พูดคุยกับผู้บริหารของแบรนด์ เราจึงได้รู้ถึงที่มาที่มากกว่าการเป็นน้ำดื่มบรรจุกระป๋องธรรมดา เพราะน้ำดื่มกระป๋องนี้บรรจุด้วยแนวคิดที่เป็นมิตรต่อโลก และสะท้อนความเป็นแบรนด์ที่ตั้งใจจะส่งต่อวิถีที่ยั่งยืนสู่สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างคงเส้นคงวา อย่างที่ทำมาตลอดกว่า 50 ปีที่ผ่านมา

ณพน เจนธรรมนุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารรุ่นใหม่ของแบรนด์พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อายุครึ่งศตวรรษ เล่าให้เราฟังถึงแนวคิดเรื่องความยั่งยืนซึ่งแบรนด์ยึดถือมาตลอดว่า

“เรื่องความยั่งยืน เป็นกลยุทธ์ที่แบรนด์ยึดถือมาตลอดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และถูกถ่ายทอดออกมาผ่านโปรดักต์ ด้วยการออกแบบที่ใส่ใจในการใช้ชีวิตของลูกบ้าน ทั้งการให้ความสำคัญต่อการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการพึ่งพาการใช้ไฟฟ้า สร้างพื้นที่สีเขียวในโครงการมากกว่าที่กฎหมายกำหนด และรณรงค์ให้ลูกบ้านคัดแยกขยะเพื่อนำไปรีไซเคิลต่อ และหลังจากที่เราถ่ายทอดแนวทางการใช้ชีวิตที่ยั่งยืนภายในโครงการมาเป็นเวลานานแล้ว ก็ถึงเวลาที่สัมมากรจะส่งต่อแนวคิดนี้ออกไปสู่สังคมภายนอก”

สัมมากรเลือกสื่อสารแนวคิดเรื่องความยั่งยืนสู่ผู้คนที่เข้ามาเยี่ยมชมโครงการ ผ่านการเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์ของน้ำดื่มที่แต่เดิมเป็นขวดพลาสติก และวัสดุที่สามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้ 100 เปอร์เซ็นต์อย่างอะลูมิเนียม ก็เป็นก้าวแรกที่จะอุ้มชูสิ่งแวดล้อมไม่ให้บอบช้ำไปกว่านี้ โดยร่วมมือกับ Greenery. บริษัท One-Stop Service Platform for Creative Sustainable Lifestyle ผู้ผลิตน้ำดื่มกระป๋อง Greenery Water ซึ่งมีประสบการณ์ในการผลิตมาก่อน

“ปกติแล้วคนไทยเราดื่มน้ำจากขวดพลาสติกมากถึง 6 พันล้านขวดต่อปี ในขณะที่อัตราการนำกลับมารีไซเคิลอยู่ที่ 9 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนอีก 91 เปอร์เซ็นต์กลายเป็นขยะสะสม ที่สุดท้ายแล้วมันจะเวียนกลับมาสู่ตัวเรา ผ่านอาหาร ผ่านน้ำ ผ่านอากาศที่เราหายใจ” ธนบูรณ์ สมบูรณ์ ผู้ก่อตั้ง Greenery. เล่าถึงที่มาที่ทำให้ Greenery. คิดผลิตน้ำดื่มในบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ด้วยการใช้วัสดุอะลูมิเนียมทั้งหมด

“เราพยายามมองหาวัสดุที่สามารถมาทดแทนพลาสติกที่มีน้ำหนักเบา และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย กระทั่งสุดท้ายก็ไปจบที่อะลูมิเนียม เพราะเป็นวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้อย่างไม่รู้จบ ซึ่งการใช้อะลูมิเนียมที่รีไซเคิลได้ 100% เท่ากับว่าเราลดการใช้ทรัพยากรใหม่”

นอกจากนี้ Greenery Water ยังมีการลงนามในข้อตกลงการผลิต ว่าทุก ๆ กระป๋องจะต้องใช้อะลูมิเนียมรีไซเคิลในปริมาณสูงสุดเท่าที่จะทำได้ และการลงนามนี้ก็ปรากฏเป็นหลักฐานอยู่บนเครื่องหมาย ‘Metal Recycles Forever’ ที่ประทับอยู่บนกระป๋องน้ำดื่ม

“ปัจจุบันเราใช้อะลูมิเนียมรีไซเคิล 71 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอะลูมิเนียมใหม่ที่จะนำมาใช้เราก็มีเงื่อนไขอยู่ว่า ต้องใช้จากเหมืองแร่ที่ดูแลสวัสดิการคนงาน มีการจ้างแรงงานอย่างเป็นธรรม และต้องเป็นเหมืองแร่ที่มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุดตามมาตรฐานสากลด้วย”

ความใส่ใจในขั้นตอนการผลิตในแนวทางของ Greenery Water นำมาสู่กระบวนการผลิตน้ำดื่มกระป๋อง ‘สัมมากร’ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกัน แต่นอกจากขั้นตอนการผลิตที่เป็นมิตรกับโลกตั้งแต่ต้นทางจรดปลายทางแล้ว การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สะท้อนความเรียบหรูนี้ ก็เป็นเรื่องของการตีความในการสร้างสรรค์

และหน้าที่นี้ก็อยู่ในความดูแลของ สมชนะ กังวารจิตต์ แห่ง Prompt Design ดีไซเนอร์ที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ที่มีรางวัลระดับโลกกว่า 168 รางวัลการันตีฝีมือ ด้วยโจทย์หิน ๆ ว่า “ถ่ายทอดความพรีเมียมกว่า 50 ปี ให้โดนใจคนรุ่นใหม่” สมชนะเล่าถึงการออกแบบ ที่สุดท้ายแล้วก็นำมาสู่กระป๋องน้ำดื่มในรูปลักษณ์ที่น่าสนใจ

CI (Corporate Identity) โลโก้ใหม่ของแบรนด์สัมมากร ซึ่งมีอักษรย่อของสัมมากรวางตัวอยู่ในกรอบรูปทรงหกเหลี่ยมสีทอง ถูกนำมาเข้าคู่กับสีที่สะท้อนถึงความเรียบหรูอย่างสีน้ำเงิน และดัดแปลงให้เล่าเรื่องราวที่ต้องการจะสื่อสารผ่านการใส่ความเป็นธรรมชาติเข้าไป ด้วยการออกแบบลวดลายใบไม้ทรงหกเหลี่ยม ซึ่งใบไม้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของสิ่งแวดล้อมที่เป็นคอร์สำคัญในการสื่อสาร และยังให้ความรู้เรื่องการรีไซเคิลในรูปแบบของสัมมากรผ่านการจัดวางเลย์เอาต์บนตัวกระป๋อง ทั้งหมดนี้คงรูปลักษณ์ของความพรีเมียมที่สะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์สัมมากรเอาไว้ได้อย่างลงตัว

“แม้สัมมากรจะอยู่มานานกว่า 50 ปี แต่แบรนด์ก็มีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่อย่างการอยู่ต่อเนื่องไปจนถึง 100 ปี ซึ่งการจะทำให้บริษัทสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนได้นั้น นอกจากการวางระบบความยั่งยืนภายในองค์กร และภายในโครงการแล้ว เราต้องคิดถึงความยั่งยืนนอกโครงการด้วย เพราะถ้าสิ่งแวดล้อมและสังคมไม่ยั่งยืนแล้ว ความสุขในการใช้ชีวิตของคนก็จะลดน้อยลง และเราก็หวังว่าโครงการนี้จะเป็นก้าวเล็ก ๆ ก้าวหนึ่งที่จะช่วยสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นได้” ณพนเล่าถึงความตั้งใจ

“Greenery. ต้องขอขอบคุณสัมมากร ที่เห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อม และก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มต้นจากก้าวเล็ก ๆ และหวังว่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในก้าวต่อ ๆ ไปเพื่อดูแลโลกใบนี้ร่วมกัน เรามีความเชื่อว่า ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ หรือคนทั่วไป ทุกคนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับโลกได้ (Can Change the World) ในวิธีของตัวเอง”

และความตั้งใจที่เริ่มต้นด้วยก้าวเล็ก ๆ ของสัมมากร ซึ่งผสานไอเดียร่วมกับ Greenery. ก็กำลังพาก้าวเดินนี้ส่งสารไปถึงผู้คนให้หันกลับมามองและช่วยกันดูแลโลกคนละไม้คนละมือ ผ่านแนวทางที่ตัวเองจะทำได้ เพื่อเปลี่ยนโลกใบนี้ให้น่าอยู่ขึ้น

ภาพ : สัมมากร, Greenery.